กระปุกออมสินแบบทุบ VS กระปุกออมสินแบบมีฝา

ramswaroop1

            เราเชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยมีปัญหากับกระปุกออมสินของตัวเองเวลาเอาออกมานับจำนวนเงินที่สะสมในสมัยก่อนซึ่งแตกต่างกับสมัยนี้มาก หากเป็นสมัยนี้ เด็กยุคใหม่ก็คงมีการเปิดบัญชีฝากทางออนไลน์ไว้แล้ว หรือไม่ก็ใช้กระปุกออมสินแบบมีฝา แต่สำหรับคนยุคสมัยก่อนนั้นทุกอย่างทำได้ยากมาก ยากตั้งแต่ทุบกระปุกออมสินเลย ถูกต้องแล้ว ทุกคนฟังไม่ผิดหรอก เพราะสมัยก่อนเราใช้กระปุกออมสินแบบทุบ! โลกไม่สวยเท่าไหร่แต่ก็คลาสสิกดี วันนี้หากคนรุ่นใหม่อยากรู้ความแตกต่างระหว่างกระปุกออมสินแบบทุบกับกระปุกออมสินแบบมีฝา เราจะมาอธิบายให้ฟังกันเลย กระปุกออมสินแบบทุบ             เมื่อสมัยวันวานยังหวานอยู่ แนวคิดการออมเงินในกระปุกเพื่อใช้ในอนาคตมีความเฟื่องฟูในทุกครอบครัว ผู้ปกครองจึงมักให้ลูกหลานอย่างเรานำเงินที่ได้รับจากท่านไปใช้จ่ายที่โรงเรียน แต่มีกฎว่ากลับมาต้องเหลือเงินมาออมด้วย แค่ 1 บาทก็มีค่าแล้ว ซึ่งทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เราก็มักจะนำเงินมาใส่ในกระปุกออมสินแบบทุบ ซึ่งเป็นกระปุกแบบใส่ลงในช่องว่างสี่เหลี่ยมยาวแคบ ๆ ที่มีความโดดเด่นแตกต่างกันไปตามสไตล์กระปุกของแต่ละคน กระปุกออมสินแบบทุบของบางคนก็เป็นทรงกระบอกปกติ แต่บางคนก็เป็นเซรามิกปั้นเป็นรูปหมูหลากหลายสีสัน ทุกคนคงมองว่ามันเท่ห์ดี แต่อย่างที่บอกว่าโลกไม่ได้สวยเลยเวลาที่เงินออมเราเยอะจนเก็บไม่อยู่ ต้องเอาออกมานับ แต่ด้วยความที่มันไม่มีฝาเปิดจึงต้องใช้วิธีการทุบอย่างเดียว เด็ก ๆ จะแอบหวาดเสียวมาก แถมกว่าจะทุบได้แล้วนับเสร็จก็ใช้เวลานาน แม้จะปลอดภัยจากการขโมย แต่ก็เป็นอันตรายกับเด็กเพราะอาจหล่นแตกได้รับบาดเจ็บได้ สมัยนี้จึงได้มีการเปลี่ยนมาใช้กระปุกออมสินแบบมีฝาแทน กระปุกออมสินแบบมีฝา             กระปุกออมสินแบบมีฝา เป็นกระปุกที่ส่วนใหญ่ถูกสร้างมาให้เป็นทรงกระบอก ไม่เน้นทำเป็นรูปร่างเลียนแบบสัตว์ต่าง ๆ เหมือนอย่างในอดีต แต่ก็ยังคงมีการออกแบบให้ตอบสนองต่อการดึงดูดของเด็กโดยการสกรีนลายการ์ตูนสดใสบนกระปุกออมสิน ฝากระปุกจะมีความแน่นแต่ก็สามารถเปิดออกได้ไม่ยาก เวลาใส่เงินออมในกระปุกออมสินแบบมีฝาก็จะต้องเปิดฝาออกแล้วใส่ลงไป […]

“การ์ตูน” สื่อที่ไม่จำกัดวัย

ramswaroop1

            หลายคนอาจจะคิดว่า “การ์ตูน” เป็นสื่อสำหรับเด็กเท่านั้น แต่ความจริงแล้วการ์ตูนเป็นสื่อที่ทุกคนสามารถดูได้ทุกเพศทุกวัยไม่ว่าคุณจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตาม ไม่มีการจำกัดว่าคนที่ชอบดูการ์ตูนเป็นคนที่มีนิสัยเหมือนเด็ก เพราะการ์ตูนสามารทำให้เราเรียนรู้อะไรได้หลายอย่าง ยิ่งดูกันเป็นครอบครัวก็ยิ่งทำให้เกิดความสนุกสนาน ได้อรรถรสมากขึ้น การ์ตูนทำให้เราเห็นถึงคุณค่าและเอกลักษณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากในภาพยนตร์ ซึ่งสื่อนี้มีคุณค่าใดที่คุณควรรู้และเปิดโลกในการดูบ้าง วันนี้เราจะมาอธิบายให้เข้าใจกัน การ์ตูนบ่งบอกความเป็นศิลปะได้ดี             การ์ตูนเป็นสื่อที่ได้มาจากการวาดผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ ทางเทคโนโลยีและสุนทรียภาพของผู้สร้างสรรค์ซึ่งต้องมีฝีมือ มีจินตนาการ มีความคิดถึงหลักและเหตุผลในการที่จะสร้างตัวละครและสถานที่ให้ออกมาเข้ากับเรื่องราว อย่างตัวละครในการ์ตูนที่เป็นคนขี้โมโหก็อาจมีลักษณะเด่น คือ ดวงตาที่แข็งกร้าวและรายละเอียดต่าง ๆ บนใบหน้าที่สื่อให้ผู้ชมรู้อย่างชัดเจน และสถานที่แม้จะเป็นโลกของการ์ตูนแต่ก็ควรทำให้เป็นภาพเสมือนจริงจึงจะได้อรรถรสและความงดงามเหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกนั้น ๆ เวลารับชม การ์ตูนทุกเรื่องจึงมีความงดงามทางศิลปะจากจิตวิญญาณที่แตกต่างกันออกไปมากกว่าภาพยนตร์ที่แค่คำนึงถึงมุมกล้องและอารมณ์ของผู้แสดงเท่านั้น แต่ไม่ลงลึกถึงศิลปะให้ได้เห็น การ์ตูนช่วยให้ลืมความเครียดในโลกแห่งความจริง             บรรยากาศในภาพการ์ตูนจะมีแต่ความงดงามและมีสีสดของสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งต่างจากโลกแห่งความจริงที่สถานที่มากมายอาจจะไม่ได้มีบรรยากาศที่ชวนให้น่ามองเหมือนในการ์ตูน แม้บางสถานที่จะเป็นต้นแบบให้สร้างในการ์ตูนก็ตาม และอารมณ์ของตัวละครก็จะมีความคงเส้นคงวา หากถูกวางไว้ให้เป็นคาแร็กเตอร์นั้นก็จะไม่เปลี่ยน คำพูดประจำตัวมากมายจะมาให้เราเห็นบ่อย ๆ และมิตรภาพของคนในการ์ตูนยังแสดงให้เราเห็นได้ง่ายกว่าการสร้างมิตรภาพของนิสัยคนจริง ๆ ที่มักจะต้องนึกถึงอะไรหลายอย่างให้วุ่นวายกว่าจะยอมรับมิตรภาพของอีกฝ่าย ทำให้เราดูการ์ตูนแล้วรู้สึกว่าเป็นโลกที่น่าอยู่ ผู้คนยอมรับในกันและกันผ่านปัจจัยมากมายโดยเลือกให้เราได้รู้จักการมองผู้คนในแง่มุมที่ดีและมีความสุขมากกว่าดูหนังที่ทำให้เราเห็นถึงอารมณ์คนในโลกแห่งความจริงอย่างเดียว การ์ตูนให้ข้อคิดดีอย่างชัดเจน             การ์ตูนได้ให้ข้อคิดแก่เราอย่างชัดเจนผ่านการใช้ชีวิตของตัวละคร การดำเนินเรื่อง การตัดสินใจที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ […]

3 ประเภทบุคคลที่ไม่ควรให้ขับรถ

ramswaroop1

            ในการขับรถยนต์นั้นไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถขับรถได้แม้จะมีความเชี่ยวชาญหรือไหวพริบมากแค่ไหน แต่หากร่างกายและจิตใจของคุณไม่เอื้ออำนวยก็ไม่สามารถที่จะขับรถได้อีกต่อไป มาวันนี้เราก็จะพูดถึง 3 ประเภทบุคคลที่ไม่ควรให้ขับรถไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตาม เพราะอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียต่อตัวเขาซึ่งเป็นคนขับเองรวมถึงผู้โดยสารคนอื่นที่นั่งมาด้วย ซึ่งก็คงไม่มีใครที่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น แน่นอนหากคุณเป็นหนึ่งในสามประเภทบุคคลเหล่านี้ก็ขอให้มอบภาระหน้าที่การขับรถให้คนอื่นเถอะ เพื่อตัวของคุณเอง คนสายตาสั้น             แม้ว่าในปัจจุบันจะมีแว่นตาที่สามารถใส่เพื่อให้คนที่สายตาสั้นมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจน แต่ด้วยสายตาที่สั้นก็อาจทำให้พฤติกรรมการมองตามธรรมชาติของคนที่มีความผิดปกตินี้ส่งผลต่อการขับรถได้ ซึ่งหากเป็นคนที่สายตาปกติ เมื่อขับรถพวกเขาก็จะสังเกตสภาพแวดล้อมบนถนนและรอบข้างได้อย่างชัดเจนไม่ว่าจะใกล้หรือไกลจนสุดสายตาข้างหน้า แต่กับคนที่มีสายตาสั้นมักจะเลือกมองเฉพาะสิ่งที่ใกล้ตัวตามทางเท่านั้นทำให้บางอย่างที่ไกลเกินไปก็อาจส่งผลให้ไม่ได้มองและเกิดอุบัติเหตุบางกรณีแบบฉุกเฉินได้ทุกขณะ คนขี้ตกใจ             การขับรถยนต์บนถนนมักจะต้องมีสิ่งต่าง ๆ ที่มาทดสอบใจคนขับรถได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นเส้นทางข้างหน้าที่จู่ ๆ ก็คดเคี้ยวแบบหักศอกกะทันหัน ,มีสิ่งมีชีวิตตัดหน้า หรือมีรถที่จู่ ๆ ก็เกิดอุบัติเหตุกะทันหัน หากให้คนที่ขี้ตกใจเป็นคนขับรถแล้วเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น พวกเขาก็อาจจะสะดุ้งและไม่มีสติในการคิดหาทางแก้อย่างการชะลอหรือการเบรกกะทันหันจนสามารถเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายดายมาก ซึ่งคงเป็นความน่าแปลกที่คนขี้ตกใจหากลองได้รู้สึกว่าสิ่งที่ทำมีความปลอดภัยสูงก็มักจะชอบประมาทจนไม่ทันตั้งตัวกับอันตรายที่เกิดขึ้นทัน ซึ่งต้องระวังให้ดีหากคุณเป็นคนประเภทนี้   คนเป็นโรคหัวใจ             คนที่เป็นโรคหัวใจจะมีทั้งแบบเกิดอาการน้อยและแบบรุนแรงซึ่งไม่ว่าอย่างไรก็ตามหากเป็นโรคหัวใจแล้วก็ย่อมสามารถมีอาการกำเริบได้ตลอดเวลา ยิ่งหากอาการของโรคหัวใจเกิดขึ้นขณะขับรถก็อาจทำให้คุณไม่สามารถควบคุมร่างกายตัวเองไหวและสติสัมปชัญญะก็อาจหลุดได้ตลอดเวลาหากมันจู่โจมอย่างรุนแรงจนเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ๆ ยิ่งเป็นคนที่ขับรถทางไกลก็ยิ่งไม่สมควรทำมาก เพราะจะเป็นการทำให้คุณไม่มีเวลาพักผ่อน ใช้แรงเยอะ และส่งผลให้หัวใจมีปัญหามากขึ้นด้วย รูปภาพประกอบ : Pixabay #บุคคลที่ไม่ควรให้ขับรถ #ขับรถต้องรู้ #เช็คตัวเองก่อนขับรถ

How To จัดรูปแบบเมนูที่สามารถเรียกลูกค้าเข้าคาเฟ่ได้ดี

ramswaroop1

            การที่เรามีเมนูหลากหลายในคาเฟ่ย่อมจะทำให้มีลูกค้าสนใจเข้ามาได้เยอะแยะ แต่นอกจากนั้นแล้วปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเมนูอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่มในคาเฟ่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรจะรู้เพื่อที่นำไปพัฒนาในการเรียกลูกค้าได้ดีขึ้น ยิ่งเข้าถึงการทำตามปัจจัยที่วางไว้นี้ก็ยิ่งดี ซึ่งรูปแบบเมนูที่หากคุณทำแล้วจะเรียกลูกค้าได้ หากแตกต่างจากคาเฟ่อื่นที่ทำแข่งกันก็มีโอกาสสูงที่คุณจะได้กำไรจากลูกค้าเยอะ มีดังนี้ เมนูในคาเฟ่ที่คิดเอง             การที่เราเอาแต่คิดรายการเมนูต่าง ๆ ในคาเฟ่ตามแบบร้านอื่น ๆ ย่อมจะทำให้มีแต่ลูกค้าที่เบื่อกับการมาสั่งเมนูทั่วไปที่อยู่ใกล้บ้านก็เจอ พอไกลบ้านก็เจออีก ฉะนั้นเมนูในคาเฟ่ที่คุณคิดค้นขึ้นมาเองซึ่งเป็นเมนูพิเศษที่ผู้คนไม่เคนได้ลิ้มลองมาก่อนจึงสามารถช่วยสร้างความน่าสนใจแก่ลูกค้าที่มาได้ เพราะพวกเขาก็อยากที่จะได้เข้ามาในคาเฟ่ที่มีแต่เมนูแปลก ๆ อยู่แล้ว ยิ่งเป็นเมนูที่มีการใช้วัตถุดิบพิเศษและมีสูตรการผสมไซรัปที่ทำให้สีสันของเครื่องดื่มไม่เหมือนใครก็ยิ่งน่าลองใหญ่เลย เมนูต่างแดนในคาเฟ่             การที่ลูกค้าจะได้เข้าไปเจอเมนูของต่างประเทศในคาเฟ่นั้นเป็นสิ่งที่พบได้น้อยมาก เพราะไซรัปและส่วนผสมในการทำเมนูเครื่องดื่มกับของหวานแบบฉบับเอกลักษณ์ของต่างแดนนั้นมีราคาที่แพงและหาซื้อได้น้อย ยกเว้นว่าคุณจะสั่งจองมา แต่ในเมื่อมันมีหนทางในการหาวัตถุดิบก็ควรจะซื้อมาแล้วศึกษาวิธีการทำเมนูต่างแดนให้ลึกซึ้งเพื่อที่จะได้รสชาติความอร่อยของเมนูนั้นแบบไม่ผิดไปจากที่ลูกค้าบางคนเคยไปลิ้มลองต้นตำรับมาจากประเทศนั้น ๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นบัตเตอร์เบียร์ ,มัลโกน่า ,Sangria ,ชูครีม ,บาคลาวา , Turkish Delight และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งแม้ต้นทุนจะสูงแต่มันย่อมคุ้มกับกำไรที่ลูกค้าหลายคนยอมเสียให้เครื่องดื่ม 1 แก้วแน่นอน ยิ่งเป็นเครื่องดื่มหายากก็ยิ่งขายดี ของมีต้องลอง! เมนูอร่อยในคาเฟ่             […]

บทเพลงแห่งสันติภาพ

ramswaroop1

การต่อต้านสงครามและการแสวงหาสันติภาพเกิดขึ้นมานานมากแล้ว โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา มันเด่นชัดมากในสมัยสงครามเวียดนาม ศิลปินหลายคนแต่งเพลงหลายเพลงเพื่อต้องการแสดงออกถึงการรณรงค์เพื่อการต่อต้านสงครามและการเชิดชูเรื่องสันติภาพและความสงบสุข          บอบ ดีแลน เป็นอีกศิลปินที่ได้แต่งเพลงออกมาเพื่อรณรงค์ในเรื่องการต่อต้านสงครามและการแสวงหาสันติภาพอยู่หลายเพลง เพลงๆ หนึ่งที่ยังเป็นที่จดจำของคนทั้งโลกคือเพลง “ล่องลอยไปในสายลม” หรือ Blowing in the Wind          เพลงนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านสงครามและแสวงหาสันติภาพ บอบ ดีแลน แต่งเพลงนี้ไว้ในปี 1962 เนื้อเพลงว่า “ชายคนหนึ่งต้องเดินลงไปบนถนนสักกี่ครั้ง ก่อนที่คุณจะเรียกเขาว่าผู้ชาย นกพิราบขาวต้องบินแล่นไปในทะเลสักกี่ผืน ก่อนที่เธอจะนอนหลับบนผืนทราย ลูกปืนใหญ่ต้องถูกยิงอีกกี่ครั้งก่อนที่มันจะถูกห้ามยิงตลอดไป คำตอบเพื่อนของฉันกำลังล่องลอยไปในสายลม คำตอบคือล่องลอยไปในสายลม ขุนเขาจะต้องอยู่ไปอีกกี่ปีก่อนที่จะถูกชะล้างลงสู่ทะเล และคนบางคนสามารถอยู่ไปอีกกี่ปี ก่อนที่จะได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ ใช่แล้วคนบางคนจะหันหน้าหนีอีกกี่ครั้งและทำเป็นว่าเขาไม่เห็นไม่ได้ยิน คำตอบเพื่อนของฉันกำลังล่องลอยไปในสายลม คำตอบคือล่องลอยไปในสายลม”          เมื่อมองไปในความคิดของชาวอเมริกันสมัยเริ่มต้นสงครามเวียดนาม พวกเขาคงมีคำถามว่าทำไมเด็กหนุ่มชาวอเมริกันที่เคยมีชีวิตอยู่กับสันติภาพถึงต้องเอาชีวิตไปทิ้งในเวียดนามแผ่นดินที่อยู่ห่างจากบ้านเกิดหลายพันกิโลเมตร โดยไม่เคยมีความโกธรและความเกลียดกับคนที่รัฐบาลพยายามบอกว่าคือศัตรู  มันเหมือนกับภาพลวงตาของโลกเสรีที่ต้องการสร้างความน่ากลัวให้กับคอมมิวนิสต์เท่านั้น เมื่อมีคนถามบอบ ดีแลนเกี่ยวกับเพลงแห่งสันติภาพเพลงนี้ เขากล่าวตอบว่า       “ผมไม่มีอะไรจะพูดมากเกี่ยวกับเพลงนี้ เพราะคำตอบนั้นมันถูกพัดมาในสายลม มันไม่ได้อยู่ในหนังสือ ภาพยนตร์ รายการทีวีหรือในวงสนทนา คำตอบมันอยู่ในสายลมและมันก็ถูกพัดไปตามสายลม […]

บอกเล่า “ตัวดักฝันร้าย” ที่คุณอาจไม่เคยรู้

ramswaroop1

            หลายคนคงรู้จักกับ “ตัวดักฝันร้าย” หรือ “Dreamcatcher” ซึ่งมีลักษณะเป็นวงกลมและภายในวงจะถูกสานถักเป็นตาข่ายด้วยเส้นด้ายหรือเชือกสีสันสดใสที่มีลวดลายแตกต่างกันออกไปโดยจะประดับตกแต่งไว้ด้วยขนนกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชาวยิปซีแห่งดินแดนไกลโพ้น แต่คุณก็ได้ยินเพียงแค่ชื่อหรือเคยเห็นในภาพ เคยเห็นตามร้านรวงแฟชั่นต่าง ๆ ที่วางขายเป็นแฟชั่นเท่านั้น ทว่ากลับไม่รู้เลยใช่หรือไม่ว่า “ตัวดักฝันร้าย” หรือ “Dreamcatcher” มีความสำคัญอย่างไร? จุดประสงค์การทำ “ตัวดักฝันร้าย” หรือ “Dreamcatcher”             “ตัวดักฝันร้าย” หรือ “Dreamcatcher” เป็นเครื่องรางที่มีต้นกำเนิดโดยชนเผ่าพื้นเมืองของอเมริกา หรือที่เรียกกันว่า “ชนเผ่าอินเดียนแดง” โดยต้นแบบวัฒนธรรมของชาวอินเดียนแดงที่มีต่อจุดประสงค์การใช้ “ตัวดักฝันร้าย” หรือ “Dreamcatcher” นั้น คือ พวกเขาตระหนักว่าเมื่อมีเด็กทารกเกิดออกมาก็มักจะเอาแต่ร้องไห้และฝันร้ายอยู่บ่อย ๆ ในเวลากลางคืนจนบางคนก็ไม่สบายตัว มีอาการเจ็บป่วยตามมา เหล่าแม่ของเด็กที่เพิ่งเกิดจึงได้คิดค้นทำการถักทอ “ตัวดักฝันร้าย” หรือ “Dreamcatcher”ขึ้นมาและเอาไว้ใกล้ตัวลูกโดยการห้อยซึ่งก็ทำให้เด็กหยุดร้องได้อย่างมหัศจรรย์และตื่นมาอารมณ์ดี “ตัวดักฝันร้าย” หรือ “Dreamcatcher” จึงเป็นเสมือนเครื่องรางแทนความรักของแม่ที่ป้องการปกป้องลูกจากฝันร้าย ซึ่งเมื่อมีฝันร้ายหมายที่จะเข้ามา “ตัวดักฝันร้าย” ก็จะทำหน้าที่ดูดฝันร้ายให้มาอยู่ที่ตาข่ายและกรองเพื่อให้เด็กมีแต่ฝันดี วิธีปัดเป่าสิ่งร้ายออกจาก “ตัวดักฝันร้าย” หรือ […]

บางแก้วสุนัขไทยยอดนิยม

ramswaroop1

สุนัขพันธุ์ไทยบางแก้วเป็นสุนัขที่คนไทยนิยมนำมาเลี้ยงกันมาก บางแก้วมีรูปร่างกะทัดรัดและมีสัดส่วนดีทรงขาหน้าและขาหลังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส มีขนปกคลุมสองชั้นประกอบด้วยขนชั้นในสั้นโดยมีขนอีกชั้นที่ยาวขึ้นจนกลายเป็นขนชั้นนอก ขนจะหนาและยาวกว่ารอบคอหน้าอกและด้านหลังเป็นรอยคล้ายสิงโตซึ่งสังเกตได้ชัดเจนในสุนัขตัวผู้มากกว่าสุนัขตัวเมีย หางแบบขนนกจะมีเส้นโค้งขึ้นปานกลางไปทางด้านหลัง สายพันธุ์นี้มีสีขาวมีเฉดสีแดงเทาน้ำตาลและดำในรูปแบบที่หลากหลาย มีบางตัวที่มีขนคลุมสีขาวเป็นสุนัขที่คนมักเลี้ยงไว้เฝ้าบ้านและมีความฉลาดมาก เหตุที่ตั้งชื่อสุนัขพันธุ์นี้ว่าบางแก้วเพราะบางแก้วเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในอำเภอ     บางระกำจังหวัดพิษณุโลกในภาคกลางตอนบนของประเทศไทย อำเภอบางระกำอยู่ใกล้แม่น้ำยมและเมื่อก่อนหมู่บ้านนี้อยู่ในพื้นที่ที่เป็นป่า สุนัขตัวเมียสีดำและสีขาวในท้องถิ่นของเจ้าอาวาสวัดบางแก้วได้ผสมข้ามพันธุ์กับสุนัขป่าที่สูญพันธุ์ไปแล้วซึ่งเป็นพันธุ์แรกของสายพันธุ์นี้ ตั้งแต่ปีพ. ศ. 2500 เป็นต้นมาการผสมพันธุ์แบบคัดเลือกจากลูกครอกเดี่ยวของพวกมันทำให้เกิดสายพันธุ์ในปัจจุบัน บางแก้วเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่ชาญฉลาดแข็งแรงคล่องแคล่วและแข็งแกร่ง มันเป็นเพื่อนร่วมครอบครัวที่ซื่อสัตย์และปกป้องเจ้าของตลอดจนเป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ยอดเยี่ยม สุนัขพันธุ์ไทยบางแก้วเป็นสุนัขที่มีความฉลาดและตื่นตัวและทุ่มเท เป็นสุนัขที่ทำงานเก่งและแม้แต่ช่วยล่าสัตว์ บางแก้วจะรักครอบครัวเจ้าของมันของมันและเข้ากับเด็กได้ดีและเป็นสุนัขที่เข้าสังคมได้ดีจะอ่อนโยนกับเด็กเล็ก สุนัขไทยบางแก้วไม่ใช่สายพันธุ์ที่ก้าวร้าว แต่ควรให้อยู่ห่างกับคนแปลกหน้าและบางแก้วมีความหวงอาณาเขตและปกป้องได้ดี อย่างไรก็ตามสุนัขพันธุ์นี้มีแนวโน้มที่จะคุกคามโดยการเห่ามากกว่าการกัดและโจมตี ทำให้มันเป็นสุนัขผู้พิทักษ์และสุนัขเฝ้าบ้านที่ยอดเยี่ยมที่มักจะเห่าคนผู้มาเยี่ยม เช่น เพื่อนหรือคนแปลกหน้าด้วยเสียงดัง สุนัขพันธุ์ไทยบางแก้วเป็นสายพันธุ์ที่มีความก้าวร้าวต่อสุนัขพันธุ์อื่นรวมทั้งกับสัตว์อื่น สุนัขของคุณจะเข้าสังคมได้ดีหากคุณเริ่มนำมันเข้าสังคมตั้งแต่อายุยังน้อย สายพันธุ์นี้เหมาะสำหรับเจ้าของที่มีประสบการณ์เลี้ยงสุนัขมาก่อน สุนัขพันธุ์ไทยบางแก้วเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่เฉลียวฉลาด แต่ชอบความเป็นอิสระและดื้อรั้น ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไปที่จะฝึกบางแก้ว บางแก้วควรได้รับการฝึกที่สม่ำเสมอในช่วงเวลาสั้นๆ ควรให้รางวัลเช่นการโอบกอกหรือการกล่าวชม แต่ควรหลีกเลี่ยงการให้ทำอะไรซ้ำๆ เพราะบางแก้วเป็นสุนัขที่ขี้เบื่อ โดยสรุปแล้วสุนัขพันธุ์ไทยบางแก้วต้องการเจ้าของที่มีความมั่นคงของจิตใจและมีประสบการณ์จึงจะสามารถได้รับความไว้วางใจและความเคารพจากสุนัข การเข้าสังคมต้องเริ่มตั้งแต่อายุน้อย ปัจจุบันสุนัขบางแก้วได้รับความนิยมเลี้ยงกระจายไปทั่วประเทศไทยและมีฟาร์มเพาะพันธุ์บางแก้วขายอยู่หลายแห่งโดยเฉพาะในจังหวัดพิษณุโลก ราคาของบางแก้วอายุประมาณ 1 เดือนที่คนนิยมซื้อไปเลี้ยงนั้นสูงหลายพันบาท Youtube : บางแก้ว สุนัขพันธุ์ไทย คนที่คิดจะเลี้ยงควรรู้ !! เครดิตภาพ Kapook, […]

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me