บิดาของอินเดีย

ramswaroop1

อินเดียเคยเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่มีวัฒนธรรมและอารยธรรมมายาวนาน แต่เมื่อจักรวรรดินิยมจากยุโรปขยายอำนาจเข้ามาล่าอาณานิคมในทวีปเอเชีย อินเดียก็ตกอยู่ใต้การปกครองของอังกฤษตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 17 โดยตกเป็นประเทศอาณานิคมภายใต้เครือจักรภพอังกฤษ อินเดียมีผู้สำเร็จราชการคนอังกฤษเป็นผู้ปกครอง บุคคลผู้หนึ่งชื่อโมฮันดาส คาดามจันด์ คานธี เขาเกิดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 1869 ที่เมืองบอมเบย์ เขาเกิดในครอบครัวคนชั้นสูงและได้รับการสนับสนุนในเรื่องการศึกษาโดยเขาถูกส่งไปศึกษาวิชากฏหมายที่มหาวิทยาลัยลอนดอนประเทศอังกฤษ ขณะที่ศึกษาอยู่ที่ประเทศอังกฤษเขาเปลี่ยนมาเป็นมังสวิรัตและเริ่มศึกษาคัมภีร์ศาสนาต่างๆ เมื่อเรียนจบกลับมาที่อินเดียเขาได้รับการว่าจ้างให้ไปทำงานด้านกฏหมายที่ประเทศอาฟริกาใต้เป็นเวลา 1 ปี ทนายความชาวอินเดียในประเทศอาฟริกาใต้ เมื่อมาถึงอาฟริกาใต้คานธีพบว่าสังคมที่นั่นเต็มไปด้วยการกีดกันทางเชื้อชาติและการเหยียดสีผิว ครั้งหนึ่งเขาเคยถูกโยนลงมาจากรถไฟเพราะไปซื้อตั๋วที่นั่งชั้น 1 ที่สำรองไว้สำหรับคนผิวขาว สภาพสังคมที่อาฟริกาใต้ทำให้เขาเกิดความคิดของการประท้วงความอยุติธรรมด้วยการดื้อแพ่งโดยใช้สันติวิธีและเขาได้ตัดสินใจทำงานอยู่ในประเทศอาฟริกาใต้อยู่ถึง 21 ปี และมีส่วนร่วมในการต่อต้านการเหยียดผิวในประเทศนี้ เมื่อกลับมาที่อินเดียเขาเปลี่ยนมาใช้ชีวิตอย่างเคร่งครัดตามหลักของศาสนาฮินดู คานธีเปลี่ยนมาใส่ผ้าฝ้ายดิบสีขาวที่ทอด้วยมือและใช้ชีวิตโดยถือพรหมจรรย์เขาเริ่มรณรงค์ให้ชาวอินเดียเข้าใจถึงแนวทางการต่อต้านด้วยความจริงและสันติวิธีที่เขาได้มาจากการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอาฟริกาไต้ที่เรียกว่า”สัตยาเคราะห์” ต่อมานามต้นของคานธีจึงถูกเรียกว่า ”มหาตมะ” รณรงค์ให้ชาวอินเดียต่อต้านอังกฤษ หลังจากนั้นคานธีได้เริ่มเป็นผู้นำชาวอินเดียประท้วงกฎหมายของอังกฤษจนนำไปสู่การสังหารหมู่ที่เมืองอัทริทสาร์ที่ชาวอินเดียเสียชีวิตกว่า 400 คน รวมทั้งการต่อต้านการเกณฑ์ชาวอินเดียไปรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้คานธีถูกจับเข้าคุก ต่อมาอังกฤษได้ออกกฏหมายเกลือไม่ให้ชาวอินเดียทำเกลือเพื่อบริโภคและขาย คานธีจึงนำชาวอินเดียเดินรณรงค์ระยะทาง 400 กิโลเมตรเพื่อประท้วงกฏหมายดังกล่าว คานธีและชาวอินเดียจำนวนมากถูกจับจากการประท้วงกฏหมายนี้ ต่อมาคานธีได้เจรจากับอังกฤษขอให้ปล่อยตัวชาวอินเดียและยอมให้ชาวอินเดียที่อยู่ใก้ลทะเลทำเกลือเพื่อบริโภคเองได้ ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 คานธีรณรงค์อีกครั้งเพื่อให้อังกฤษปลดปล่อยอินเดียเป็นเหตุให้เขาถูกจับอีกครั้ง อิสรภาพของอินเดีย ปี […]

สมเด็จพระปิยมหาราชกับการปฏิรูปการคลังของบ้านเมือง

ramswaroop1

               รูปแบบการปกครองประเทศสยามในสมัยต้นรัชกาลสมเด็จพระปิยมหาราชนั้นยังเป็นระบบจารีตเหมือนที่เคยเป็นมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยา คืออำนาจสูงสุดอยู่กับพระเจ้าแผ่นดิน แต่ในทางปฎิบัติพระเจ้าแผ่นดินจะทรงมอบอำนาจให้แก่บรรดาขุนนางในการดูแลหัวเมืองต่างๆ การกระจายการปกครองหัวเมืองแบบนี้เรียกว่าการปกครองแบบกินเมือง การเก็บรายได้ของแผ่นดินเช่นอากรและค่าธรรมเนียมต่างๆ ขุนนางผู้ปกครองหัวเมืองจะจัดให้มีการประมูลเพื่อให้บุคคลนั้นเหมาจ่ายรายได้จากการเก็บอากรให้ส่วนกลาง โดยตนเองก็จะไปจัดการจัดเก็บกันเองตามใจ ผู้ได้รับสิทธิ์ในการจัดเก็บจะถูกเรียกว่านายอากร ส่วนมากจะเป็นพ่อค้าชาวจีน รายได้ที่นายอากรเก็บได้ก็จะถูกแบ่งจ่ายให้บ้านเมืองตามจำนวนเงินที่ประมูลไว้ที่เหลือก็จะเก็บเอาไว้เอง วิธีการแบบนี้สร้างความเดือดร้อนให้กับราษฎรและมีการสมคบคิดกับบรรดาขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวงทำให้รายได้ของบ้านเมืองรั่วไหล โดยเฉพาะจากบรรดาขุนนางในสายของสมเด็จเจ้าพระยามหาศรีสุริยวงศ์ที่มีอำนาจมากขณะนั้น                พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระปิยมหาราชของชาวไทยทรงมีความตั้งใจที่จะปฏิรูปบ้านเมืองมาตั้งแต่ยังทรงเป็นเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์แล้วทรงตั้งใจศึกษาจากตำราของประเทศตะวันตกที่มีความเจริญ แต่ติดขัดตรงที่เมื่อประองค์ทรงขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ใหม่ๆ มีพระชนมพรรษาเพียง 15 ปี ทรงต้องอยู่ใต้อำนาจของสมเด็จเจ้าพระยามหาศรีสุริยวงศ์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เมื่อทรงมีพระชนมพรรษาครบ 20 ปีและมีอำนาจของพระมหากษัตริย์เต็มที่ จึงทรงดำเนินการตามภาระกิจที่ทรงตั้งใจไว้ เริ่มจากการปฏิรูปทางการคลังทรงตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน์เพื่อดูแลเรื่องการจัดเก็บรายได้ให้เป็นระบบและไม่ให้มีการรั่วไหล ทรงตั้งกรมบัญชีกลาง (Royal Audit Office) และสภาที่ปรึกษาแผ่นดิน (Council of State) ทรงออกพระราชบัญญัติพระคลังมหาสมบัติและพระราชบัญญัติงบประมาณ เป็นครั้งแรกที่ประเทศสยามมีการจัดทำงบประมาณรายรับรายจ่ายของแผ่นดิน ทำให้การเงินและการคลังของประเทศมีความเป็นระบบและน่าเชื่อถือมากขึ้น หอรัษฎากรพิพัฒน์                การปฏิรูปทางด้านการเงินการคลังของแผ่นดินในสมัยสมเด็จพระปิยมหาราช ทำให้มีการแยกพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ออกจากทรัพย์ของแผ่นดิน โดยให้กรมพระคลังข้างที่ซึ่งปัจจุบันคือสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ทำหน้าที่ดูพระราชทรัพย์ส่วนของพระมหากษัตริย์ และการเก็บรายได้ของแผ่นดินจะอยู่ในความรับผิดชอบของกรมพระคลังมหาสมบัติซึ่งปัจจุบันคือกระทรวงการคลัง ภาระกิจการปฏิรูปนี้เป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ในการวางระบบการเงินการคลังของชาติให้มีความมั่นคงในเวลาต่อมา สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์       เครดิตภาพ กระทรวงการคลัง และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ […]

ฮ่องกงจะไปทางไหนต่อดี

ramswaroop1

ปัจจุบันฮ่องกงเป็นเขตบริหารพิเศษของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีหัวหน้าคณะผู้บริหารชื่อ      นางแครี่ แลมซึ่งบริหารฮ่องกงภายใต้การควบคุมของรัฐบาลจีน เดิมฮ่องกงเป็นอาณานิคมของอังกฤษภายใต้เครือจักรภพ ปี 1898 อังกฤษขอเช่าเกาะฮ่องกงจากจีนเป็นเวลา 99 ปี เมื่ออยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ฮ่องกงปกครองด้วยระบบทุนนิยมเสรีประชาธิปไตยและมีความเติบโตทางเศรษฐกิจและการค้าจนพัฒนาเป็นศูนย์กลางทางการค้าการเงินที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย ปี 1997 เมื่อครบสัญญาเช่าอังกฤษส่งมอบฮ่องกงคืนให้จีนโดยอยู่ในรูปแบบของเขตปกครองพิเศษเช่นเดียวกับมาเก๊า โดยที่รัฐบาลอังกฤษทำข้อตกลงกับรัฐบาลจีนให้ฮ่องกงได้ปกครองแบบประชาธิปไตยเหมือนเดิมต่อไปอีก 50 ปี การประท้วงในฮ่องกง รัฐบาลจีนเริ่มเข้ามาควบคุมฮ่องกงมากขึ้นท่ามกลางการปรับตัวของชาวฮ่องกง ชาวฮ่องกงบางส่วนยังไม่ยอมรับว่าตนเป็นประชาชนจีนอันมีสาเหตุมาจากความเคยชินของการเป็นประเทศเสรีประชาธิปไตยแบบทุนนิยมและการมีวิถึชีวิตแบบอังกฤษ แม้แต่ภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษากวางตุ้งไม่ใช่ภาษาจีนกลางแบบจีนแผ่นดินใหญ่ ต้นเหตุที่ทำให้เกิดการประท้วงใหญ่เกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลฮ่องกงเสนอร่างกฎหมายส่งตัวผู้กระทำผิดกลับไปดำเนินคดีในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ชาวฮ่องกงเห็นว่าจีนเข้ามาครอบงำกฏหมายของฮ่องกง การประท้วงเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2019 และยืดเยื้อมาจนถึงปี 2020 มีผู้เข้าร่วมการประท้วงนับล้านคน รัฐบาลจีนจับตาการประท้วงอย่างใก้ลชิด เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมและปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรงเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต ผู้ประท้วงบางคนถึงกับเผาตัวตายเพื่อประท้วงรัฐบาล มีผู้เสียชีวิตประมาณสิบคนและมีผู้บาดเจ็บกว่าสามพันคนและถูกจับกุมเกือบหนึ่งหมื่นคน ผู้ประท้วงได้ขยายขอบเขตของข้อเรียกร้องออกไปโดยให้หัวหน้าผู้บริหารคนปัจจุบันลาออกและขอให้ชาวฮ่องกงมีสิทธิเลือกสมาชิกสภานิติบัญญัติและผู้บริหารด้วยตัวเอง รัฐบาลจีนเริ่มเข้ามาปฏิรูปฮ่องกง เมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19 การประท้วงเริ่มสงบลง เนื่องจากผู้คนหวาดกลัวการอยู่ในกลุ่มคนจำนวนมาก รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ได้ถือโอกาสนี้ผลักดันกฏหมายความมั่นคงแห่งชาติฮ่องกงออกมา เป็นผลให้มีการจับกุมผู้นำการประท้วงขนานใหญ่ หัวหน้าผู้ประท้วงบางคนก็หลบหนีหรือขอลี้ภัย เดือนตุลาคม 2020 มีการจับกุมสมาชิกสภานิติบัญญัติฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยจำนวน 7 คน สมาชิกสภานิติบัญญัติฝ่ายที่สนับสนุนประชาธิปไตยคนอื่นประท้วงด้วยการลาออกเกือบหมด ในสภาจึงเหลือเฉพาะสมาชิกที่สนับสนุนจีนแผ่นดินใหญ่ ต่อมารัฐบาลจีนได้เสนอแผนการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างสี่เมืองใหญ่คือ กวางเจา […]

กระบวนการใช้ชีวิตของคนที่ตายโดยไม่รู้ตัว

ramswaroop1

            คุณอาจจะเคยได้ฟังหรือดูภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับผี วิญญาณ และโลกแห่งความตายซึ่งหากผู้ใดที่ตายโดยไม่รู้ตัว แต่ยังมีห่วงในตัวคนที่รักหรือยังทำตามเป้าหมายของตัวเองไม่สำเร็จในโลกมนุษย์ จิตก็จะยังคงผูกติดอยู่กับสิ่งนั้น ๆ จนไม่อาจไปพิจารณาบาปและบุญในนรกภูมิได้ บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องที่เพ้อเจ้อ แต่ก็มีคนใกล้ตัวเรามากมายที่เคยพบเจอเรื่องราวเช่นนี้นะคะ คนใกล้ตัวเสียชีวิตกะทันหันแต่หลังกลับมาจากคืนสวดศพผ่านหน้าบ้านผู้ตายก็กลับเห็นผู้ตายกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่และมองไม่เห็นเขาราวกับใช้ชีวิตประจำไปเรื่อย วันนี้เราจะพาคุณมาทำความเข้าใจกระบวนการใช้ชีวิตของคนที่ตายโดยไม่รู้ตัวเพื่อที่ทุกคนจะได้เข้าใจและปลงตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าทุกสิ่งไม่มีอะไรยั่งยืน จงอย่าผูกติดหรือคาดหวังกับมันมากไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตามในยามที่มีชีวิตอยู่ เพราะความตายสามารถมาหาคุณได้ทุกเวลา มนุษย์ตั้งเป้าหมายของตัวเอง             คนเราทุกคนย่อมมีเป้าหมายในชีวิต เสมอ หากเป้าหมายนั้นทำสำเร็จก็จะรู้สึกโล่งใจและภูมิใจในตัวเองที่ได้ใช้ความมานะบากบั่นทำจนสำเร็จเสียที แต่ทว่าสำหรับตัวคุณเอง ในขณะที่กำลังอยู่ในขั้นของความพยายามที่จะไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ในขณะนั้นหรือกำลังเตรียมตัว เช่น คุณมีเป้าหมายจะได้เดินทางเจอหน้าคนรักที่ไม่ได้พบมาหลายปี แต่ระหว่างทางที่นั่งรถก็เกิดอุบัติเหตุเสียก่อนทำให้คุณเสียชีวิต เป็นต้น ทุกอย่างจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนคุณคาดไม่ถึง และจิตสุดท้ายที่นึกถึงแต่คนรักทำให้คุณไม่รู้ตัวเลยว่าคุณได้รับบาดเจ็บหนักจนตายแล้ว มนุษย์ตายกะทันหันและตื่นขึ้นมาทำสิ่งเดิม             คุณได้ตายอย่างกะทันหันโดยไม่รู้ตัว แต่จิตสุดท้ายที่ยังคงนึกถึงเป้าหมายที่ตัวเองมุ่งมั่นก่อนหน้าที่มีแรงพลังมากทำให้วิญญาณของคุณเข้ามาอยู่อีกมิติหนึ่งที่จิตของคุณสร้างขึ้นมาเป็นโลกที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เดิมก่อนหน้าราวกับได้ย้อนเวลากลับไปทำในสิ่งนั้น ๆ อีกครั้ง ดังเช่นตัวอย่างที่คุณตั้งใจนั่งรถเพื่อไปเจอหน้าคนรักและเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณคุณก็จะวนกลับไปอยู่บนเตียงในเช้าของวันเดินทางอีกครั้งจวบจนถึงช่วงที่คุณนั่งรถและเกิดอุบัติเหตุอีก เป็นต้น เป้าหมายไม่สำเร็จก็มักจะวนเวียนซ้ำ ๆ             เมื่อวิญญาณของคุณได้กลับมาทำตามเป้าหมายราวกับตอนที่ยังมีชีวิตอีกครั้งด้วยพลังแห่งจิตแต่ไม่ว่าอย่างไรเป้าหมายก็ไม่สำเร็จสักที ดวงวิญญาณก็จะวนอยู่ซ้ำ ๆ ในเหตุการณ์เดิมอย่างไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตตัวเองที่วนลูปราวกับในภาพยนตร์ประมาณ 3 วัน คุณจึงจะจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นและรู้ตัวว่าตายไปแล้วตามกฎของความตายและจากนั้นหากจิตของคุณปลดปล่อยได้ก็จะไปผุดไปเกิดตามผลบาปบุญเสียที แต่หากยังปล่อยวางไม่ได้และเอาแต่ผูกติดมากขึ้นก็จะต้องติดอยู่ในสถานที่นั้น ๆ ที่คุณรักนานเท่าไหร่ก็ไม่อาจรู้จนกว่าคุณจะรู้ว่าทุกสิ่งไม่จีรัง รูปภาพประกอบ […]

พิธีศีลมหาสนิท คืออะไร

ramswaroop1

                  คริสตชน หรือผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ มีพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญ 7 พิธี ที่เรียกกันว่า “พิธีรับศีลศักดิ์สิทธิ์” หนึ่งในพิธีกรรมที่มีความสำคัญคือ “พิธีมหาสนิท” หรือ ”พิธีมหาสนิทศักดิ์สิทธิ์” (Eucharist; Holy Communion) ในส่วนของนิกายโรมันคาทอลิก, อีสเทอร์ออร์ทอดอกซ์ และโปรเตสแตนต์ จะเรียกว่า “พิธีศีลมหาสนิท” ซึ่งผู้รับศีลต้องไปโบสถ์ ในการทำพิธีบูชามิสซา หรือพิธีมิซาบูชาขอบพระคุณ อัญเชิญองค์พระเยซูเสด็จลงมาประทับในขนมปังและเหล้าองุ่น และจะปฏิบัติในทุกวันเสาร์หรืออาทิตย์ ในหนึ่งวันนี้สามารถรับได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น พิธีนี้มีความเป็นมาเป็นอย่างไร                   พระวรสารนักบุญมัทธิว พระวรสารนักบุญมาระโก พระวรสารนักบุญลูกา จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวโครินธ์ ฉบับที่ 1 ได้อธิบายการตั้งพิธีศิลมหาสนิทคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันทั้งหมด ใจความสำคัญได้กล่าวถึงพิธีที่พระเยซูได้ตั้งขึ้นระหว่างรับประทานอาหารร่วมกับอัครสาวกในคืนพฤหัสบดีศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นอาหารมื้อสุดท้าย ก่อนที่วันถัดไปพระองค์จะถูกจับกุมและถูกตรึงบนไม้กางเขน ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงปัสคา อาหารจึงมีเพียงขนมปังและเหล้าองุ่น จึงถูกนำมาใช้เป็นพันธสัญญาใหม่ ในการไถ่บาปแทนด้วยพระวรกายและพระโลหิตของพระองค์ดังทีได้ทรงพยากรณ์ไว้ ศีลมหาสนิทในยุคแรก ๆ เป็นเพียงนามของบทสวดภาวนาขอบพระคุณพระเยซูก่อนที่พระองค์จะเสกขนมปังและเหล้าองุ่น ในยุคสมัยต่อมาได้ถูกนำมาใช้เป็นพิธีกรรมที่สำคัญอย่างยิ่งของศาสนา                   พิธีกรรมศีลมหาสนิทนี้ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของพิธีมิสซาและสืบทอดต่อกันมาหลายยุคหลายสมัย แม้ว่าในนิกายต่าง ๆ […]

การโจมตีของฝูงนก

ramswaroop1

ภาพยนตร์เรื่องนก (The Birds) เป็นภาพยนตร์แนวระทึกขวัญที่สร้างขึ้นจากบทประพันธ์ของ  ดาฟเน่ ดู เมอริเอ นักประพันธ์ชาวอังกฤษ เมื่อปี 1963 อำนวยการสร้างและกำกับการแสดงโดยอัลเฟรด ฮิทช์ค๊อก ผู้กำกับภาพยนตร์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวอังกฤษ นำแสดงโดยร็อด เทเลอร์,ทิปปี้ เฮเดรน, เจสสิก้า แทนดี้, ซูซาน เพรสเซ็ท และเวโรนิก้า คาร์ทไรท์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงทางด้านรายได้ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่เมืองเล็กๆแห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์ชื่อ โบเดก้าเบย์ มีเหตุการณ์ที่ผิดปกติจากธรรมชาติเมื่อฝูงนกหลายชนิด เช่น นกกระจอกและอีการวมตัวกันและเข้าโจมตีมนุษย์อย่างรุนแรง ทำความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินจนกองทัพต้องออกมารักษาความสงบ ภาพยนตร์เรื่องนกได้รับคำชมอย่างมากในเรื่องของเทคนิคพิเศษในการสร้างการรวมตัวกันของฝูงนกและการเข้าโจมตีมนุษย์ที่ทำออกมาได้อย่างน่าตื่นเต้นและสมจริง ความผิดปกติของฝูงนกที่โบเดก้าเบย์ มิช เบรนเนอร์ทนายความหนุ่มอาศัยอยู่ที่เมืองโบเดก้าเบย์ที่ฟาร์มติดทะเล เขาอาศัยอยู่กับลิเดียและเคธี่ แม่และน้องสาวของเขา วันหนึ่งเมลานี แดนเนียลส์หญิงสาวลูกสาวมหาเศรษฐีที่พบกับมิชที่ร้านค้าสัตว์เลี้ยงในเมืองซื้อนกเลิฟเบิร์ดมาฝากเคธี่เป็นของขวัญวันเกิด เมลานีพบกับ   แอนนี่ เฮย์เวิร์ดครูโรงเรียนประถมแฟนเก่าของมิชและขอพักที่บ้านเธอ ในงานวันเกิดของเคธี่    นกจำนวนมากรวมตัวกันและโจมตีผู้ที่มาร่วมงาน มิชต้องรีบพาเด็กๆหลบเข้าในบ้าน เย็นวันนั้นมิชขอร้องให้เมลานีพักที่บ้านเขาเพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของเธอ เช้าวันต่อมาลีเดียออกไปเยี่ยมเพื่อนบ้านของเธอ และพบว่าเขาเป็นศพจากการถูกนกโจมตีเสียแล้ว เธอช็อคและรีบกลับมาบ้านและเป็นห่วงเคธี่มาก เมลานีรับอาสาไปรับเคธี่ที่โรงเรียน ฝูงนกเข้าโจมตีเด็กนักเรียนที่กำลังวิ่งหนีเข้าไปในเมือง เมลานีหลบเข้าไปอยู่ในตู้โทรศัพท์แต่ก็ถูกฝูงนกโจมตี […]

ไขมุมมองที่คุณอาจไม่รู้…ซานตาคลอสตัวจริงคือใครกันนะ?

ramswaroop1

            ในเทศกาลคริสต์มาสที่เด็ก ๆ ต่างเฝ้ารอคอยที่คุณลุงซานตาคลอสร่างอ้วนใจดีผู้มีหนวดยาวสีขาวสวมชุดสีแดงเอาของขวัญมาใส่ในถุงเท้าที่แขวนตามบ้านจวบจนพวกเขาโตแล้วได้ของขวัญมาตามจำนวนปีก็ยังไม่มีใครรู้ซานตาคลอสมีหน้าตาเป็นอย่างไรกันแน่ แล้วเขาอาศัยอยู่ที่ไหน แล้วเอลฟ์ซึ่งเป็นผู้ช่วยทำของขวัญให้เด็ก ๆ มีจริงหรือไม่ เราจะพาทุกคนไปค้นหาคำตอบกัน ซานตาคลอสตัวจริงคือใครกันแน่?             ต้นกำเนิดของคุณลุงซานตาคลอสผู้ใจดีแท้จริงแล้วมาจากบุคคลที่ชื่อว่า “นักบุญนิโคลัส” ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 4 เป็นนักบุญชาวฮอลแลนด์ที่มีเมตตาต่อเด็ก ๆ ผู้ยากไร้ ท่านมักจะนำสิ่งของและอาหารมาแจกให้กับเด็ก ๆ อยู่เสมอทำให้ทุกคนต่างเคารพท่านเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นชาวฮอลแลนด์บางส่วนก็ได้อพยพไปอยู่ในสหรัฐอเมริกาและยังคงจัดประเพณีฉลองนักบุญนิโคลัส ในวันที่ 6 ธันวาคมของทุกปีทำให้ชาวสหรัฐอเมริกาได้รับการเผยแพร่ประเพณีมาจนกลายเป็นเทศกาลคริสต์มาสสากลที่ทั่วโลกทำกันในปัจจุบันเพื่อรำลึกถึงนักบุญนิโคลัสและมีการสร้างตัวตนของท่านให้กลายเป็น “ซานตาคลอส” ผู้มีรูปร่างอ้วนและสวมเสื้อผ้าและหมวกสีแดงเป็นเอกลักษณ์ เพราะเสื้อผ้าของนักบุญนิโคลัสดั้งเดิมก็เป็นสีแดงอยู่แล้ว ประวัติของนักบุญนิโคลัสหรือซานตาคลอส             ซานตาคลอส หรือ นักบุญนิโคลัสแห่งไมร่า เป็นนักบุญที่มีชื่อเสียงที่สุดองค์หนึ่ง ในนิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ และโรมันคาทอลิก เกิดที่เมืองปารารา ดินแดนอานาโตเลียในปี ค.ศ. 270 หรือ พ.ศ 813 โดยชีวิตช่วงวัยหนุ่มท่านได้จาริกแสวงบุญไปอียิปต์และปาเลสไตน์ พอกลับมาได้ไม่นานก็ได้รับแต่งตั้งเป็นบิชอปแห่งมิรา ต่อมาช่วงการเบียดเบียนคริสต์ศาสนิกชนในจักรวรรดิโรมัน สมัยจักรพรรดิไดโอคลีเชียน นักบุญนิโคลัสถูกจับขังคุก จนเมื่อสิ้นสุดลงในรัชสมัยจักรพรรดิคอนสแตนติน ท่านจึงถูกปล่อยตัว […]

การแทรกแซงของสหรัฐอเมริกาต่อประเทศไทย

ramswaroop1

         ภายหลังจากได้รับชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐอเมริกาประกาศตนเองว่าเป็นผู้นำโลก เชื่อว่าประเทศตนคือมหาอำนาจ เชื่อว่าประเทศตนเองคือตำรวจโลก เชื่อว่าประเทศตนเองคือผู้นำของโลกเสรีประชาธิปไตย สหรัฐอเมริกามีนโยบายที่จะเข้าไปมีอิทธิพลในพื้นที่ต่างๆ ของโลกพร้อมกับการหาผลประโยชน์ทั้งทางการเมืองและทางเศรษฐกิจมาหลายสิบปีแล้ว เริ่มตั้งแต่การเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของประเทศในแถบละตินอเมริกา จนกระทั่งตะวันออกกลาง อาฟริกาและเอเชีย เช่น การสนับสนุนการประท้วงในฮ่องกง หลายครั้งที่เข้าไปใช้ปฏิบัติการทางทหารอย่างในเวียดนาม, อิรักและอัฟกานิสถาน สำหรับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญกับไทยในการเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในพื้นที่นี้ของโลก เส้นทางของการแทรกแซง          สหรัฐอเมริกาพยายามเข้ามาแทรกแซงทางการเมืองและการทหารในประเทศไทย ตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยนั้นรัฐบาลไทยมีความเอนเอียงไปทางสหรัฐอเมริกาเนื่องจากต้องการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ แม้ว่ารัฐบาลไทยในขณะนั้นเป็นรัฐบาลทหาร สหรัฐอเมริกาที่ถือว่าตนเองเป็นผู้นำโลกประชาธิปไตยกลับให้การสนับสนุนเพราะลึกๆ แล้วสหรัฐอเมริกาเห็นแก่ประโยชน์ของตนทั้งทางการเมืองและการทหารมากกว่าประชาธิปไตย มาถึงสมัยรัฐบาลนายบารัก โอบามา สหรัฐอเมริกาเริ่มแสดงให้เห็นชัดเจนถึงจุดยืนของตนในการเอนเอียงเข้ากับฝ่ายที่อ้างตนว่าเป็นประชาธิปไตยในไทย เจ้าหน้าทางการฑูตของสหรัฐอเมริกาขอเข้าไปเยี่ยมหมู่บ้านเสื้อแดงหลายครั้ง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น อยู่ในสถานะกำลังสั่นคลอนจากการที่จะถูกถอดถอน และมีคดีความต่างๆ หลายคดีที่กำลังจะถูกตัดสินโดยศาลรัฐธรรมนูญและศาลยุติธรรม ผู้จัดการรัฐบาลที่อยู่ต่างประเทศขณะนั้นจึงไปดึงสหรัฐอเมริกาเข้ามา โดยเสนอผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ทางทหาร  เพื่อให้สหรัฐอเมริกาเข้ามาช่วยปกป้องรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภายหลังการรัฐประหารปี พ.ศ.2557 จนถึงปัจจุบันที่ไทยมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งแล้วสหรัฐอเมริกาแสดงออกตลอดมาว่ายืนอยู่ข้างเดียวกับฝั่งตรงข้ามรัฐบาล และพยายามเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยโดยเฉพาะขบวนการยุติธรรม เช่น การกดดันรัฐบาลไทยภายหลังเกิดการรัฐประหารให้รีบคืนอำนาจกลับไปให้ประชาชน สหรัฐอเมริกาแสดงตนว่าให้การสนับสนุนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจและนายปิยบุตร แสงกนกกุล […]

จอห์น เมอร์ริคเดอะเอเลเฟนท์แมน

ramswaroop1

         ต้นศตวรรษที่ 19 สมัยวิคตอเรียน ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีการแสดงประเภทหนึ่งที่เป็นที่นิยมของสมัยนั้น คือการนำมนุษย์ที่มีความผิดปกติทางร่างกายมาออกแสดงต่อสาธารณชนหรือเรียกว่าฟรีกโชว์ (Freak Show) มีคณะแสดงฟรีกโชว์คณะหนึ่งเจ้าของชื่อมิสเตอร์ไบทส์ ได้จัดการแสดงที่ภาคตะวันออกของลอนดอน จอห์น เมอร์ริค คือหนึ่งในมนุษย์ประหลาดที่ถูกนายไบทส์นำมาออกแสดง ผู้เข้ามาชมการแสดงคนหนึ่งชื่อนายแพทย์           เฟรเดอริค เทรเวส เขาเป็นศัลยแพทย์ที่ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งลอนดอน เทรเวสได้พบเมอร์ริคในงานนี้ เขาเกิดความสนใจในตัวเมอร์ริคผู้มีความผิดปกติทางร่างกายโดยมีศรีษะโตกว่าคนปกติเป็นโหนกขนาดใหญ่ทางด้านหลังและมีปุ่มโปนเป็นเนื้องอกออกมาทั่วลำตัว นายแพทย์เทรเวสให้เงินแก่มิสเตอร์ไบทส์เพื่อขอตัวเมอร์ริทไปตรวจที่โรงพยาบาล          นายแพทย์เทรเวสพบว่าศรีษะที่มีขนาดใหญ่ของเมอร์ริคทำให้เขาไม่สามารถนอนหงายเหมือนคนปกติได้ เพราะศรีษะขนาดใหญ่ของเขาจะไปปิดกั้นทางเดินหายใจเวลาหลับเขาต้องนั่งเอาเข่าชันศรีษะไว้ตลอดเวลา เมื่อนายแพทย์เทรเวสส่งตัวเมอร์ริทคืนให้มิสเตอร์ไบทส์         เมอร์ริคถูกไบทส์ทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง จนนายแพทย์เทรเวสต้องนำตัวเมอร์ริทกลับไปรักษาที่โรงพยาบาล นายแพทย์เทรเวสต้องการแสดงให้คุณกอมม์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเห็นว่าจอห์น เมอร์ริทมีพัฒนาการ เพื่อคุณกอมม์จะยอมให้จอห์น เมอร์ริท อยู่ที่โรงพยาบาลต่อได้    เทรเวสสอนให้เมอร์ริทอ่านบทประพันธ์ เมอร์ริทสามารถอ่านบทประพันธ์ได้ยาวกว่าที่นายแพทย์เทรเวสสอนเขาเพราะเคยอ่านมาก่อน นอกจากนั้นเมอร์ริทยังเริ่มทำโมเดลของโบสถ์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงพยาบาล          มิสเตอร์ไบทส์แอบเข้ามาลักพาตัวเมอร์ริทออกไปจากโรงพยาบาล คราวนี้เขาพา      เมอร์ริทออกจากอังกฤษไปเปิดแสดงถึงประเทศในยุโรป ขณะที่แสดงที่ประเทศเบลเยี่ยมสุขภาพเมอร์ริททรุดโทรมลงมากเขามีอาการแย่ลงเรื่อยๆ นายไบทส์โมโหเมอร์ริทและจับเขาไปขังในกรง เพื่อนของเมอร์ริคซึ่งเป็นมนุษย์ผิดปกติเหมือนกันช่วยเขาออกมา เมอร์ริทพยายามเดินทางกลับมาที่ลอนดอนโดยมีเสื้อคลุมปกปิดร่างกาย ขณะที่เดินทางมาถึงสถานีรถไฟมีเด็กกลุ่มหนึ่งเห็นหน้าตาของเขาและคุกคามเขาต้อนเขาไปจนมุม จอห์น เมอร์ริท ร้องขึ้นว่า “ผมไม่ใช่มนุษย์ช้าง ผมไม่ใช่สัตว์ […]

Michael J Fox กลับไปที่ Back To The Future ใน MV Lil Nas X

ramswaroop1

Michael J Fox นักแสดงนำกลับมารับบทเป็น Marty McFly ในวิดีโอใหม่สำหรับนักแสดงแร็พ Lil Nas X ฟ็อกซ์ปรากฏตัวในเทรลเลอร์สำหรับซิงเกิ้ล Holiday ที่กำลังจะมาถึงซึ่งเห็นว่านาสมาถึง Wild West ขณะที่ซานตาคลอสถูกโยนออกจากรถเก๋ง หลังจากที่เขาหยิบหมวกของซานต้านาสก็พบว่าเขาได้รับเลือกให้เป็น “ซานต้าคนใหม่” และต้องเดินทางไปยังอนาคต ในขณะที่เขาออกเดินทางด้วยกวางเรนเดียร์สุนัขจิ้งจอกก็ตะโกนตามเขาว่า “ไม่ว่าคุณจะทำอะไรนาสอย่าไปปี 2020!” นี่เป็นครั้งแรกที่ฟ็อกซ์เล่นตัวละครที่โด่งดังที่สุดของเขาบนหน้าจอนับตั้งแต่ Back To The Future Part III ในปี 1990 (แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะบันทึกบทสนทนาในฐานะ Marty McFly สำหรับวิดีโอเกม Lego Dimensions ในปี 2015) ในวิดีโอเขายังสวมชุดคาวบอยแบบเดียวกับในภาพยนตร์เรื่องที่สาม ซึ่งวัยรุ่นที่เดินทางข้ามเวลาของเขาถูกขังอยู่ในเมืองเก่าทางตะวันตก จี้มาหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ชายวัย 59 ปีกล่าวว่าเขาอาจถูกบังคับให้ออกจากการแสดง เมื่อพูดถึงนิตยสาร People ฟ็อกซ์กล่าวว่า “ความจำระยะสั้นถูกยิง” อันเป็นผลมาจากพาร์กินสันซึ่งเขาได้รับการวินิจฉัยครั้งแรกในปี 2534 […]

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me