ความรู้สึกก่อนที่คนเราจะตายเป็นเช่นไร?

ramswaroop1

            หากในเวลานี้คุณกำลังป่วยหนักและรู้ตัวว่านับวันความตายก็เริ่มใกล้จะเข้ามาหาเรามากขึ้นทุกทีก็คงพยายามจะทำใจให้ไม่กลัวได้ แต่ลึก ๆ แล้วแม้คุณจะไม่เกรงกลัวความตายแต่ก็คงไม่แคล้วใจหายที่จะต้องจากโลกที่เคยอยู่ไปพบกับโลกใหม่ที่ไม่อาจรู้ว่าจะมีอะไรที่รอเราอยู่ข้างหน้า แล้วที่สำคัญคือความอยากรู้ว่าก่อนที่คนเราจะตายนั้นเป็นอย่างไร? จะมีความรู้สึกทรมานมากหรือไม่ แล้วมีใจที่ร้อนรนหรือด้านชา วันนี้เราจะมาบอกเล่าความรู้สึกก่อนตายเหล่านั้นให้คุณได้รู้เท่าที่เราศึกษามา ก่อนตายเราจะรู้สึกตัวเบา             ในช่วงเวลาที่หัวใจเราเริ่มเต้นเบาลงทุกทีเพื่อรอวินาทีที่ใกล้ตาย ตัวของเรานั้นจะเหนื่อยแต่ก็ไม่ทรมาน เพราะความตายจะปราณีมนุษย์ทุกคนให้จากไปอย่างสงบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ที่ก่อนตายหลายคนที่เห็นญาติพี่น้องตัวมีลักษณะทรมานก็เพราะจิตของเขายังมีแต่ความหวาดกลัว ไม่สามารถปลงหรือปล่อยตัวเองตามสังขารที่กำลังจะสิ้นอายุขัยได้ซึ่งก็ไม่มีอะไรที่จะเอาชนะความตาย เพราะเพียงชั่วขณะความกลัวเหล่านั้นก็จะหายไป ซึ่งตามธรรมชาติหากเราปล่อยวางและทำใจอยู่แล้ว ในวินาทีนั้นร่างของเราจะรู้สึกล้าแต่ก็ไม่หนัก ตรงกันข้ามกลับเบาบางราวกับขนนกที่กำลังล่องลอยแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนด้วยซ้ำเหมือนว่าธาตุทุกอย่างกำลังได้รับการปลดปล่อยหมดแล้ว ก่อนตายเราจะอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น             ก่อนตายคนเราจะไม่อยู่กับโลกแห่งความจริง แต่จะเป็นในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น ตาของเราจะเริ่มเลือนลางบ้างชัดเจนบ้างแต่สติสัมปชัญญะนั้นจะเริ่มลางเลือนจนไม่อาจได้ยินเสียงรอบข้างนอกจากหัวใจของเราที่เต้นช้าลงจนสัมผัสได้ ความง่วงที่เริ่มเข้ามาครอบงำก็ไม่ต่างจากยานอนหลับที่ต้องการให้คุณที่กำลังจะตายได้รับจนสามารถหลับตาได้อย่างสงบ ไม่เจ็บป่วยอีกต่อไปแล้ว ก่อนตายเราจะเกิดภาพเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตที่สำคัญ             ก่อนตายเราจะเกิดภาพเรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ เข้ามาในชีวิตซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดจากจิตใต้สำนึกที่จะนำพาให้เรากลับมาหวนนึกถึงสิ่งสำคัญที่เรากระทำตั้งแต่จำความได้จนถึงสุดท้ายราวกับเปิดหน้าหนังสือแต่ละหน้าในช่วงอายุนั้น ๆ แบบช้า ๆ แต่ในโลกแห่งความจริงมันกลับรวดเร็วจนญาติพี่น้องและเพื่อน ๆ ของคุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณเห็นอะไร มีแค่ตัวคุณที่สามารถรับรู้ หากเคยทำไม่ดีกับใครไว้จิตก็จะอโหสิกรรมให้ ณ ตอนนั้นเลยหากคุณเข้าใจคนอื่นมากยิ่งขึ้น ก่อนที่มันจะตัดไปพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของคุณ รูปภาพประกอบ : Pixabay #ความรู้สึกก่อนตาย #ภาพก่อนตาย […]

การอุทิศส่วนกุศลให้เทวดาที่คุ้มครองชีวิต

ramswaroop1

            ความเจ็บปวด อันตราย และผลกระทบที่เปรียบเสมือนลมมรสุมต่าง ๆ ในชีวิตตามหลักของศาสนาพุทธนั้นได้กล่าวว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากกรรมของเราในอดีตที่ส่งผลให้มนุษย์ต้องชดใช้และส่วนหนึ่งก็มาจากเจ้ากรรมนายเวร ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อชีวิตของมนุษย์ทุกคนต้องเผชิญกับเคราะห์กรรมต่าง ๆ แต่ขณะเดียวกันสิ่งเหล่านี้ก็สามารถช่วยลดทอนไปได้จากความช่วยเหลือของเทวดาประจำตัวที่คุ้มครองชีวิตเรานั่นเอง เทวดาที่คุ้มครองชีวิตคือใคร?             เทวดาที่คุ้มครองชีวิต คือ เทวดาที่มีหน้าที่คอยดูแลปกป้องมนุษย์คนหนึ่งตามที่ตัวเองสมควรทำเพื่อไม่ให้บุคคลนั้นต้องพบเจอกับอันตรายหรือเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ชีวิตต้องเกิดความสิ้นหนทางหรืออันตรายอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นตามอายุขัยนั้น ๆ หรืออาจมาจากสิ่งชั่วร้ายที่ต้องการทำให้เราบาดเจ็บ เทวดาที่คุ้มครองชีวิตก็จะคอยส่องดูและสัมผัสถึงอันตรายของคนที่ตัวเองดูแลได้ ซึ่งทุกคนย่อมมีเทวดาประจำตัวที่คุ้มครองแตกต่างกันไป เช่น บรรพบุรุษ พ่อแม่ในอดีตชาติ คู่ครองในอดีตชาติ หรือแม้แต่ผู้อื่นที่เคยมีความสัมพันธ์กับคุณในทางใดทางหนึ่งที่แน่นแฟ้นเกี่ยวข้องกันด้วยบุญและสายใยก็ย่อมสามารถเป็นเทวดาคุ้มครองชีวิตคุณได้ทั้งนั้น ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาอยู่ในสถานภาพเป็นเทวดาบนสวรรค์ ความสำคัญของการอุทิศบุญให้เทวดาที่คุ้มครองชีวิต             หลายคนคงสงสัยตรงนี้ว่าหากมีเทวดาคุ้มครองชีวิตทุกคนจริง แล้วเหตุใดเราจึงต้องเผชิญกับเคราะห์กรรมมากมายที่หาทางออกไม่ได้ในหลายครั้งและเสี่ยงชีวิตกับอุบัติเหตุ หรือแม้แต่บางคนก็ตายก่อนวัยอันควรทั้งที่พระท่านก็บอกว่าอายุขัยเขายังไม่ถึงฆาตด้วยซ้ำ เราขอบอกทวนเลยว่า เทวดาที่คุ้มครองชีวิตสามารถช่วยคุณได้แค่ “เหตุสุดวิสัยที่ผิดจากการได้รับผลกรรมตามธรรมชาติ” บางคนที่เกิดเรื่องร้าย ๆ ขึ้นและต้องยอมรับชะตากรรมกับมันด้วยร่างกายหรือจิตใจนั่นย่อมเกิดได้จาก 2 สาเหตุ ดังนี้ 1.ผลจากกรรมในอดีตที่แต่ละคนเคยทำไว้ ซึ่งเทวดาที่คุ้มครองไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปขัดขวางกรรมของผู้อื่นได้แม้จะอยากช่วยเหลือก็ตาม ไม่เช่นนั้นพวกท่านก็จะต้องเดือดร้อนเอง 2.ไม่มีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เทวดาที่คุ้มครองชีวิตเลย เนื่องจากเทวดาที่คุ้มครองชีวิตท่านย่อมต้องมีพลังในการที่จะช่วยเหลือมนุษย์จากสิ่งที่ไม่ดีในโลกซึ่งไม่ใช่ที่ของตัวเองจำนวนมาก แม้หลายท่านจะมีบารมีก็ตาม แต่ระดับบารมีนั้นก็ย่อมแตกต่างกัน ต้องมีการสะสมจากผลบุญ ซึ่งการสร้างผลบุญตามหลักศาสนาสามารถทำได้เฉพาะยามที่เราเป็นมนุษย์ การตายสำหรับบางคนทั้งที่ยังไม่หมดอายุขัยจึงเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หากหมั่นอุทิศให้ท่านบ่อย ๆ […]

“การฝึกสมาธิกับโลงศพ” หลักสูตรปฏิบัติธรรมวัดป่าที่คุณอาจคาดไม่ถึง!

ramswaroop1

            หากคุณเคยฟังเรื่องเล่าของอาจารย์ยอดหรือเรื่องเล่าประสบการณ์ขนหัวลุกใน The Ghost Radio มาก็อาจจะจำได้เรื่องราวของคนที่ได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมและมีด่านสำคัญคือ “การฝึกสมาธิกับโลงศพ” ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าไม่น่าจะใช่เรื่องจริง ใครกันที่จะยอมไปนั่งสงบจิตสงบใจอยู่กับโลงศพอย่างนั้น แต่ความจริงแล้วเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงหากลองศึกษาดูดี ๆ จะรู้ว่าวัดป่าบางแห่งในเมืองไทยมีหลักสูตรเช่นนี้ ทำความรู้จัก “การฝึกสมาธิกับโลงศพ”             “การฝึกสมาธิกับโลงศพ” เป็นการทดสอบรายบุคคลในด่านสุดท้ายก่อนจบหลักสูตรการปฏิบัติธรรมหลังจากเราได้เข้ามาฟังเทศน์ฟังธรรม ทำวัตร รักษาศีล 8 และนั่งสมาธิจนคุ้นชินหลายวันแล้ว เมื่อมาถึงโค้งสุดท้ายของหลักสูตรการปฏิบัติธรรมของวัดป่าจะมีการให้คนที่มาปฏิบัติธรรมนั่งในลานกว้างตามมุมของตัวเองและท่องคำว่า “หนอ…หนอ…”แบบนี้ไปเรื่อย ๆ และห้ามลืมตาหรือหยุดพูดคำนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นซึ่งหากใครทำได้ก็จะต้องเข้ารับการทดสอบ “ฝึกสมาธิกับโลงศพ” ซึ่งในยามกลางคืน ทางวัดจะให้แต่ละคนได้ไปนั่งสมาธิในจุดที่แตกต่างกันบริเวณไม่ไกลจากวัดซึ่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ ทุกคนต้องนั่งสมาธิประจำจุดอยู่แค่คนเดียวจนถึงเที่ยงคืนโดยที่จุดนั่งของแต่ละคนจะมีโลงศพที่มีลักษณะแตกต่างกัน ซึ่งในโลงนั้นจะมีศพของผู้ที่เสียชีวิตและได้ทำการอุทิศร่างไร้วิญญาณของตัวเองให้ผู้มาปฏิบัติธรรมได้เข้ารับการทดสอบฝึกสมาธิได้แล้ว โดยขณะที่นั่งสมาธิก็ต้องพูดคำว่า “หนอ”เหมือนเดิม             “การฝึกสมาธิกับโลงศพ” ขณะที่นั่งแต่ละคนจะเจอการทดสอบจากร่างไร้วิญญาณในการมาแสดงเสียงหรืออาจจะเป็นสัญญาณอย่างใดอย่างหนึ่งให้ผู้ปฏิบัติธรรมรับรู้ได้ซึ่งไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามลืมตาจนกว่าจะได้ยินเสียง “สาธุ!” ซึ่งหมายถึงว่า “สอบผ่านแล้ว” จุดประสงค์ของ “การฝึกสมาธิกับโลงศพ”             “การฝึกสมาธิกับโลงศพ” อาจเป็นเรื่องที่ดูเหนือธรรมชาติเกินไปสำหรับหลายคน แต่หลายวัดก็มีแนวคิดว่าการที่เราได้อยู่กับศพจะทำให้เรารับรู้ถึงสังขารอันไม่เที่ยง เกิดความปลง และไม่กลัวเพราะรู้ว่าทุกคนเมื่อเสียชีวิตไปแล้วก็ย่อมต้องเป็นเช่นนี้ ซึ่งจากประสบการณ์ของผู้ที่เคยไปปฏิบัติธรรมมาต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หลังจากผ่านความกลังขั้นสุดในชีวิตมาได้ พวกเขาก็หายกลัวทุกสิ่งทุกอย่างไปเลย เพราะสามารถรับรู้ได้ว่าเขาทำได้แค่ส่งสัญญาณให้เรารู้ว่าเมื่อละสังขารไป […]

ซีอุย เรื่องราวของมนุษย์กินคน

ramswaroop1

ซีอุย ตามตำนานแล้วเป็นชายเชื้อสายจีนที่อพยพมาทำงานในประเทศไทย หรือก็คือแรงงานต่างด้าว ซีอุยเดินทางเข้ามาทำงานที่ประเทศไทยเพียงลำพังปราศจากครอบครัวและคนรู้จัก ด้วยความที่เป็นคนต่างด้าวพูดภาษาไทยได้ไม่แตกฉาน อีกทั้งยังอยู่ในสังคมรอบตัวที่ไม่คุ้นชินจึงทำให้ซีอุยกดดันเกิดความเครียด จนนำพามาสู่โศกนาฏกรรมแสนน่าเศร้า ซึ่งตามเรื่องราวในภาพยนตร์ที่เราเคยดูเล่าว่า ซีอุย เกิดล้มป่วยขึ้นมาและนึกถึงแม่ที่ต้มยาผสมอวัยวะของมนุษย์ให้กิน ในวัยเด็กเขาหายดีด้วยการกินยานั้นจึงมีความเชื่อที่ว่าการกินคนจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ซีอุยจึงทำการออกล่าและหลอกล่อเด็กมาฆ่ากินเป็นจำนวนมากจนถูกตำรวจไทยจับได้และยิงเป้าประหารชีวิต จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตซีอุย ก็ยังไม่แม้แต่จะปริปากสารภาพว่าตนเป็นคนทำ ซีอุย เรื่องราวของมนุษย์กินคน2 ความเป็นจริงที่แตกต่างจากตำนานของซีอุย ซีอุย เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาหลาย 100 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยจางหายไปจากสังคมไทยเลย เพราะมีการบอกเล่ากันปากต่อปาก ถึงเรื่องราวสุดหลอนของมนุษย์กินคน บ้างก็ว่าซีอุย เป็นปีศาจในร่างมนุษย์ เป็นฆาตกรเลือดเย็นที่หลอกล่อแกล้งทำเป็นเล่นกับเด็ก มีคำด่าทอ และการบูลลี่มากมายในปัจจุบัน ที่เราบางคนยังเห็นว่าเป็นเรื่องปกติ เช่น การนำศพของซีอุย ที่เน่าเปื่อยแล้ว มาตั้งโชว์ไว้ในพิพิธภัณฑ์ เขียนป้ายติดไว้ว่าฆาตกรฆ่าเด็ก มนุษย์กินคน ทั้งที่แท้จริงแล้ว เมื่อลองเปิดย้อนไปดูคดีในตอนนั้น ไม่มีหลักฐานชัดเจนนอกจากคำบอกเล่าของพยานหนึ่งคนซึ่งเป็นเด็กว่า ซีอุยได้ทำการฆาตกรรม ด้วยแรงโกรธแค้นของชาวบ้านทางตำรวจจึงทำได้เพียงหาแพะรับบาปมาบรรเทาความโกรธ โดยไม่ได้สืบหาเรื่องราวอย่างละเอียดเสียก่อน ในปัจจุบันเทคโนโลยีการแพทย์เจริญก้าวหน้าไปมาก ได้มีการตรวจสอบศพของซีอุยอย่างละเอียด ซึ่งพบว่าซีอุยเป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะไม่มี เนื้อมนุษย์ที่กินเข้าไปตกค้างอยู่ในร่างกายเลย การนำร่างของซีอุยไปโชว์ในพิพิธภัณฑ์แล้วตราหน้าว่าเป็นผู้ผิด จึงเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง อีกทั้งยังทำให้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของซีอุยถูกย่ำยีแม้เจ้าตัวจะตายไปแล้วก็ตาม […]

ความทรงจำที่กลับมาเกิดขึ้นใหม่

ramswaroop1

            บางครั้งเมื่อเรากำลังอยู่ในสถานที่หรือในสถานการณ์ใดที่เรามีความรู้สึกว่าเราเคยอยู่ เคยกระทำหรือเคยเป็นในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นขณะปัจจุบัน แต่ก็เป็นความทรงจำที่เกิดขึ้นในเวลาสั้นๆ อาการแบบนี้เป็นที่เข้าใจทางสากลว่าคืออาการเดจาวู (Deja Vu) ซึ่งในทางการแพทย์จะใช้คำว่า Promnesia หรือ Paramnesia          เดจาวูเป็นคำภาษาฝรั่งเศสมีความหมายถึงความรู้สึกของคนๆหนึ่งที่รู้สึกเสมือนว่าตัวเองเคยมีชีวิตอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบันมาก่อน แม้ว่าบางคนจะตีความเดจาวูในบริบทเหนือธรรมชาติ แต่ทางวิทยาศาสตร์อธิบายเดจาวูว่ามันเป็นความผิดปกติของความทรงจำ โดยที่แม้ว่าจะมีความรู้สึกในการระลึกถึงเวลาสถานที่และการกระทำของเหตุการณ์นั้นอย่างไม่ชัดเจนแน่นอนหรือไม่น่าเชื่อว่าเป็นไปได้          เดจาวูมีสองประเภทคือเดจาวูในความหมายทางความผิดปกติทางร่างกายซึ่งมักเกี่ยวข้องกับโรคลมชักที่มีอาการเป็นเวลานานผิดปกติหรือบ่อยครั้ง หรือเกี่ยวข้องกับอาการอื่น ๆ เช่น ภาพหลอน อาจเป็นตัวบ่งชี้ความเจ็บป่วยทางระบบประสาทหรือจิตเวช และเดจาวูในลักษณะที่ไม่ใช่ความผิดปกติทางกายของคนที่มีสุขภาพปกติ โดยที่ประมาณสองในสามของผู้ที่มีประสบการณ์เดจาวูคือผู้ที่เดินทางมากหรือดูภาพยนตร์มากมีแนวโน้มที่จะสัมผัสกับเดจาวูมากกว่าคนอื่น ๆ นอกจากนี้ผู้คนยังมีแนวโน้มที่จะมีความทรงจำแบบเดจาวูมากขึ้นในสภาวะที่เปราะบางหรืออยู่ภายใต้ความกดดันสูง และการวิจัยแสดงให้เห็นว่าประสบการณ์ของเดจาวูก็ลดลงตามอายุที่มากขึ้นเช่นกัน          เดจาวูอาจเกี่ยวข้องกับโรคลมบ้าหมูประเภทหนึ่ง ประสบการณ์นี้เป็นความผิดปกติทางระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยกระแสไฟฟ้าในสมอง ทำให้เกิดความทรงจำที่รุนแรงว่าเหตุการณ์หรือประสบการณ์ที่กำลังประสบอยู่ในปัจจุบันเป็นเหตุการณ์ในอดีตที่ได้เกิดขึ้นแล้ว          ยาบางชนิดเพิ่มโอกาสในการเกิดเดจาวูในผู้ใช้ส่งผลให้เกิดความทรงจำว่าเหตุการณ์หรือประสบการณ์ที่กำลังเผชิญนี้อยู่ในอดีตที่เคยเกิดขึ้นแล้วเช่นกัน ในทางเภสัชกรรมยาบางชนิดเมื่อนำมาร่วมกันก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับสาเหตุของอาการเดจาวู มีรายงานการวิจัยกรณีของชายที่มีสุขภาพแข็งแรงคนหนึ่งเริ่มมีอาการเดจาวูอย่างรุนแรงและกำเริบเมื่อรับประทานยา Amantadine และ Phenylpropanolamine ร่วมกันเพื่อบรรเทาอาการไข้หวัด          จากการวิจัยได้เชื่อมโยงประสบการณ์เดจาวูกับความสามารถทางความจำที่ดี หน่วยความจำการรับรู้ช่วยให้ผู้คนตระหนักถึงเหตุการณ์หรือสภาวะที่พวกเขากำลังประสบนั้นเคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เมื่อผู้คนประสบกับเดจาวูพวกเขาอาจมีความทรงจำในสถานการณ์บางอย่างที่พวกเขาไม่เคยพบเจอจริง          ความคล้ายคลึงกันระหว่างสิ่งเร้าที่กระตุ้นด้วยเดจาวูกับสิ่งที่มีอยู่หรือไม่มีอยู่แต่แตกต่างกัน ร่องรอยความทรงจำอาจนำไปสู่ความรู้สึกว่าเหตุการณ์หรือประสบการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ในอดีตเคยเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นการเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่กระตุ้นความสัมพันธ์โดยนัยของประสบการณ์หรือความรู้สึกที่ไม่สามารถจดจำได้อาจนำไปสู่เดจาวู          ทางตะวันตกจะให้น้ำหนักกับอาการเดจาวูในเชิงการแพทย์อย่างโรคบางชนิดหรืออาการทางพันธุกรรมและอาการประสาทหลอน […]

การถอนคำสาบานสำหรับผู้ที่มีเจ้าของติดตัวมา

ramswaroop1

            คุณได้เคยให้คำสาบานพันธะกับใครไว้หรือไม่…หากมีหรือไม่รู้ก็ตาม การที่คุณสามารถถอนคำสาบานที่ตัวเองมีในกาลก่อนได้ก็นับเป็นสิ่งที่ควรค่าอย่างยิ่งเพื่อให้ตัวคุณในปัจจุบันและอนาคตวันหน้ามีความสดใสมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการขอขมาคนในอดีตหลายคนด้วย วันนี้เราจึงจะมาเสนอการถอนคำสาบานสำหรับผู้ที่มีเจ้าของติดตัวมา คำสาบานสำหรับผู้ที่มีเจ้าของติดตัวมาคืออะไร?             คำสาบานสำหรับผู้ที่มีเจ้าของติดตัวมา เป็นคำสาบานหรือคำสัญญาที่เกิดจากการที่เราได้อธิษฐานผ่านจิตใจหรือคำพูดในชาติก่อนที่จะขอให้ได้ครองคู่กับคนที่รักอีกในชาติถัดไปและต่อ ๆ ไปอีกเพียงเพราะในชาติที่สาบานนั้น คุณรู้สึกรักและผูกพันกับเขามากจนไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องไปไหนหรือเป็นของใครอีกในกาลข้างหน้า อยากจะให้เขาเป็นของเราแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งอาจจะเป็นความคิดของคุณฝ่ายเดียวหรืออาจจะมีเขาที่ร่วมสาบานพร้อมกับคุณด้วยทำให้คำสาบานมีผลต่อชีวิตของคุณมาจนถึงชาติปัจจุบันวันนี้ ทำไมคุณจึงต้องถอนคำสาบานสำหรับผู้ที่มีเจ้าของติดตัวมา?             ในอดีตชาติเราไม่อาจรู้ได้ว่าตัวเองเคยสาบานรักหรือผูกคำสัญญาใด ๆ กับใครไว้ด้วยจิตที่บริสุทธิ์ จิตที่แค้น หรือจิตที่ปรารถนาสูงไม่ แน่นอนแม้ว่าคำสาบานสัญญานั้นเมื่อพูดออกมาแล้วก็ควรทำให้ได้จริง ๆ แต่เมื่อเกิดมาในชาตินี้ที่เราไม่สามารถจำอดีตได้ คำเหล่านั้นก็ไม่ต่างอะไรกับบ่วงที่มองไม่เห็นซึ่งพันธนาการเราแบบไม่ทรมาน เพียงแต่มันจะทำให้เราขาดอิสระในชีวิตจนบางทีก็รู้สึกว่าไม่มีใครเข้าหาเราได้เลย และบางคนก็อาจมีเจ้าของคำสัญญาที่ให้ไว้กับเขาซึ่งเป็นดวงจิตจริงติดตัวมาจนถึงชาตินี้เพื่อทำให้คำสัญญาของเรายังคงอยู่ตลอดไปจนหมดลมหายใจ ซึ่งหากคำสาบานส่งผลดีในอนาคตก็ดีไป แต่หากทำให้เราในปัจจุบันยังคงตกอยู่ภายใต้การควบคุมในชาติก่อนต่อไปไม่จบไม่สิ้นก็ย่อมจะทำให้ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้นจึงต้องถอนคำสาบานของคุณซึ่งเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการปลดปล่อยคุณและเขา แล้วขอให้ได้คู่ครองตามผลบุญทำกรรมแต่งโดยแท้จริง วิธีถอนคำสาบานสำหรับผู้ที่มีเจ้าของติดตัวมา             วิธีถอนคำสาบานสำหรับผู้ที่มีเจ้าของติดตัวมา คุณจะต้องสวดมนต์โดยการเริ่มจากตั้งนะโม 3 จบ หลังจากนั้นให้ท่อง “สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม […]

สามีภรรยานักปิศาจวิทยา

ramswaroop1

         ความเชื่อเรื่องภูติผีปิศาจมีอยู่ทุกพื้นที่ของโลก แม้แต่ประเทศตะวันตกความเชื่อเหล่านี้ก็ยังมีอิทธิพลกับสังคมและแต่ละประเทศที่มีความเชื่อเหล่านี้ก็จะมีพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการไล่ผีของตน ในสหรัฐอเมริกามีอาชีพหนึ่งที่ทำงานกับความเชื่อของผู้คนและใช้ประสบการณ์ของตนเองมาประกอบการหาสาเหตุของสิ่งเหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นคืออาชีพนักปิศาจวิทยาซึ่งบางครั้งคนเหล่านี้ถึงกับช่วยทำพิธีไล่ผีด้วยตนเอง          เอ็ดและลอร์เรน วอร์เรน สองสามีภรรยาเป็นนักปิศาจวิทยาชื่อดังซึ่งเป็นที่รู้กันทั่วสหรัฐอเมริกาในเรื่องการพิสูจน์สิ่งลี้ลับ ทั้งสองได้เขียนหนังสือเล่าถึงประสบการณ์ในการสัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่าวิญญาณของพวกเขารวมทั้งได้รับเชิญไปบรรยายเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติที่ประสบมา สมัยยังเด็กเอ็ดเวิร์ด วอร์เรน เคยสัมผัสกับสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นวิญญาณของหญิงชราที่ต้องการสื่อสารกับเขาในบ้านของเขาที่รัฐคอนเนคติคัต ทำให้เขาเกิดความเชื่อในเรื่องการมีอยู่ของสิ่งเหล่านี้ ตั้งแต่นั้นมาเขาก็เริ่มสนใจเรื่องเหนือธรรมชาติและเรื่องลึกลับ เขาพยายามศึกษาเรื่องเหล่านี้จนมีความรู้และความเชี่ยวชาญ ต่อมาเอ็ดได้พบรักและแต่งงานกับลอร์เรน ริต้า โมแรน เธอเป็นนักจิตวิทยาเธอที่มีความสามารถพิเศษในการสัมผัสหรือสื่อกับวิญญาณได้  หลังจากที่เอ็ดกลับจากออกรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 และทั้งสองได้ให้กำเนิดลูกสาวคนหนึ่ง เอ็ดชักชวนลอร์เรนให้ใช้ความสามารถพิเศษของเธอในการพิสูจน์สิ่งลี้ลับที่มารบกวนผู้คนและให้คำแนะนำและแก้ปัญหาให้กับพวกเขา โดยไปเสนอตัวเองตามบ้านต่างๆ แต่ก็ไม่ค่อยจะได้รับการต้อนรับที่ดีหรือได้รับการตอบรับนัก เอ็ดจึงต้องหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการวาดรูปขายเพื่อนำเงินมาเลี้ยงครอบครัวไปด้วย เอ็ดและลอร์เรนพยายามหาหนทางที่จะไปคุยกับเจ้าของบ้านแต่ละหลังที่เขาสืบมาว่ามีเหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้น โดยเริ่มจากการไปยืนวาดรูปหน้าบ้านแต่ละหลัง หากมีโอกาสได้เข้าไปในบ้าน เขาจะพูดคุยเพื่อถามเจ้าของบ้านเหล่านั้นถึงสิ่งแปลกๆ ที่ไม่สามารถหาสาเหตุที่เกิดขึ้น ภายหลังจากที่ได้ทำงานเป็นนักปิศาจวิทยามาหลายปีและได้ไขปัญหากรณีลี้ลับต่างๆมากมาย เอ็ดเคยพูดว่าความจริงวิญญาณก็ต้องการความช่วยเหลือเหมือนกัน หากสามารถทำได้เขาก็จะพยายามช่วยเหลือวิญญาณเหล่านี้เช่นกัน          ต่อมามีนักสร้างภาพยนต์หลายรายนำเรื่องราวการทำงานเป็นนักปิศาจวิทยาของพวกเขาในกรณีต่างๆ ไปสร้างเป็นภาพยนตร์หลายเรื่อง ตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ที่เกิดกับครอบครัวสเตเนกเกอร์ เมื่อปี 1987 ที่บ้านในรัฐคอนเนคติก้ต กรณีนี้ได้มีการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง The Haunting in Connecticut ในปี 2009 หรือกรณีครอบครัวเพอร์รอน ที่เกิดขึ้นเมื่อปี […]

โลกคู่ขนานคืออะไรมีจริงหรือไม่

ramswaroop1

โลกคู่ขนาน: มีนักฟิสิกส์หรือนักคณิตศาสตร์คนหนึ่ง ได้ให้คำนิยามเกี่ยวกับโลกคู่ขนานเอาไว้ว่าในโลกนี้นั้น จะมีบุคคลหนึ่งคนบนโลก หรือรวมทุกคนบนโลกได้ 1 คน ถ้ามี 1 ตัวตอนแรกภายในอีก 1 ตัวของเรานั้น ไปอยู่บนอีกโลกหนึ่งที่เป็นโลกคู่ขนานของเราซึ่ง เขาคนนั้นจะมีรูปร่างหน้าตาที่เหมือนเราทั้งหมดเหมือนกับฝาแฝด ทำทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนเรามีความรู้สึกนึกคิดเหมือนเราทุกอย่าง ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าทฤษฎีเกี่ยวกับโลกคู่ขนานมีจริงหรือเปล่าจากคำนิยามที่เคย มีนัดที่ศิลปะวิทยาศาสตร์นั้นที่คิดค้นทฤษฎีนี้ ซึ่งสาเหตุของโลกคู่ขนานนั้นเราก็ไม่รู้ว่าเกิดมาจากอะไรหรือว่ามีจริงหรือไม่ซึ่ง อาจจะเชื่อมโยงมันเกี่ยวกับเดจาวูหรือเปล่า เดจาวูคือ เดจาวูคือ สิ่งที่เราอาจจะเคยเห็นมาก่อนหรืออาจจะเคยทำมาก่อน แต่เราจำไม่ได้ว่าเราเคยทำหรือไม่เคยทำหรือเปล่าแต่เรารู้จัก หนูคุ้นเคยกับสถานที่นั้นๆเรากลับว่าเคยไปมาแล้วทั้งที่จริงเราอาจจะยังไม่เคยไปสถานที่นั้นด้วยซ้ำ ช่วงนี้อาจเป็นปรากฏการณ์เดจาวู ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนหรือ เพศต่างๆก็ตามสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งหมดเมื่อคุณมีความรู้สึกนึกคิด ซึ่งเมื่อเราพูดถึงเรื่องคู่ขนานแล้ว สำหรับบางคนก็จะเชื่อบ้างหรือบางคนก็อาจจะไม่เชื่อบ้างเพราะทฤษฎีนี้เราก็ยังไม่รู้กันว่า ในเชิงปฏิบัตินั้นมีอยู่จริงหรือเปล่าและเราจะค้นพบตัวตนของเรา อีกคนนึงในโลกคู่ขนานได้ไหม และเราอยากจะรู้ว่าจะมีจริงหรือเปล่าว่าคนที่หน้าตาเหมือนกับเราทุกอย่างมีใส่แล้วความรู้สึกนึกคิดเหมือนกับเราทั้งหมด หรือความจริงแล้วโลกคู่ขนานนั้นต้องการสื่อว่า มีคนคนหนึ่งอยู่บนโลกใบหนึ่งของ โลกใบเดียวกับเราแต่เราไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาเป็นใครหรือเราไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ซึ่งถ้าตามหาผังโลกใบนี้ก็คงจะไม่เจอ เพราะเขาอาจจะอยู่บนโลกคู่ขนานเดียวกับเรา มีสิ่งแวดล้อมและครอบครัวต่างๆ เหมือนเราทั้งหมด เรากลับว่ามีเราอีกคนนึงอยู่บนโลกใบนึง ซึ่งในทางทฤษฎีของทางวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์แล้วตอนนี้นั้นก็ต้องหาคำตอบกันไปอยู่ ว่าทฤษฎีของโลกขนาดนั้นมีจริงหรือไม่ถ้ามีจริง เราก็จะมาเขียนบทความอยู่นั้นมาบอกเกี่ยวกับทฤษฎีนี้กันแต่ว่าต้องรอดูก่อน ว่า ทฤษฎีเกี่ยวกับทฤษฎีโลกคู่ขนานนี้จะมีจริงหรือไม่สำหรับใครที่อยากรู้นั้นก็สามารถ เข้ามาอ่านบทความนี้ได้เลย เป็นต้น. เครดิตของรูปภาพทั้งหมด รูปที่ 1 […]

กระบวนการใช้ชีวิตของคนที่ตายโดยไม่รู้ตัว

ramswaroop1

            คุณอาจจะเคยได้ฟังหรือดูภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับผี วิญญาณ และโลกแห่งความตายซึ่งหากผู้ใดที่ตายโดยไม่รู้ตัว แต่ยังมีห่วงในตัวคนที่รักหรือยังทำตามเป้าหมายของตัวเองไม่สำเร็จในโลกมนุษย์ จิตก็จะยังคงผูกติดอยู่กับสิ่งนั้น ๆ จนไม่อาจไปพิจารณาบาปและบุญในนรกภูมิได้ บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องที่เพ้อเจ้อ แต่ก็มีคนใกล้ตัวเรามากมายที่เคยพบเจอเรื่องราวเช่นนี้นะคะ คนใกล้ตัวเสียชีวิตกะทันหันแต่หลังกลับมาจากคืนสวดศพผ่านหน้าบ้านผู้ตายก็กลับเห็นผู้ตายกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่และมองไม่เห็นเขาราวกับใช้ชีวิตประจำไปเรื่อย วันนี้เราจะพาคุณมาทำความเข้าใจกระบวนการใช้ชีวิตของคนที่ตายโดยไม่รู้ตัวเพื่อที่ทุกคนจะได้เข้าใจและปลงตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าทุกสิ่งไม่มีอะไรยั่งยืน จงอย่าผูกติดหรือคาดหวังกับมันมากไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตามในยามที่มีชีวิตอยู่ เพราะความตายสามารถมาหาคุณได้ทุกเวลา มนุษย์ตั้งเป้าหมายของตัวเอง             คนเราทุกคนย่อมมีเป้าหมายในชีวิต เสมอ หากเป้าหมายนั้นทำสำเร็จก็จะรู้สึกโล่งใจและภูมิใจในตัวเองที่ได้ใช้ความมานะบากบั่นทำจนสำเร็จเสียที แต่ทว่าสำหรับตัวคุณเอง ในขณะที่กำลังอยู่ในขั้นของความพยายามที่จะไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ในขณะนั้นหรือกำลังเตรียมตัว เช่น คุณมีเป้าหมายจะได้เดินทางเจอหน้าคนรักที่ไม่ได้พบมาหลายปี แต่ระหว่างทางที่นั่งรถก็เกิดอุบัติเหตุเสียก่อนทำให้คุณเสียชีวิต เป็นต้น ทุกอย่างจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนคุณคาดไม่ถึง และจิตสุดท้ายที่นึกถึงแต่คนรักทำให้คุณไม่รู้ตัวเลยว่าคุณได้รับบาดเจ็บหนักจนตายแล้ว มนุษย์ตายกะทันหันและตื่นขึ้นมาทำสิ่งเดิม             คุณได้ตายอย่างกะทันหันโดยไม่รู้ตัว แต่จิตสุดท้ายที่ยังคงนึกถึงเป้าหมายที่ตัวเองมุ่งมั่นก่อนหน้าที่มีแรงพลังมากทำให้วิญญาณของคุณเข้ามาอยู่อีกมิติหนึ่งที่จิตของคุณสร้างขึ้นมาเป็นโลกที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เดิมก่อนหน้าราวกับได้ย้อนเวลากลับไปทำในสิ่งนั้น ๆ อีกครั้ง ดังเช่นตัวอย่างที่คุณตั้งใจนั่งรถเพื่อไปเจอหน้าคนรักและเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณคุณก็จะวนกลับไปอยู่บนเตียงในเช้าของวันเดินทางอีกครั้งจวบจนถึงช่วงที่คุณนั่งรถและเกิดอุบัติเหตุอีก เป็นต้น เป้าหมายไม่สำเร็จก็มักจะวนเวียนซ้ำ ๆ             เมื่อวิญญาณของคุณได้กลับมาทำตามเป้าหมายราวกับตอนที่ยังมีชีวิตอีกครั้งด้วยพลังแห่งจิตแต่ไม่ว่าอย่างไรเป้าหมายก็ไม่สำเร็จสักที ดวงวิญญาณก็จะวนอยู่ซ้ำ ๆ ในเหตุการณ์เดิมอย่างไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตตัวเองที่วนลูปราวกับในภาพยนตร์ประมาณ 3 วัน คุณจึงจะจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นและรู้ตัวว่าตายไปแล้วตามกฎของความตายและจากนั้นหากจิตของคุณปลดปล่อยได้ก็จะไปผุดไปเกิดตามผลบาปบุญเสียที แต่หากยังปล่อยวางไม่ได้และเอาแต่ผูกติดมากขึ้นก็จะต้องติดอยู่ในสถานที่นั้น ๆ ที่คุณรักนานเท่าไหร่ก็ไม่อาจรู้จนกว่าคุณจะรู้ว่าทุกสิ่งไม่จีรัง รูปภาพประกอบ […]

“ตายแล้วฟื้น” สิ่งน่าเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นได้!

ramswaroop1

            ทุกคนน่าจะเคยได้ยินเรื่องราวการตายแล้วฟื้นจากคำบอกเล่าของใครหลายคนที่เคยเสียชีวิตจากโรคภัยไข้เจ็บหรืออุบัติเหตุจนเสียชีวิตมาแล้วฟื้นขึ้นอีกครั้ง แน่นอนว่าในโลกเราที่วิทยาศาสตร์อันเต็มไปด้วยหลักการและเหตุอยู่เหนือสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้เช่นนี้ก็คงไม่ใครอยากเชื่อเรื่องการตายแล้วฟื้นหรอก แต่ในทางพระพุทธศาสนานั้น หากคุณรู้เรื่องราวเกี่ยวกับสวรรค์ โลก และนรกเป็นอย่างดีก็คงจะทำความเข้าใจบทความนี้ได้ไม่ยาก เพราะมันเป็นความผิดพลาดบางอย่างที่ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอเหมือนเวลาที่เราก้าวพลาดแล้วหกล้มแบบนั้น บางทีก็ไม่ใช่เรื่องน่าเหลือเชื่อเท่าไหร่ เพราะพวกเขายังไม่ใช่คนตายโดยสมบูรณ์อย่างไรล่ะ! ตายแล้วฟื้นคือผู้ที่ยมทูตรับไปผิดตัว             อย่างที่รู้ว่าในวันหนึ่งมีคนตายมากมาย การทำงานจึงย่อมเกิดความผิดพลาดได้การตายแล้วฟื้นนั้นสามารถเกิดได้หากมีการดูข้อมูลที่ผิดพลาดในบัญชีกรรมซึ่งมีคนที่ชื่อ – นามสกุลเหมือนกัน เมื่อถึงวันตายก็ย่อมต้องมีการนำพาดวงวิญญาณให้ออกจากร่างแล้วไปยังนรกเพื่อพิจารณาผลบาปและผลบุญ ในช่วงเวลาแห่งการเดินทางไปต่างโลกที่ใช้เวลานานนั้น ลมหายใจของคนผู้นั้นก็หมดลงเป็นเวลาหลายชั่วโมงจนเพื่อนพี่น้องหรือญาติอาจมั่นใจว่าเขาตายไปแล้ว แต่เมื่อไปถึงนรกแล้วลองพิจารณาสมุดดูดี ๆ กลับพบว่าเป็นคนละคนกันกับที่พาตัวมาก็จะรีบนำดวงวิญญาณของคนนั้นกลับเข้าร่างดังเดิมให้ทันเวลาก่อนที่จะไปรับผู้ที่ดวงชะตาถึงจุดจบแห่งชีวิตตัวตริงมา จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะฟื้นขึ้นมาก่อนเผาได้ ตายแล้วพื้นคือผู้ที่ได้รับภารกิจจากฟ้า             ผู้ที่ตายแล้วฟื้นนั้นแท้จริงวิญญาณเขาอาจถึงเวลาที่เหมาะสมที่จะได้ไปยังต่างโลกตามคำสัญญาบางอย่างที่ให้ไว้ก่อนมาเกิด เขาจะได้มีสิทธิ์รู้ว่าโลกนรกและสวรรค์นั้นเป็นเช่นไรเพื่อที่จะได้นำสิ่งที่เห็นกลับมาสร้างคุณงามความดีช่วยเหลือคนอื่น ๆ ไม่ให้เขาต้องมีจุดจบในนรกหรือจะด้วยภารกิจอะไรก็ตามที่เป็นการช่วยมนุษย์โลก เมื่อร่างกายของคนคนนั้นกำลังอ่อนแอจึงเป็นโอกาสเหมาะสมที่จะได้พาดวงวิญญาณไปเรียนรู้ความจริงแห่ง 3 โลก ข้อนี้อาจฟังดูเหมือนละคร แต่คนเราบางคนก็เกิดมาในโลกเพื่อทำภารกิจของตัวเองเหมือนกันหมด เกิดมาเพื่อชดใช้กรรมในอดีต เกิดมาเพื่อสร้างคุณงามความดีเพิ่มเติม รวมถึงเกิดมาเพื่อเป็นตัวแทนช่วยเหลือผู้คนในโลกด้วย ตายแล้วฟื้นเป็นเพียงภาวะร่างกายหยุดทำงานชั่วคราว             ข้อสุดท้ายนี้เราจะขอพูดในมุมของวิทยาศาสตร์ที่หลายคนอาจคิดว่าเป็นไปได้มากที่สุด เพราะบางรายก็ไม่ได้ตายแล้วฟื้นเพราะการรับตัวผิดหรือภารกิจจากฟ้า แต่เป็นผลจากกระบวนการทำงานที่ผิดปกติของร่างกายผู้ป่วยที่จะทำให้ตัวเย็นลง หัวใจเต้นชาจนหยุดไปเป็นเวลานาน ซึ่งก็สามารถเกิดขึ้นได้แม้จะมีในคนหมู่น้อยก็ตาม แต่ผู้ที่ฟื้นขึ้นมาใหม่ด้วยภาวะนี้จะกลายเป็นคนที่มีสุขภาพไม่แข็งแรงดังเช่นแต่ก่อน รูปภาพประกอบ : Pixabay #ตายแล้วฟื้น #เรื่องพิศวง […]

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me