รู้หรือไม่…ประเทศไทยเคยมีกระทรวงแพทยาคมนะ!

ramswaroop1

            ไม่ใช่เพียงกัมพูชาที่ได้ชื่อเรื่องของไสยศาสตร์และมนต์ต่าง ๆ แต่ประเทศไทยก็โดดเด่นในเรื่องนี้ไม่แพ้กัน แม้ในปัจจุบันจะไม่ค่อยพบเห็นกันมากเท่าไหร่แล้ว แต่ก็ยังมีอยู่ แล้วคุณหรือไม่ว่าสมัยก่อนประเทศไทยเคยมีกระทรวงเวทมนตร์ด้วยนะ คล้าย ๆ กับเรื่องแฮรี่ พอตเตอร์เลย แต่กระทรวงของไทยเราจะเกี่ยวกับคุณไสยและมนต์ดำแบบพิธีกรรมซึ่งกระทรวงดังกล่าวก็คือ “กระทรวงแพทยาคม” นั่นเอง ที่มาของกระทรวงแพทยาคม             กระทรวงแพทยาคม มีคำเรียกรวมมาจาก “แพทย์” ซึ่งแปลว่า หมอรักษาโรค กับ “อาคม” แปลว่า เวทมนตร์และไสยศาสตร์ ซึ่งเป็นกระทรวงของหมอรักษาโรคคุณไสย เวทมนตร์นั่นเอง โดยกระทรงแพทยาคมมีบันทึกมาตั้งแต่สมัยของพระเจ้าอู่ทองจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ทำหน้าที่ดำเนินคดีความผู้กระทำผิดเกี่ยวกับคุณไสย เสน่ห์ยาแฝด ฝังรูป และมนต์ดำต่าง ๆ ด้วยสมัยก่อน การแพทย์ด้านไสยศาสตร์มีความนิยมในมากไม่ต่างจากการแพทย์แผนไทยที่ใช้ยาสมุนไพรปกติเลย ทุกคนอยู่คู่กับเรื่องเหนือธรรมชาติมานานจนไม่มีคำว่า “งมงาย” ซึ่งการใช้คุณไสยเป็นหนึ่งในการใช้ชีวิตที่มีความสำคัญและบทบาทในสังคมสมัยก่อนมากจึงต้องคุมให้อยู่ภายใต้กฎหมาย กระทรวงแพทยาคมจึงได้การจัดตั้งขึ้นมา จวบจนกระทรวงแพทยาคมได้ถูกลดบทบาทลงในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 และในช่วงการปฏิรูปสยามให้มีความเจริญทันสมัยขึ้นตามตะวันตกในช่วงรัชกาลที่ 5 สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีรับสั่งให้ยุบกระทรวงไป เป็นการปิดฉากกระทรวงแพทยาคมและทำให้ความเชื่อของผู้คนที่มีต่อสิ่งเหนือธรรมชาติเริ่มหายไปจนเหลือเป็นความทรงจำเท่านั้น บทบาทของกระทรวงแพทยาคม             กระทรวงแพทยาคม จะมีผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาคมด้านนี้เป็นตุลาการ คอยสอบสวนพิจารณาโทษผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการทำของ […]

ความศักดิ์สิทธิ์ของน้ำมนต์ที่คุณควรได้รู้

ramswaroop1

            นอกจากความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปและเครื่องรางต่าง ๆ ในทางพระพุทธศาสนาแล้ว หลายคนอาจรู้ว่าน้ำมนต์เองก็เป็นหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณนานนับกี่ศตวรรษก็ไม่อาจรู้จนคนยุคปัจจุบันอาจมองว่าน้ำมนต์ก็ไม่ต่างจากน้ำทั่วไป ดู ๆ แล้วก็เหมือนน้ำเปล่า แต่แท้จริงแล้วน้ำมนต์เป็นน้ำเปล่าที่ถูกนำมาบูชาด้วยการสวดและทำพิธีทางศาสนาจนกลายเป็นน้ำที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์ เราเองก็เคยเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่ไม่เชื่อในน้ำมนต์ แต่เมื่อได้ประสบเหตุด้วยตัวเองจึงเกิดความเชื่อในฤทธิ์ของน้ำมนต์นับตั้งแต่นั้น น้ำมนต์สามารถไล่ความชั่วร้ายจากภูตผี ได้ ในการสร้างบ้านใหม่หรือเวลาที่เราไปทำพิธีใด ๆ ในงานทางศาสนาพุทธ พระสงฆ์ท่านจะนำน้ำมนต์มาปัดและพรมวัตถุสิ่งของต่าง ๆ เพื่อพัดพาไล่ให้สิ่งชั่วร้ายอย่างภูตผีวิญญาณออกไปจากบริเวณสถานที่นั้น ๆ หรือแม้แต่ผู้ที่ถูกสิงสู่ตามพิธีก็จะมีการให้ดื่มหรือพรมน้ำมนต์ตามร่างในพิธีไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสานซึ่งฤทธิ์จากน้ำมนต์จะทำให้คนผู้นั้นนิ่งได้และหมดสติไปก่อนจะตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าสดใส ด้วยวิญญาณที่สิงสู่ได้ออกไปแล้ว น้ำมนต์สามารถทำให้เรามีสุขภาพดีได้             มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราเกิดปวดท้องไม่หยุด ซึ่งหมอก็บอกว่าลำไส้อักเสบ แม้จะรับประทานยาที่หมอให้มาก็ยังคงปวดท้องอยู่เช่นนั้นแบบดิ้นไปมาทั้งคืนจนกระทั่งคุณแม่ให้ดื่มน้ำมนต์เข้าไปครึ่งแก้วจึงเริ่มรู้สึกว่าแรงบีบเจ็บที่ลำไส้ค่อย ๆ คลายตัวจนภายใน 5 นาทีอาการปวดท้องก็หายไป และอีกกรณีหนึ่งคือหลานของเราที่รับประทานปลาและเกิดก้างติดคอ ลองปั้นข้าวแล้วกลืนก็ไม่หาย ครั้นจะพาไปหาหมอก็ใช้เวลาจึงลองดื่มน้ำมนต์ไปเพียงแค่นั้นล่ะ ทั้งก้างและเสมหะถูกขับออกมาหมดเลยจนหลายคนตกใจ จึงกล่าวได้ว่าน้ำมนต์ช่วยให้เรามีสุขภาพดีและบรรเทาโรคได้ น้ำมนต์สามารถช่วยให้เราโชคดีได้             เวลาที่เราไปทำบุญแล้วได้รับการพรมน้ำมนต์ก็มักจะรู้สึกว่าตัวเบาลงและหลังจากนั้นความทุกข์ต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นบ่อย ๆ ในชีวิตประจำวันก็เริ่มดีขึ้น แม้แต่อุบัติเหตุต่าง ๆ ที่มักพบเจอก็ไม่มีอีกเลยซึ่งเป็นเพราะฤทธิ์ความศักดิ์สิทธิ์จากน้ำมนต์ที่ช่วยให้เราโชคดี ไม่มีเคราะห์ร้ายหรือเภทภัยใด ๆ […]

วัตถุมงคล และความเชื่อ

ramswaroop1

วัตถุมงคล เป็นเครื่องรางที่ได้รับการปลุกเสกจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งที่เป็นพระ หรือฆารวาส มีความเชื่อว่าจะนำความสุขความเจริญมาให้ผู้ที่บูชา ใช้เพื่อการป้องกันอันตรายต่าง ๆ หรือเพื่อการค้าขายการทำมาหากิน เป็นต้น วัตถุมลคงเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล และมีการนำมาเกี่ยวโยงกับทางด้านศาสนา มีการสร้างวัตถุมงคลมาในครั้งอดีตตั้งแต่ 2,000 พันปีมาแล้ว วัตถุมงคลมีอยู่มากมายในสังคมบ้านเรา ที่มีผู้ให้ความเชื่อถือ และศรัทธา เช่น พระเครื่อง พระบูชา พระกริ่งของสำนักต่าง ๆ ปลัดขิก ผ้ายันต์ ตะกรุด และมีดหมอ  หรือองค์เทพในศาสนาพรามห์ เช่น พระพรหม พระตรีมูรติ พระราหู เป็นต้น ประวัติการสร้างวัตถุมงคล ตามประวัติมีการสร้างวัตถุมงคลก้นมาช้านานแล้ว และสร้างกันทั่วไปไม่เฉพาะในประเทศไทย ชนชาติอื่น ๆ ก็มีการสร้างเช่นกัน โดยต่างก็เชื่อกันว่าวัตถุมงคลนี้เมื่อบูชาแล้วจะทำให้สามารถปกป้องคุ้มครองไม่ให้เกิดภัยกับตนเองได้ รวมทั้งทำให้เกิดโชคลาภ และความเจริญรุ่งเรือง วัตถุมงคลและเครื่องรางของขลัง เป็นสิ่งที่เชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่งที่อยู่คู่กับคนเรามาช้านาน ตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ที่ยังไม่มีเทคโนโลยี จนมาถึงสมัยเทคโนโลยีผู้คนก็ยังเลื่อมใสศรัทธาอย่างไม่เสื่อมคลาย หรืออาจเป็นเพราะในสมัยใหม่นี้มีเรื่องของธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็เป็นได้ ตัวอย่างความเชื่อเรื่องวัตถุมงคลของคนไทย จะเห็นได้ในวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่มีการกล่าวถึงอยู่อย่างมากมายอาจเรียกได้ว่าทุกบททุกตอนก็ว่าได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับนักรบที่ต้องออกทำศึกสงคราม ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวและป้องกันอันตราย แม้แต่ในสมัยสงครามเวียตนามที่ทหารได้ต้องไปร่วมรบด้วยก็มีเครื่องวัตถุมงคลเข้ามาเกี่ยวด้วย […]

ขวัญเอยขวัญมา อยู่ที่ใดเจ้าจงกลับมา

ramswaroop1

                        ขวัญเอยขวัญมา อยู่ที่ใดเจ้าจงกลับมา อย่าลอยไปไกลเลยนะเออ                  ความเชื่อของคนเรานั้น มีหลายอย่างมากมาย โดยเฉพาะชนกลุ่มคนทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และความเชื่ออย่างหนึ่งที่อยู่คู่คนไทยมาเนิ่นนาน ซึ่งนั่นก็คือ เรื่อง ขวัญหนี จึงมีพิธีเรียกขวัญให้กลับมาอยู่กับเจ้าของ ขวัญเอยขวัญมา อยู่ที่ใดเจ้าจงกลับมา กลับมาอยู่กับเจ้าของ               ขวัญเอยขวัญมา อยู่ที่ใดเจ้าจงกลับมา หลายคนต้องคุ้นหูกับประโยคดังกล่าวเมื่ออยู่ในพิธีเรียกขวัญ ขวัญหนี เป็นความเชื่ออย่างหนึ่ง เป็นสิ่งสำคัญเปรียบเสมือนวิญญาณ เมื่อขวัญหนี เจ้าตัวจะไม่เป็นตัวของตัวเอง เหม่อซึม ตกใจบ่อย ที่หนักกว่านั้น หลายคนต้องเผชิญกับเรื่องของ ดวงตก เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายทั้งที่ระมัดระวังแล้ว  ว่าแต่ว่า เหตุใดขวัญจึงต้องหนี เหตุผลแรกก็น่าจะมาจาก การตกใจอะไรมากๆ ไม่ใช่แค่ว่า ขวัญหนีแล้วตกใจง่าย การตกใจอย่างหนัก ขวัญก็หนีได้เช่นกัน อย่างเช่นเวลาขับรถ อยู่ๆ ก็มีคนบีบแตรใส่ หรืออาจเป็นสาเหตุ มาจากความผิดหวังกับบางสิ่ง อย่าง เรื่องของอาการอกหักของหนุ่มสาว เรื่องขวัญหนี ไม่ใช่ความเชื่อของคนไทยเท่านั้น ทั้งลาว […]

การเกิดใหม่มีเพียงแค่ในโลกมนุษย์เราจริงหรือ?

ramswaroop1

            ในโลกมนุษย์ตามหลักพุทธศาสนา คนเราทุกคนย่อมมีการเกิด แก่ เจ็บ และตาย ก่อนที่แรงบุญกรรมจะนำพาให้ดวงวิญญาณของเราไปเกิดใหม่ในอีกโลกซึ่งหากผลกรรมชั่วมีมากก็ย่อมไปเกิดในนรกภูมิเพื่อชดใช้กรรมที่ตัวเองก่อตามขุม แต่หากเรามีผลบุญมากกว่าผลบาปก็จะส่งผลให้เราได้ขึ้นไปเกิดบนสรวงสวรรค์เป็นเทพเทวดาตามชั้นฟ้าต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับความหนัก – เบาของบุญกุศลที่เรากระทำตอนเป็นมนุษย์ แต่รู้หรือไม่ว่าการเกิดใหม่ไม่ได้มีเพียงแค่ในโลกมนุษย์เราเท่านั้น การเกิดใหม่ของมนุษย์             ดังที่เคยบอกไปว่ามนุษย์เรามีการเกิด ก็ต้องมีความเจ็บและตายเมื่อสิ้นอายุขัยแล้ว หากผลกรรมที่เราทำความดี เช่น การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ,มีความกตัญญูต่อบิดามารดา ไม่ละโมบโลภมากจนเสียผู้เสียคนควบคุมตัวเองไม่ได้ และสร้างแต่กรรมดี ทุกคนย่อมมีสิทธิ์ที่จะได้ขึ้นไปเกิดใหม่เป็นเทพเทวดาอยู่บนสวรรค์นับตั้งแต่ชั้นจาตุมหาราชิกาจวบจนถึงชั้นสูงสุดคือนิพพาน สำหรับผู้ที่ยามเป็นมนุษย์นั้นสามารถตัดกิเลสและตัณหาทั้งมวลได้แล้ว แต่หากมนุษย์คนใดที่ทำแต่ความชั่วฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ทำร้ายของคุณให้เขาเดือดร้อน หยุดกิเลสตัวเองที่มากมายเกินไปไม่ได้ก็ไม่แคล้วต้องถูกดึงสู่นรกอเวจี             สำหรับผู้ที่มีผลบุญและผลบาปของกรรมที่ทำในโลกมนุษย์เท่ากันก็อาจจะถูกตัดสินให้มาเป็นผู้คุมนรก คอยช่วยตรวจตราดูแลดวงวิญญาณผู้กระทำผิดและสัตว์นรกต่าง ๆ การเกิดใหม่ของเทพเทวดาบนสวรรค์             เทพเทวดาทุกชั้นฟ้าเมื่อหมดผลบุญที่ตัวเองเคยสร้างสมมาในโลกมนุษย์แล้วก็ถึงเวลาที่ต้องจุติเพื่อไปเกิดใหม่เป็นมนุษย์อีกครั้งในชาติต่อมาเพื่อสร้างกรรมใหม่และสั่งสมบุญให้มากยิ่งขึ้น ยกเว้นเทพเทวดาชั้นสูงที่อยู่สูงสุดในชั้นนิพพาน ไม่ต้องมีการเกิดใหม่เป็นมนุษย์อีกแล้ว เพราะทุกท่านละจากกิเลสตัณหาและความรู้สึกของมนุษย์ออกจนหมดปลดเปลื้องทุกอย่างจนเหลือเพียงความสงบและผ่องใส่ในจิตใจซึ่งเป็นจุดสูงสุดที่หลายคนอยากเข้าถึง             แต่สำหรับเหล่าเทพเทวดาองค์ใดที่เมื่ออยู่สุขสบายบนสวรรค์แล้วเอาแต่ทำในสิ่งที่ไม่ดี หลงระเริงในความสุขจนปฏิบัติผิดจริยธรรมก็มีสิทธิ์ที่จะถูกลงโทษให้ลงไปเกิดใหม่ในนรกภูมิได้ด้วยเช่นกัน การเกิดใหม่ของสัตว์นรก             เมื่อเหล่าสัตว์นรกได้ชดใช้กรรมในนรกอย่างทุกข์ทรมานหลายกัลป์ตามสมควรของกรรมที่ทำตอนเป็นมนุษย์แล้วก็จะได้ไปเกิดใหม่ในโลกมนุษย์ตามแรงบาปของตัวเองเช่นกัน ผู้ใดที่ทำบาปหนักมากก็จะได้ไปเกิดเป็นสัตว์เดียรัจฉานและอาจถูกคนฆ่าหรือทารุณกรรมให้ทุกข์ทรมานไม่ต่างจากในนรก ไม่ว่าจะเป็นหมู ไก่ ปลา นก หรือสัตว์อื่น […]

“เดจาวู” มีความลับอะไรซ่อนอยู่?

ramswaroop1

            มีผู้กล่าวหลักการมากมายหลายพวกทั้งในทางทฤษฎีและหลักเหนือธรรมชาติที่ยากจะอธิบายจนเราไม่อาจหาคำตอบได้ในบางเรื่อง แม้แต่ “เดจาวู” ซึ่งตามที่พวกคุณขอไปในบทความที่เกี่ยวกับความฝัน เราจะมาอธิบายเรื่องราวของเดจาวูให้คุณฟังตามที่ได้ศึกษามาซึ่งเมื่ออ่านจบก็ลองวิเคราะห์ดูนะคะว่าคุณเชื่อในอะไรมากกว่ากัน…ความบังเอิญ หรือ แรงลิขิต “เดจาวู” คืออะไร?             เดจาวู คือ ความรู้สึกที่จู่ ๆ ก็เกิดขึ้นในภาพของคนเรากะทันหันเวลาเราทำอะไรหรือไปที่ไหนเป็นครั้งแรก คุณจะเห็นภาพในนิมิตรเบื้องลึกและรู้สึกว่าตัวเองเคยทำสิ่งเหล่านี้มาก่อนหรือเคยมายังสถานที่นั้น ๆ มาก่อนทั้งที่ตัวคุณเพิ่งจะทำสิ่งเหล่านั้นเป็นครั้งแรก ยกตัวอย่างเช่น คุณมาที่บ้านลูกพี่ลูกน้องคุณเป็นครั้งแรก แต่พอเข้าไปถึงในบ้านแล้วเห็นห้องโถง ในสมองคุณกลับเห็นภาพคุ้นตาของห้องนี้ราวกับเคยมานั่งเล่นที่ห้องนี้เป็นประจำจนคุ้นเคยไปเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องหรือบริเวณที่คุณยืนอยู่ ทุกอย่างดูคุ้นชินไปเสียหมดจนน่าแปลกใจ เป็นต้น หลักการวิทยาศาสตร์ของ “เดจาวู”             ตามหลักการวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้มีนักวิจัยและนักวิชาการหลายคนสันนิษฐานว่า เดจาวู เกิดจากจุดกำเนิดของกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติในสมองส่วนกลีบขมับ (Temporal lobe) โดยอาการผิดปกติที่พบจะเกี่ยวข้องกับหน้าที่ของสมองส่วนกลีบขมับได้แก่ อารมณ์ พฤติกรรม และความจำเป็นหลัก เช่น ความรู้สึกกลัว ความรู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่ ทั้งที่จริงไม่เคยไปมาก่อน ความรู้สึกมีความสุขมากซึ่งมันอาจสลับขั้วหรือทิศจนนำให้คุณเอาความรู้สึกจากอีกที่นึงไปมาจริงพลิกมาเป็นภาพของที่แห่งนี้ที่ตัวเองยืนอยู่จนกลายเป็น “เดจาวู” ขึ้นมา หลักการเหนือธรรมชาติของ “เดจาวู”             ตามหลักการเหนือธรรมชาติที่มีหลายคนให้ความเชื่อเกี่ยวกับเดจาวูว่า เราอาจเคยไปที่แห่งนั้นก่อนหน้านี้จริง […]

แม้ร่างกายจะเปลี่ยนไป แต่ดวงจิตยังคงเดิม

ramswaroop1

                                     อันตัวข้านี้  แม้ร่างกายจะเปลี่ยนไป แต่ดวงจิตยังคงเดิม  และจะเป็นเช่นนี้ตลอดกาลนาน                     คุณเชื่อเรื่องของการกลับชาติมาเกิด หรือไม่ โดยเฉพาะพญานาคที่มาถือกำเนิดเป็นมนุษย์ เพื่อสร้างกุศลบารมี และช่วยปกป้องพระพุทธศาสนา เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว บางคนยังคงมีสัญชาติญาณของพญานาคอยู่ แม้ร่างกายจะเปลี่ยนไป แต่ดวงจิตยังคงเดิม                  เป็นคนหนึ่งที่เชื่อและศรัทธาทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับพญานาค และเชื่อด้วยว่าตัวเองเคยถือชาติกำเนิดเป็นพญานาคมาก่อนจิตใจเลยมีความผูกพันกับพญานาคอย่างลึกซึ้ง แม้ร่างกายจะเปลี่ยนไป แต่ดวงจิตยังคงเดิม และยังคงมีสัญชาตญาณของความเป็นพญานาคติดมาในชาตินี้ด้วย ใครก็ตามที่เชื่อเรื่องนี้ จะรู้ว่า คนที่เคยเป็นพญานาคมาเกิดเป็นคนนั้น จะมีนิสัยใจร้อน แม้ว่าจะอยู่ในน้ำก็ตาม การที่พญานาคมาเกิดเป็นมนุษย์นั้นใช่ว่าจะสิ้นอายุแล้วมาเกิด หากแต่เพียงพญานาคบางตนหนีมาเกิดก่อนกำหนด แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเคยเกิดเป็นพญานาค จะมีสัญญาณอะไรบางอย่างให้เราสังเกต อย่างแรก เกิดวัน เสาร์ พฤหัสบดี วันอังคาร และวันพุธ ทั้งนี้อาจมีวันอื่นๆร่วมด้วยแต่อาจไม่เด่นเหมือนสี่วันนี้  สอง เกี่ยวข้องกับเลข 7 เช่น เกิด วันขึ้นหรือแรม7 ค่ำ เกิดเดือน7  เป็นต้น สาม พบเจองูบ่อยแต่งูไม่ทำอะไรเหมือนมาทักทายมาดูมากว่า  สี่ ชื่นชอบอะไรที่เกี่ยวข้องกับพญานาค […]

Christmas carol ตำนานอาถรรพ์วันคริสต์มาส หนังคริสต์มาส มีเวอร์ชั่นไหนที่น่าสนใจบ้างนะ !?

ram

คริสต์มาสคารอล เป็นพล็อตเนื้อเรื่องหนังเกี่ยวกับ ความเชื่อวันคริสต์มาส ที่ได้ถูกนำมาทำเป็นภาพยนตร์และแอนิเมชั่นหลายเรื่อง ซึ่งในการนำมาทำใหม่แต่ละครั้งก็กลายเป็น หนังคริสต์มาส การ์ตูนคริสต์มาส ที่ได้รับความนิยมเสมอมา บทความนี้จะพามาดูว่ามี Christmas carol เวอร์ชั่นไหนบ้างนะที่น่าสนใจ ที่จะหยิบมาดูในช่วงวันหยุดยาวพร้อมกับครอบครัว  A Christmas Carol เป็นนวนิยายที่สร้างสรรค์โดย ชาลส์ ดิกคินส์ ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในประเทศอังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 1843 และแน่นอนว่านวนิยายเรื่องนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนถูกนำมาดัดแปลงเป็นบทละคร ละครเวที และภาพยนตร์หลายครั้ง ซึ่งในการนำมาดัดแปลงมาเป็นภาพยนตร์และได้รับความสนใจเป็นอย่างมากก็มีดังนี้  Barbie In A Christmas Carol บาร์บี้กับวันคริสต์มาสสุดหรรษา (2008) บาร์บี้เวอร์ชั่นนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพล็อตเรื่องของ A Christmas Carol โดยมีการดัดแปลงตัวละครให้เหมาะสมกับตัวละครบาร์บี้ แต่ก็ยังคงพล็อตเรื่องสำคัญไว้อยู่ โดยเนื้อเรื่องจะเป็นการพูดถึง อีเดน สตาร์ลิ่ง ซึ่งมีอาชีพเป็นนักร้องและเจ้าของโรงละครชื่อดัง ไม่อนุญาตให้คนที่ทำงานในโรงละครหยุดในเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งเมื่อถึงเวลากลางคืนก็ได้มีเหล่าผีคริสต์มาสทั้งสามตน ที่เป็นตัวแทน อดีต ปัจจุบัน […]

พระขุนแผนวัด บ้านกร่าง สุพรรณบุรี

ram

พระขุนแผน วัดบ้านกร่าง จ.สุพรรณบุรี เป็นพระเก่าแก่เนื้อดิน จากการสันนิษฐานของนักโบราณคดีน่าจะเป็นพระพิมพ์ที่สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมัยเมื่อครั้งได้มาพักทัพที่สุพรรณบุรี พระองค์ได้ทรงสร้างพระเครื่องไว้ที่วัดบ้านกร่างเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ทหารในกองทัพของพระองค์ ในการคุ้มครองป้องกันเพื่อให้แคล้วคลาดปลอดภัยในการทำศึกกับพม่าเพื่อภารกิจกอบกู้เอกราชของพระองค์ ครั้นเมื่อภารกิจการทำสงครามของพระองค์สิ้นสุด เหล่าทหารของพระองค์ได้นำพระเครื่องที่ได้รับกลับมารวมไว้ที่วัดบ้านกร่างดังเดิม โดยมีการสร้าง “พระเจดีย์” ครอบบรรจุไว้เพื่อให้เป็นมรดกแก่ชนรุ่นหลัง พระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง เป็นพระเครื่องยอดนิยมของบรรดานักสะสมพระเครื่องอีกองค์หนึ่ง ที่มีพุทธลักษณะสวยงามเช่นเดียวกับ “พระขุนแผนเคลือบ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล” จ.พระนครศรีอยุธยา คือ เป็นพระพิมพ์ทรงห้าเหลี่ยม องค์พระประธานประทับนั่ง ปางมารวิชัยมองเห็นเด่นชัด อยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว องค์พระประธานในซุ้มเรืองแก้วที่ว่านี้แลดูมีพุทธลักษณะแข็งแรง อิ่มเอิบ สง่าผ่าเผย งดงาม แสดงให้เห็นถึงผู้สร้างว่าเป็นผู้มีอำนาจ วาสนาอย่างสูงส่ง พุทธลักษณะเป็นพระพิมพ์ขนาดเขื่องสูงประมาณ 4-5 ซ.ม. กว้างประมาณ 3 ซ.ม. มีเอกลักษณ์ที่สำคัญเฉพาะได้แก่ “พระเกศทะลุซุ้ม” พระกรุวัดบ้านกร่าง ได้ชื่อว่าเป็นพระเครื่องยอดนิยมติดอันดับต้น ๆ ของนักสะสมบ้านเรา พระขุนแผนกรุวัดบ้านกร้างนี้มีปรากฏอีกหนึ่งพิมพ์หนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน คือ พระขุนแผนพิมพ์ทรงพลใหญ่ จะเป็นพระพิมพ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าพระเครื่องขุนแผนทั้งหมด นอกนั้นพระขุนแผนยังมี พระพิมพ์อกเล็ก, พระพิมพ์ทรงพลเล็ก, พระพิมพ์ทรงแขนอ่อน, พิมพ์หน้าเทวดา, พิมพ์หน้าฤๅษี และพิมพ์ทรงอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งจะมีพุทธลักษณะที่งดงามแตกต่างกันออกไป […]

ผีแขกยาม หวงที่อยู่

ram

ในบรรดาผีทั้งหลายที่รู้จัก นับว่าผีแขกนั้นดูว่าจะน่ากลัวที่สุด อย่าว่าแต่ตอนเป็นผีเลยขนาดเป็นคนที่ยังไม่ตายยังน่ากลัวไม่น้อยทีเดียว โดยเฉพาะพวกแขกทางประเทศตะวันออกกลาง หรือแม้แต่แขกในบ้านเราก็ตาม สมัยหลังสงครามมหาเอเชียบุรพา บ้านเรายังไม่มีความเจริญเท่าทุกวันนี้ บริษัทห้างร้านต่าง ๆ ยังไม่มีกล้องวงจรปิด จำเป็นต้องใช้แขกยามเฝ้าหน้าบริษัท เพื่อให้มีหน้าที่ตีระฆังหรือตีเกราะเพื่อการบอกเวลา และระวังเหตุการณ์ร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ในยามวิกาล แขกยามที่มารับจ้างเฝ้ายามเหล่านี้ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นแขกที่อพยพมาจากอินเดีย หรือปากีสถานเสียเป็นส่วนใหญ่ น้อยคนนักที่เป็นแขกที่เกิดในเมืองไทย จึงอาจสื่อภาษากันไม่ได้ง่ายนักในระยะแรก แต่แขกพวกนี้จะมีความสามารถที่พิเศษด้านการอดนอน และทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้จะพูดจาภาษาไทยไม่ค่อยได้ก็ตาม แต่ไม่นานนักแขกยามเหล่านี้ก็สามารถเรียนรู้และพูดไทยได้ แม้ไม่ค่อยชัดนักก็ตาม แต่คุณสมบัติอีกประการที่ดูว่าจะเด่นชัดนั่นก็คือความมัธยัสถ์ของเขาที่ไม่ค่อยจะใช้เงินเลยวัน ๆ และยังสามารถออกเงินกู้ให้คนไทยได้เสียอีกเป็นงั้นไป แขกยามหน้าบริษัทฝรั่งแถวสี่พระยา เป็นผู้หนึ่งที่อยู่ในแขกยามที่ว่านี้ กลางวันเป็นนายห้างออกเงินให้กู้ กลางคืนเป็นแขกยามเฝ้าหน้าบริษัท ซึ่งก็ไม่เห็นว่าเขาจะเดือดร้อนอะไร แถมมีเงินส่งลูกชาย ลูกสาวเรียนโรงเรียนฝรั่งอีกด้วยซ้ำ คนไทยน่าจะดูเป็นเยี่ยงอย่าง แขกยามเช้าบ้านอยู่กับครอบครัวแถว ๆ ถนนสุรวงศ์ เป็นบ้านสองชั้น เขกเช่าอยู่เฉพาะชั้นบน ส่วนชั้นล่างมีครอบครัวของพนักงานธนาคารหนุ่มเช่าอยู่ แต่ทั้งสองครอบครัวไม่ถูกกันอย่างแรง ด้วยสาเหตุที่ลูก ๆ ของแขกยามเล่นเสียงดังอยู่ข้างบนห้องข้างล่างก็ไม่ได้หลับไม่ได้นอน บางครั้งถึงกับต้องลงมือลงไม้กัน ด้วยความเจ็บแค้น พนักงานธนาคารทนไม่ไหวคิดกำจัดครอบครัวแขกยามให้ออกไปจากบ้านเช่า จนสำเร็จครอบครัวแขกยามตายสนิทอย่างไรร่องรอยของฆาตกร เวลาผ่านไป 3-4 […]

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me