เข้าใจเรื่องจริงของ “โรคซึมเศร้า” เพื่อปกป้องคนที่คุณรักจากเจ้าปีศาจวายร้ายที่แฝงในร่าง

ramswaroop1

            หลายคนน่าจะเคยได้ยินข่าวการฆ่าตัวตายของคนในวงการบันเทิงหรือบุคคลทั่วไปมามากมายและกล่าวโทษพวกเขาว่า “ทำไมจึงคิดสั้น ไม่เห็นความรักของพ่อแม่บ้างเลย” แต่คุณรู้มั้ยว่าตัวเองกำลังเข้าใจพวกเขาผิดมาก ไม่มีใครที่อยากทำอะไรแบบนี้หรอกถ้าความอัดอั้นและความเก็บกดมันมาถึงจุดสูงสุดของโรคซึมเศร้าแล้วจริง ๆ วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกว่าโรคซึมเศร้าคืออะไร? แล้วแตกต่างจากภาวะซึมเศร้าทั่วไปอย่างไร? ทำไมเราจึงบอกไปว่าคุณไม่ควรกล่าวโทษพวกเขา เราเชื่อว่าหากคุณยอมเปิดใจอ่านก็จะต้องเข้าใจพวกเขาแน่นอน โรคซึมเศร้าคืออะไร?             โรคซึมเศร้า (Depression) เป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่งที่ผู้ป่วยจะมีอาการเศร้า มองเห็นทุกอย่างในแง่ลบไปหมดไม่ว่าจะเป็นคนอื่นหรือตัวเองซึ่งไม่ว่าจะทำกิจกรรมใด ๆ ก็ยังคงไม่ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นเหมือนปกติ บางคนอาจเป็นหนักถึงขนาดไม่มีแรง ร่างกายค่อย ๆ ทรุดโทรมล้มป่วยลง และสามารถนำมาซึ่งจุดจบของชีวิตได้หากไม่มีคนดูแลอย่างใกล้ชิด โรคซึมเศร้าเกิดจากอะไร?             โรคซึมเศร้าเกิดจากการหลั่งที่ผิดปกติของสารเคมีในสมองที่ไม่เท่ากันจนส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางอารมณ์ซึ่งจะนำไปสู่ทิศทางด้านลบทุกอย่าง ไม่ว่าจะมองอะไรจึงกลายเป็นความเครียดและเศร้าหมองไปเสียหมด ซึ่งสิ่งที่ทำให้สารเคมีหลั่งออกมาผิดปกติเช่นนี้ก็มาจากสภาพแวดล้อมรอบตัวนั่นเอง             โดยปกติสมองคนเราจะหลั่งสารเคมีแห่งความสุขออกมาจากการใช้ชีวิตและทำกิจกรรมสนุกสนาน แต่เมื่อสภาพรอบตัวคุณได้เจอแต่เรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ดีไปเสียหมด ทำให้ภาวะซึมเศร้าอันแสนธรรมดาอย่างที่ทุกคนคิดสะสมกันเรื่อย ๆ ทำให้สารความสุขน้อยลงจนมีการหลั่งสารด้านลบออกมามากเกินไปจนเกิดเป็นความเครียดและสุดท้ายก็อัพเลเวลมาเป็นโรคซึมเศร้าด้วยประการฉะนี้ อาการของโรคซึมเศร้า             เนื่องจากโรคซึมเศร้าเป็นเลเวลที่ถูกอัพมาจากภาวะซึมเศร้าปกติทำให้คุณไม่สามารถควบคุมตัวเองให้กลับมาร่าเริงได้ในหลายครั้ง อาการที่คุณต้องตรวจสอบว่าเข้าข่ายโรคซึมเศร้าหรือไม่ มีดังนี้ 1.การไม่อยากออกไปร่วมสังคมกับใครไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือญาติพี่น้อง 2.เหนื่อยกับการที่ต้องยิ้มและพูดแม้จะเป็นกับตัวเองก็ตาม คุณจะอยากพูดคุยและกรีดร้องกับตัวเองในใจทุกเวลา 3.มองเห็นทุกอย่างในแง่ลบหมดไม่ว่าจะเป็นคนที่เข้าหาคุณ หรือสภาพสังคมที่อยู่รอบตัว คุณจะรู้สึกระแวง ไม่ไว้ใจและเหมือนมีเสียงตอกย้ำในหัวบ่อย ๆ ว่า […]

มาซักหน้ากากอนามัยแบบผ้ากันเถอะเพื่อป้องกันตัวเองจากโรค COVID-19

ramswaroop1

 แม้ว่าสถานการณ์การระบาดของโรค COVI D-19 และโคโรนาไวรัสจะลดลงในประเทศไทยแต่เราก็ยังจะต้องการ์ดไม่ตกละเลยและลืมใส่ใจเกี่ยวกับการป้องกันตัวเองให้พ้นจากโรค COVI D-19 โดยเริ่มต้นจากการดูแลสุขภาพอนามัยของตัวเราก่อนเป็นอันดับแรกไม่ว่าจะเป็นการล้างมือ ตามขั้นตอนที่ถูกต้องหรือแม้กระทั่งการสวมใส่หน้ากากอนามัย จากวิกฤตการณ์การระบาดของโรค COVI D-19 ทำให้หน้ากากอนามัยกลายเป็นอีกของสำคัญที่จะต้องมีในกระเป๋าอย่างลืมเสียไม่ได้พอๆกับที่จะต้องพกโทรศัพท์มือถือเลยทีเดียว เมี่อจำเป็นสะขนาดนี้จึงให้หน้ากากอนามัยแบบชนิดใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งจึงมีราคาสูงจาก ผู้ขายช่วยโอกาสพี่ทุกคนมีความจำเป็นต้องใช้ปรับราคาเพิ่มให้สูงขึ้น   ดังนั้นหน้ากากผ้าจึงกลายเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่หลายคนเแม้ว่าหน้ากากผ้าจะมีคุณสมบัติไม่เทียบเท่ากับหน้ากากอนามัยแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งแต่ก็สามารถที่จะช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่ง หน้ากากอนามัยแบบผ้าที่สามารถนำกลับมาใช้ได้หลายครั้งจากการซัก ทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแถมยังช่วยลดขยะไปในตัวด้วยนะคะ เพื่อให้ใช้ได้หลายๆครั้งเราจึงจำเป็นที่จะต้องนำมาทำความสะอาดอย่างถูกวิธีเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพโดยจะเริ่มจาก นำหน้ากากอนามัยแบบผ้ามามาแยกออกจากชนิดอื่น  ซักด้วยสบู่เด็กอ่อน ๆ หรือซักด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อแต่ห้ามใช้น้ำยาขจัดคราบหรือน้ำยาซักผ้าขาวนะคะเพราะจะมีผลกับการระคายเคืองเวลาสูดดมได้ค่ะและควรหลีกเลี่ยงการแช่ทิ้งไว้นะคะเพราะอาจทำให้สิ่งสกปรกยังตกค้างได้ ใช้มือขยี้ผ้าปิดจมูกแบบผ้าให้ทั่วทั้งผืน ใช้เวลาในการซักประมาณ 30 วินาที  นำผ้าปิดจมูกแบบผ้าล้างกับน้ำสะอาดแบบไหลผ่าน ประมาณ 2-3 ครั้งและบิดให้มาด  นำผ้าปิดจมูกแบบผ้าตาในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทลมพัดผ่านได้ดี ถ้าจะต้องรีดผ้าปิดจมูกแบบผ้าไม่จำเป็นที่จะต้องรีบทั้ง 2 ด้านให้รีดเพียงด้านนอกด้านเดียวเท่านั้น เห็นไหมคะวิธีทำความสะอาดหน้ากากอนามัยแบบผ้าไม่ได้มีความยุ่งยากเลยค่ะยิ่งช่วงนี้หน้ากากอนามัยยังมีราคาที่ค่อนข้างสูงการใช้หน้ากากอนามัยแบบผ้าย้อมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำให้คุณสามารถนำมาใช้ได้อีกหลายๆครั้งด้วยการซักซึ่งจะทำให้คุณนั้นประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น แม้ประเทศไทยจะสามารถควบคุมและดูแลป้องกันการระบาดหอมไวรัสโคโรน่าและ COVID-19   ได้แล้วแต่เราก็ยังไม่ควรประมาทการ์ดตก ละเลยที่จะป้องกันดูแลตัวเองเพื่อสุขภาพที่ดีกันนะคะ ด้วยการสวมใสหน้ากากอานามัย ทุกครั้งเมื่อต้องออกไปนอกบ้านนะคะ #COVID-19 #หน้ากากอนามัยแบบผ้า

นอนไม่พอ ส่งผลเสียยังไงบ้าง?

ramswaroop1

นอนไม่พอ ส่งผลเสียยังไงบ้าง? เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนในที่นี้ น่าจะเคยเกิดมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการนอนกันบ้างเเหละ ไม่ว่าจะนอนดึกตื่นเช้า นอนหลักพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือเป้นคนนอนหลับยาก เป็นต้น เเต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม การนอนไม่พอนั้นสามารถส่งผลเสียให้เพื่อน ๆ ได้มากมายค่ะ ก่อนอื่นเลย เพื่อน ๆ เคยสังเกตตัวเองกันไหมคะว่า บ่อยครั้งที่เราพยายามจะนึกอะไร เเต่นึกไม่ออก จำอะไรก็ไม่ค่อยได้ นั่นก็เป็นเพราะว่า เรานอนหับไม่เพียงพอค่ะ ปกติเเล้วการนอน เป็นส่วนหนึ่งของของการใช้ชีวิต ทั้งสมองเเละร่างกาย ช่วงที่เรานอนอยู่นั้น ร่างกายจะทำการซ่อมเเซ่มส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมเเซมอย่างมีประสิทธิภาพ มนุษย์อย่างเรา ๆ ควรจะต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งเวลาที่เราใช้นอนไปเเทบจะเป็น 1 ใน 3 ของเวลาทั้งหมดเลยค่ะ และความต้องการในการนอนหลักของเเต่ละคนก็ไม่เพียงพอด้วยค่ะ บางคนอาจจะคนเเค่ 5-6 ชั่วโมง ก็เต็มอิ่มเเล้ว ไม่มีอาการง่วงใดใด เเต่บางคนอาจจะต้องการนอนวันละ 8 ชั่วโมงเลย […]

ทำไมญี่ปุ่นจึงเป็นประเทศที่มีระเบียบวินัยอันดับต้น ๆ ของโลก

ramswaroop1

            หากพูดถึงประเทศที่ทุกเมืองสะอาด ผู้คนต่างเข้าแถวรอขึ้นรถไฟความเร็วสูงในเวลาที่เร่งรีบตามระเบียบ มีทางม้าลายให้เห็นหลายจุดจนลายตาตามชื่อ และการจราจรที่ไม่ติดขัดอัดแน่นนักก็คงต้องยกให้ประเทศญี่ปุ่น ดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัยอันทรงพลังที่ขึ้นชื่อเรื่องการมีระเบียบวินัยเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างก็อยู่ในระเบียบวินัย มีความเคารพในสิทธิของกันและกัน อยู่กันแบบพี่น้อง แต่เพราะเหตุใดกันประเทศที่เป็นเกาะใหญ่แห่งนี้จึงมีชีวิตความเป็นอยู่ที่เคร่งครัดจนหลายประเทศที่มาเที่ยวต่างพากันชื่นชมได้ มาดูกัน ? การเข้าแถวs             ย้อนไปสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินจากอเมริกาได้มาทิ้งระเบิดโจมตีเมืองต่าง ๆ ของญี่ปุ่นจนสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตของผู้คนและทรัพย์สินจำนวนมาก ชาวญี่ปุ่นหลายคนต้องกลายเป็นคนระเหเร่ร่อนไม่มีบ้านและหาของกินประทังชีวิตก็ยากแสนยาก ถือเป็นช่วงหลั่งน้ำตามากที่สุดของพวกเขาเลยก็ว่าได้ แต่ท่ามกลางทะเลเพลิงและน้ำตาก็ยังมีแสงสว่างพาให้พวกเขารอดตายมาได้ด้วยอาหารและน้ำที่รัฐบาลญี่ปุ่นร่วมส่งให้ทุกคนซึ่งพวกเขาที่เข้าใจถึงความยากลำบากของเพื่อนร่วมบ้านเกิดที่ได้รับการสูญเสียไม่ต่างจากตัวเองดีก็ต่างเข้าแถวรับอย่างมีระเบียบ ไม่มีการวิ่งเข้ามาแย่งกันแบบตายอดตายอยาก ทุกคนต่างให้สิทธิเสมอกัน ‘การเคารพ มารยาท และสิทธิ’ คำสั่งสอนที่มีแต่สมัยโบราณ อนึ่งคำสั่งสอนในเรื่องของการเคารพ มารยาท และสิทธิคือตัวปลูกฝังผู้คนมาตั้งแต่โบราณจึงทำให้ฝังรากอยู่ในสำนึกของคนญี่ปุ่นดีซึ่งผลลัพธ์ก็พาให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่าอาหารและน้ำซึ่งเป็นปัจจัยชีวิตสำคัญในครั้งนั้นเพียงพอสำหรับทุกคน ไม่มีใครเสียเปรียบใคร อีกทั้งยังได้รับมิตรภาพจากคนที่ไม่รู้จักกันจนกลายเป็นเพื่อนที่ดีนับแต่นั้นด้วย ฉะนั้นคนในประเทศญี่ปุ่นจึงให้ความสำคัญของระเบียบวินัยมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตรงต่อเวลา ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ตัวเอง การเคารพผู้อื่นไม่ว่าจะอายุต่างกันหรือเท่ากันก็ตาม รวมถึงการไม่ละเมิดสิทธิของกันและกัน หากใครที่ปฏิบัติตนอยู่นอกเหนือระเบียบวินัยเหล่านี้นอกจากจะไม่มีใครอยากคบหาแล้ว ยังจะทำให้บุคคลนั้นไม่ได้รับความเชื่อถืออีกต่อไป ซึ่งไม่จำเป็นต้องให้กฎหมายช่วย แต่เขาจะได้รับรู้ถึงความเดือดร้อนจากผลที่ตัวเองทำเป็นอันดับแรก เพราะอย่างนี้ประเทศญี่ปุ่นจึงกลายมาเป็นประเทศที่มีระเบียบวินัยอันดับต้น ๆ ของโลก ผู้คนอยู่กันอย่างพี่น้องด้วยมิตรภาพจากกฎและวินัย ช่วยเหลือซึ่งกันและกันซึ่งการดำเนินชีวิตของพวกเขาจะเป็นต้นแบบให้หลายประเทศได้นำมาใช้ ภาพประกอบจาก Pixabay […]

แนะนำชาร้อน 3 ประเภท ดื่มแล้วดี ถ้าไม่อยากเป็นหวัดในหน้าฝน ต้องลอง!

ramswaroop1

ในช่วงฤดูฝน แน่นอนว่าร่างกายของเราจะอ่อนแอลงได้ถ้าหากถูกฝน เพราะน้ำฝนนั้นอาจจะมาพร้อมกับเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกที่อยู่ภายในอากาศ ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อากาศ ก็จะมีอาการเป็นหวัด เจ็บคอ น้ำมูกไหล เป็นต้น เราจึงแนะนำให้ชงชาร้อนเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นและปรับสภาพได้ดีมากขึ้นนั่นเอง ทำให้ป้องกันไข้หวัดได้ โดยขอแนะนำชา 3 ประเภท ที่คนไม่อยากเป็นหวัด ควรดื่ม! ดังนี้ ชาเขียว                สำหรับชาเขียว เป็นชาที่ช่วยให้ร่างกายของเราอบอุ่นมากยิ่งขึ้น ช่วยป้องกันหวัดและแก้หวัดได้ดีเลยทีเดียว ใครที่ชื่นชอบชาเขียว ก็สามารถเลือกซื้อผงชาเขียวได้เลย แต่ไม่ควรเลือกซื้อชาเขียวที่ผ่านการปรุงรสสำเร็จรูปค่ะ เนื่องจากมีสารปรุงแต่งรสและกลิ่นมากมาย รวมถึงโดยส่วนใหญ่แล้วชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น ก็นิยมดื่มแบบไม่แต่งรส รับรองได้คุณค่าเต็ม ๆ แน่นอน ชาขาว                การดื่มชาร้อนนั้น ชาขาวก็ดูน่าสนใจไม่แพ้กันเลยทีเดียว เพราะประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยล้างสิ่งสกปรกและสารพิษออกจากร่างกาย เวลาคุณป่วย การเลือกที่จะดื่มชาขาวร้อน ๆ นั้น ก็ถือว่าช่วยให้ร่างกายของคุณปรับตัวได้ดีมากยิ่งขึ้น หลังจากอากาศเปลี่ยนแปลง อาจทำให้ไม่เป็นหวัดง่าย สุขภาพแข็งแรงมากยิ่งขึ้น แม้จะถูกน้ำฝน รับรองเลยว่าดื่มแล้วป้องกันอาการหวัด แถมยังดีท็อกซ์ร่างกายได้อีกด้วย หน้าฝนนี้ควรดื่มเป็นประจำเลยล่ะค่ะ ชาคาโมมายล์ […]

1 ชั่วโมงกับการเตรียมตัวก่อน Present Project

ramswaroop1

สวัสดีพี่ ๆ น้อง ๆ เพื่อน ๆ ทุกคนนะคะ สำหรับใครที่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับการพรีเซนท์งาน โดยที่อยู่ ๆ ก็ต้องออกไปพูดเลย หรือมีเพื่อนร่วมงานเดินมาบอกว่า “เเก ออกไปพรีเซนท์งานนะ อีก 1 ชั่วโมงเริ่ม” ถ้าหากใครเคยโดนอะไรเเบบนี้ หรือตอนนี้กำลังจะฝึกพรีเซนท์งาน วันนี้เรามีวิธีดีดีมาฝากเพื่อน ๆ กันค่ะ เเต่ก่อนที่เราจะไปดูว่าการเตรียมตัว ต้องเตรียมอะไรบ้างนั้น หรือมีวิธีการอย่างไรบ้าง เพื่อน ๆ ต้องรู้เนื้อหาทั้งหมดก่อนเเล้ว หมายถึงเนื้อหาที่เราได้ทำงานชิ้นนั้นจริง ๆ นะคะ เพราะถ้าเราไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับงานที่ทำ เพื่อน ๆ จะใช้ไม่ได้ผลกับวิธีที่เรากำลังจะบอกต่อไปนี้นะคะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา งั้นเราไปเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าเเต่ละขั้นตอน เราควรเตรียมตัวยังไงบ้าง กับเวลา 1 ชั่วโมงอันมีค่าของเรา ไปดูกันเลยค่ะ ข้อหนึ่ง ถ้าเรารู้เเล้วว่าอีก 1 ชั่วโมงเราจะต้องออกไปพรีเซนท์ สิ่งเเรกที่เพื่อน ๆ ควรคือดึงสติค่ะ […]

บุคลิกภาพที่ดีสร้างได้

ramswaroop1

บุคลิกภาพเป็นสิ่งที่สำคัญเพราะเป็นสิ่งที่เรามองเห็นเป็นอันดับแรกเมื่อพบเจอกัน  เช่น การสัมภาษณ์งาน อาชีพพนักงานตอนรับ หรือแม้การใช้ชีวิตประจำวันทั่วๆไป กล่าวคือ ถ้าบุคลิกภาพเราดีก็ส่งผลให้ชวนมองและมีเสน่ห์ไปในตัว ยิ่งถ้าบางคนมีบุคลิกภาพที่ดีแล้วย่อมส่งผลให้มีโอกาสดีๆเข้ามาในชีวิตได้ แล้วถ้าหากเราเป็นคนที่บุคลิกภาพไม่ดีจะทำอย่างไรกัน แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่สามารถสร้างขึ้นและพัฒนากันได้ แล้วมีวิธีอย่างไรบ้างไปอ่านกันเลย 1.การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายและสรีระเป็นสิ่งแรกที่เราสามารถมองเห็นเป็นอันดับแรก เพราะฉะนั้นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นการช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เห็นสัดส่วนของร่างกายชัดขึ้นและยังทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น 2.การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ คือการรับประทานอาหารให้ครบ5หมู่ อย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยมีการควบคุมสัดส่วนของอาหารแต่ละหมู่ให้พอดี เพราะถ้าเรารับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์จะส่งผลให้ร่างกายเราแข็งแรง มีพลังงานเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพและควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3.การพักผ่อน ร่างกายควรได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอราวๆ7-8ชม.และเวลาที่เหมาะกับการพักผ่อนคือช่วงเวลา 22-00น.จนถึง02.00น ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่ต่างๆที่ได้ใช้งานมาทั้งวันอิกทั้งจะหลั่งสารโกตฮอโมน์ซึ่งเป็นฮอโมนที่ช่วยสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย 4.การบริหารจิตใจ จิตใจเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญพอๆกับร่างกาย หากจิตใจเราอ่อนแอ ไม่มีสมาธิ ย่อมส่งผลให้ร่างกายเราอ่อนแอ เกิดความรู้สึกอ่อนไหว ตามไปด้วยซึ่งเป็นผลโดยตรงจากจิตใจ เพราะฉะนั้นแล้วเราต้องรู้จักการบริหารจิต ด้วยการนั่งสมาธิ หากจิตของเรามีสมาธิ ก็จะทำให้เราเกิดปัญญาและส่งผลให้ร่างกายเราไม่อ่อนแอด้วย 5.ให้รางวัลกับตัวเอง การให้รางวัลกับตัวเองในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นพักผ่อนในสถานที่ผ่อนคลาย หากิจกรรมทำคลายเครียดหรือสิ่งที่เราชอบทำ จะเป็นการชาร์จพลังเพื่อเป็นการใช้ในสัปดาห์หน้าซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่เติมทั้งพลังใจและพลังกายไปในตัว ให้รู้สึกพร้อมที่จะเจอกับสิ่งต่างๆในสัปดาห์ต่อไป 5วิธีที่กล่าวมาข้างต้นคือวิธีง่ายๆที่จะทำให้เพื่อนๆพัฒนาบุคลิกภาพของตัวเองได้ ซึ่งบุคลิกภาพที่ดีนั้นต้องมาจากภายในนั้นคือจิตใจ หากสภาพจิตใจเราดีแล้วย่อมส่งผลมาสู่ภายนอกคือร่างกายที่ดูสดชื่นสดใส อิกทั้งหากเพื่อนๆนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานอาหารให้ครบทั้ง5หมู่แล้วเพื่อนๆก็จะมีแรงไปออกกำลังกายสร้างรูปร่างที่ดีๆให้กับตัวเองได้ส่งผลให้บุคลิกของภาพของเพื่อนๆดีไปด้วย แล้วอย่าลืมบุคลิกภาพดีแล้วทัศนคติต้องดีด้วย รับรองเพื่อนๆจะมีเสน่ห์เป็นที่หน้าเข้าหาของคนรอบข้างอย่างแน่นอน เครดิตภาพ […]

เปลี่ยนตัวเองเป็นคนคิดบวก

ramswaroop1

วิธีการคิดบวกนี้เป็นวิธีที่ได้รับการทดลองจากอาสาสมัคร ของผู้ที่ทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องเปลี่ยนตัวเองให้คิดบวก ที่ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Clinical Psychology ในปี 2006 ที่ได้เปิดเผยว่า คนในโลกนี้ถูกแบ่งเป็น2 ประเภท คือพวกที่ไม่ค่อยคิดอะไร กับ พวกที่คิดมาก ซึ่งเป็นนิสัยที่แตกต่างกันมาก  แต่เมื่อทำการวิเคราะห์นิสัยของคนทั้งสองกลุ่มกลับพบว่า พวกเขามีวิธีการจัดการกับอารมณ์ด้านลบ ที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเองคือ หาสิ่งที่ตัวเองทำแล้วมีความสุข ซึ่งวิธีที่ทำให้ตัวเองมีความสุขมีดังต่อไปนี้ 1.ไม่ตัดสินสิ่งต่างๆจากสิ่งที่เห็น คือการไม่ตัดสินผู้อื่นจากภายนอก  เนื่องจากภายนอกที่เห็นไม่ได้เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเขาเป็นแบบนั้นเลย เราต้องลองเรียนรู้และทำความเข้าใจ แล้วค่อยตัดสิน ความคิดบวกต้องเริ่มจากความรู้สึกที่เป็นกลางก่อน ไม่ใส่ความรู้สึกส่วนตัวเรา หรือความอติส่วนตัวเราลงไปด้วย เช่น การพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือน ถ้าต้องเลือกปรับเงินเดือนให้กับพนักงาน2คนที่ผลงานดีเท่ากัน แต่การปรับขึ้นเงินเดือนที่ไม่เท่ากัน เพราะว่าเราชอบอีกคนมากกว่า แบบนี้ถือว่าเราใส่ความรู้สึกส่วนตัวแล้วอคติกับอีกคน  โดยเราต้อง ไม่ลืมว่าการคิดบวกไม่มีถูกหรือผิด คือการคิดพิจารณาจากสิ่งที่เห็นตามสภาพการณ์ 2.ผูกมิตรกับคนที่คิดบวกและร่าเริง ต้องยอมรับว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการเข้าสังคม การผูกมิตรกับเพื่อนที่มีความคิดที่ดี ร่าเริง สนุกสนาน ไม่จริงจังกับชีวิตมากจนเกินไป จากผลการวิจัยส่วนใหญ่เปิดเผยว่า ความเครียดสามารถส่งต่อหากันได้ โดยผู้รับจะค่อยๆเปลี่ยนทัศนคติไปทีละเล็กน้อยจนสังเกตเป็นพฤติกรรมได้ เพราะสภาพแวดล้อมนั้นมีผลต่อพฤติกรรมโดยตรงของมนุษย์ หากเราต้องการเริ่มคิดบวกให้หามิตรที่มองโลกในแง่บวกและร่าเริงกว่าคนที่ใช้ชีวิตจริงจัง 3.เป็นคนยืดหยุ่น […]

5วิธีพัฒนาตนเองให้เก่งขึ้น

ramswaroop1

คนเก่งในวันนี้อาจเป็นคนธรรมดาในวันหน้าหมายถึงว่าในขณะที่โลกหมุนและเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆหากไม่มีการพัฒนาให้ก้าวตามยุคสมัยจากคนที่เคยเก่งเคยนำหน้าคนอื่นอาจจะถูกแซงจากคลื่น ลูกใหม่ ดังนั้นไม่ว่าเราจะเป็นใครก็ตาม พนักงานบริษัท เจ้าของธุรกิจ หรือมหาเศรษฐีสิ่งที่เราไม่ควรหยุดคือการพัฒนาตนเองตลอดเวลาแม้หลายคนจะบอกว่าไม่จำเป็น แต่เถ้าเป็นคนที่ล้าหลังคนอื่น ก้าวตามคนอื่นไม่ทันก็จะกลายเป็นช่องทางทำให้คนฉลาดกว่าเอาเปรียบเราได้ด้วยเหตุนี้ลองมาดู 5 วิธีพัฒนาตนเองว่ามีอะไรบ้าง 1 รับฟังคำวิจารณ์แบบตรงไปตรงมาจากคนรอบข้าง บางครั้งการถูกชมและการถูกรายล้อมด้วยการประจบสอพลอก็เป็นการหยุดพัฒนาตนเองได้เช่นกันเพราะคนเหล่านี้จะไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าแท้จริงแล้วตัวเรามีข้อบกพร่องอย่างไร เนื่องจากเวลาทำอะไรแล้วคนอื่นบอกว่าดี บอกว่าสุดยอด มันทำให้เราหยุดนิ่งในการพัฒนาตนเอง ทางที่ดีเราควรรับฟังคำวิจารณ์เอาแบบตรงไปตรงมาบางครั้งอาจจะเป็นถ้อยคำที่รุนแรงไปบ้างแต่ก็ถือเป็นคำพูดที่ทำให้เรามองเห็นความบกพร่องของตนเองได้เป็นอย่างดี อย่าคิดว่าเป็นคำพูดรุนแรงทำร้ายจิตใจ แต่คำติเตียนก็เป็นการบอกข้อบกพร่องของเราได้เป็นอย่างดี ทำให้เราแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นและเกิดการพัฒนาตนเอง 2.มองโลกให้กว้างถ้าอยากพัฒนาตนเอง ต้องรู้จักมองคนที่อยู่ไกลกว่าตัวเราเอง ไม่ใช่มองคนที่อยู่รอบตัวแต่มองผู้คนที่ประสบความสำเร็จเป็นหัวหน้า เป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ แต่หากจะไปให้ไกลควรคนมองให้ไปถึงระดับเจ้าของบริษัท เจ้าของกิจการร อย่าพอใจกับการมองในแบบสภาพแวดล้อมที่เราเคยรู้จัก มองและยอมรับกับสิ่งที่อยู่ไกลออกไปอาจเป็นสิ่งที่เราไม่คุ้นเคยไม่เคยคิดว่าจะทำได้หรือไปถึงแต่สิ่งเหล่านี้หากรู้จักและเปิดหูเปิดตาและกล้าที่จะลงมือทำ ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นในการพัฒนาตนเองที่ดี 3.พยายามอยู่ร่วมกับคนที่เก่งกว่าเรา ลำพังการรู้จักข้อบกพร่องในตนเอง มีเป้าหมายที่ใหญ่ระดับโลกแต่สิ่งเหล่านี้อาจจะยังไม่เพียงพอต่อความสำเร็จหากแต่ยังไม่ลงมือทำจริง ซึ่งเราเองอาจคิดว่าเราฉลาด เก่ง มีความสามารถ แต่ขอให้เราลองไปอยู่ในกลุ่มคนที่เก่งๆ บางทีเราอาจจะรู้ได้เลยว่าความรู้ ประสบการณ์ ที่เรามี นั้นเป็นเพียงส่วนน้อยนิด เปรียบเทียบกับคนอื่นไม่ได้เลย จุดนี้จะยิ่งทำให้เราพยายามพัฒนาตนเองให้ทัดเทียมเท่ากับคนอื่น รวมถึงการแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้จากคนเก่งเหล่านั้น ให้เป็นเป็นประโยชน์ต่อตนเอง เช่น ต้องการอยากทำร้านอาหารเป็นของตนเองก็ลองหาเพื่อนที่เป็นเจ้าของร้านอาหารหรือคนที่มีกิจการด้านอาหารเหล่านี้  เข้าร่วมกับกลุ่มสนทนาในโซเชียล หรือหากมีโอกาสได้สังสรรค์กับคนกลุ่มนี้ก็ควรเข้าร่วม เพราะเป็นเส้นทางสำคัญที่จะนำเราไปสู่การพัฒนาตนเองได้ดีขึ้น 4.รู้จักสร้างกำลังใจให้ตนเอง […]

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me