เดเมียน

ramswaroop1

            พระคัมภีร์กล่าวว่ามนุษย์ต้องใช้สติปัญญาวิเคราะห์ตัวเลขหกสามตัวและเมื่อปฏิปักษ์ของพระคริสต์ถูกเปิดเผย คนจะรู้ว่าเขาเป็นใครและเลขหกสามตัวจะระบุตัวตนของเขา เดเมียน เด็กชายที่ทูตอเมริกันคนหนึ่งนำเขามาเลี้ยงแทนลูกที่เสียชีวิตหลังคลอดโดยที่ภรรยาของเขาไม่ทราบ เมื่อเขาเติบโตขึ้นมีเหตุการณ์ลึกลับและการเสียชีวิตที่น่าสยดสยองเกิดขึ้นกับคนรอบข้างของครอบครัว พวกเขาจึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเดเมียนคือผู้ที่ต่อต้านพระเจ้าที่ถูกทำนายไว้ในพระคัมภีร์  ต่อไปนี้คือเรื่องราวในดิโอเมน (The Omen) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกัน-อังกฤษ  ปี 1976 กรุงโรม ประเทศอิตาลี แคทเธอลีน ธอร์น ภรรยาของโรเบิร์ต ธอร์น นักการทูตชาวอเมริกันได้ให้กำเนิดเด็กชายผู้หนึ่งโดยไม่ทราบว่าเด็กชายเสียชีวิตตอนคลอด บาทหลวง สเปิเลตโตได้ขอร้องให้โรเบิร์ตรับเด็กชายคนหนึ่งที่แม่ของเด็กเสียชีวิตตอนคลอดไปแทนโรเบิร์ตยอมตกลงแต่ไม่บอกให้แคทเธอรีนรู้ว่าเด็กไม่ใช่ลูกจริง พวกเขาตั้งชื่อทารกคนนี้ ว่าเดเมียน          ห้าปีต่อมาเมื่อเดเมียนเติบโตขึ้นเด็กชาย โรเบิร์ตได้รับแต่งตั้งให้เป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำสหราชอาณาจักร ระหว่างงานวันเกิดปีที่ห้าของเขา มีสุนัขรอดไวเลอร์ตัวใหญ่ปรากฏตัวใกล้บ้าน พี่เลี้ยงของเดเมียนแขวนคอตัวเองจากหน้าต่าง นางเบย์ล็อคพี่เลี้ยงคนใหม่ผู้ลึกลับเดินทางมาถึงโดยไม่บอกกล่าว          เดเมียนไม่ต้องการไปโบสถ์ การปรากฏตัวของเดเมียนทำให้สัตว์ต่างๆหวาดกลัว แคทเธอรีนเริ่มกลัวเดเมี่ยนมากขึ้นและพยายามอยู่ห่างจากเขา คุณพ่อเบรนแนนนักบวชคาทอลิกเตือนโรเบิร์ตเกี่ยวกับกำเนิดอันลึกลับของเดเมียนโดยบอกเป็นนัยว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ เขาบอกโรเบิร์ตว่าแคทเธอรีนกำลังจะตั้งครรภ์และเดเมียนจะขัดขวางไม่ให้เด็กเกิด แต่หลังจากนั้นคุณพ่อเบรนแนนก็เสียชีวิตด้วยเหล็กแหลมที่หล่นลงมาจากหลังคาโบสถ์ในขณะที่เกิดพายุอย่างกะทันหัน แคทเธอรีนบอกโรเบิร์ตว่าเธอท้องและเธอต้องการทำแท้ง          คีธ เจนนิงส์ ช่างภาพคนหนึ่งได้ทราบข่าวเรื่องการเสียชีวิตของคุณพ่อเบรนแนน เขาสังเกตเห็นเงาในรูปถ่ายของพี่เลี้ยงเด็กและของคุณพ่อเบรนแนนที่ดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการเสียชีวิตที่แปลกประหลาดของพวกเขา รูปถ่ายของคีธเองก็ปรากฏให้เห็นเงาแบบเดียวกันที่คอของเขา คีธให้รูปถ่ายโรเบิร์ตดูและบอกว่าเขาเชื่อว่าเดเมียนอันตราย วันหนึ่งขณะที่โรเบิร์ตไม่อยู่บ้าน เดเมียนกระแทกแคทเธอรีนเหนือราวกั้นบันไดชั้นบนตกลงไปที่พื้นด้านล่าง แคทเธอลีนบาดเจ็บสาหัสและแท้งลูก          คีธเดินทางไปโรมกับโรเบิร์ตเพื่อสืบหาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเดเมียน […]

ชวนชมไม้ดอกที่คนไทยชอบ

ramswaroop1

ชวนชมหรือชื่อภาษาอังกฤษ Adenium เป็นหนึ่งในไม้ดอกที่คนไทยนิยมปลูกกัน ด้วยรูปทรงที่สวยงามของลำต้นและดอกที่มีสีสดใส และมีความอดทนต่อสภาพอากาศสูงจนได้รับฉายาว่า “กุหลาบทะเลทราย” ปัจจุบันมีผู้ที่ทำอาชีพเพาะชวนชมขายเป็นจำนวนมากเพราะชวนชมเป็นไม้ที่มีราคาสูงบางต้นที่โตลำต้นสวยและดอกงดงามขายกันที่ราคาหลักแสน ชวนชมมีลำต้นอ่อนอวบน้ำและมีโขดหรือรากที่เป็นหัวขนาดใหญ่อยู่ใต้ดินหรือพ้นดินขึ้นมามีลักษณะต่างๆ ใบเป็นใบเดี่ยวเวียนรอบกิ่งและหนาแน่นที่ปลายกิ่ง ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งช่อหนึ่งมีประมาณ 10 – 20 ดอก ชวนชมมีถิ่นกำเนิดในทวีปอาฟริกา บริเวณประเทศแทนซาเนียและเคนยาค้นพบโดยนักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน สำหรับในประเทศไทยพบการปลูกชวนชมตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 โดยพระนางเธอลักษมีลาวัณ ทรงนำชวนชมไปปลูกที่พระตำหนักของพระองค์และทรงตั้งชื่อให้ดอกไม้นี้ว่า “ชวนชม”  แต่ก็ไม่มีความชัดเจนว่าชวนชมเข้ามาในประเทศไทยอย่างไร ชวนชมถือเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่ง คนจีนตั้งชื่อชวนชมในภาษาจีนมีความหมายถึงดอกไม้แห่งความร่ำรวย สายพันธุ์ของชวนชมที่นิยมปลูกในประเทศไทยคือ ชวนชมพันธุ์ฮอลแลนด์ ชวนชมพันธุ์ยักษ์ญี่ปุ่น และชวนชมพันธุ์ยักษ์ซาอุหรือยักษ์อาหรับ ชวนชมควรจะปลูกในตอนเช้าเวลาที่แสงแดดจัด ควรปลูกในดินร่วนมีธาตุอาหารที่สมบูรณ์ ดินระบายน้ำได้ดีแต่ไม่ควรให้น้ำบ่อยเกินไปเพราะลำต้นของชวนชมอุ้มน้ำ จึงควรให้น้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้งพอ เมื่อมีกิ่งที่เก้งก้างเกินไปหรือกิ่งที่ตายหรือแตกหักให้ตัดแต่งกิ่งออกไปบ้างเพื่อการระบายอากาศที่ดี ควรปลูกกลางแจ้งที่มีแสงแดดส่องถึง การขยายพันธ์ชวนชมทำได้โดยการเพาะเมล็ดโดยนำเมล็ดใหม่ไปเพาะในตะกร้าที่มีส่วนผสมของขุยมะพร้าวและทรายหยาบในอัตราส่วน 1 : 1 การเสียบยอดบนต้นตอที่แข็งแรงด้วยยอดพันธุ์ดีที่คัดเลือกแล้วพันด้วยพลาสติกพันต้นไม้คลุ่มด้วยถุงพลาสติกและมัดด้วยเชือกทิ้งไว้ 10 – 15 วัน อีกวิธีหนึ่งคือการตอนและปักชำซึ่งควรทำในตอนก่อนหรือหลังฤดูฝน ชวนชมเป็นไม้ดอกที่มีเกสรตัวผู้และตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกันแต่เวลาที่แก่ไม่เท่ากันการผสมพันธุ์จึงนิยมใช้เกสรตัวผู้จากต้นอื่น โดยคัดเลือกต้นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่มีดอกสวยและแข็งแรง ถ้าได้พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่ดีก็มีโอกาสได้พันธุ์ผสมที่ดีด้วย เวลาที่เหมาะในการผสมเกสรคือเวลาเช้าก่อน […]

ทำไมฤดูฝนจึงเหมาะกับการมาเยี่ยมชมทะเลหมอก

ramswaroop1

            ในช่วงฤดูฝนที่มีอากาศเย็น ชุ่มชื้น สบายกายอย่างนี้หลายคนอาจจะอยากนอนอยู่บ้านฟังเสียงฝนที่ตกเปาะแปะแล้วค่อยไปเที่ยวในช่วงฤดูหนาวเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง แต่คุณรู้หรือไม่ว่าในช่วงฤดูฝนปลาย ๆ นี่ละที่เหมาะสมกับการไปเยี่ยมชมทะเลหมอกที่สุด ขืนรอให้ถึงฤดูหนาวถึงจะสวยแค่ไหนก็ไม่อลังการเท่ากับฤดูฝนหรอกค่ะ…เพราะอะไรน่ะหรือ? ฤดูฝนมีความชุ่มชื้นเยอะทำให้ทะเลหมอกสวย             ฤดูฝนในทุกวันบนภูเขาฝนมักจะตกเยอะมากกว่าด้านล่างและบางวันก็ตกทั้งวันทำให้มีความชุ่มชื้นค่อนข้างเยอะ ด้วยผลจากที่มีป่าไม้และธรรมชาติอยู่บนเขา ไร้ตึกรามบ้านช่องด้วยทำให้ป่าไม้สีเขียวเป็นตัวดึงดูดฝนชั้นดีและยิ่งฝนตกมากก็ยิ่งเกิดทะเลหมอกมากขึ้นด้วย เพราะด้านล่างอากาศมักจะร้อนกว่า นับเป็นทริปที่ดีหากคุณมาเยี่ยมชมทะเลหมอกในฤดูหนาว นอกจากจะได้ภาพทะเลหมอกสวย ๆ แล้วยังได้ภาพของป่าไม้สีเขียวชอุ่มที่สวยสดไม่ต้องปรับแต่งภาพเลย ฤดูฝนทำให้ไม่ค่อยมีลม ทะลหมอกจึงมีอยู่ทั้งวัน             หากเราไปเที่ยวภูเขาในฤดูฝนจะมีแต่หยาดฝนตกโปรยปราย ไม่มีลมพัดตลอดเวลาเหมือนอย่างฤดูหนาวทำให้ทะเลหมอกไม่ถูกพัดพาหายไป แถมยังรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนสวยงามบนจุดชมวิวราวกับอยู่บนสวรรค์อย่างไรอย่างนั้นเลย แต่หากคุณมาในฤดูหนาวลมจะค่อนข้างแรง ต้องวัดดวงเอาว่าในเช้าวันต่อมาจะได้ถ่ายภาพความงดงามของทะเลหมอกให้สมกับที่อุตส่าห์เดินทางมาหรือไม่ หากเช้าวันนั้นมีลมแรงก็ถือว่าทริปชมทะเลหมอกครั้งนี้ชวดไปอย่างนาเสียดาย ตรงกันข้ามกับฤดูฝนที่คุณไม่ต้องกลัวว่าจะชวดเลย เพราะนอกจากทะเลหมอกจะมีให้เห็นทุกเช้าแล้ว คุณอาจได้เห็นทั้งวันอีกด้วย ฤดูฝนมีอากาศที่เย็นทำให้ทะเลหมอกเยอะ             ฤดูฝนบนภูเขาจะมีอากาศที่เย็นจัดไม่ต่างกับฤดูหนาวเพราะอยู่บนที่สูงมากและฝนก็ตกเรื่อย ๆ ความเย็นจักจะก่อให้เกิดทะเลหมอกสวย แม้จะมีแดดให้เห็นรำไรแต่ทะเลหมอกก็จะยังคงแผ่ขยายให้เห็นเยอะตามไหล่เขา หากอยากได้ภาพถ่ายแนวที่มีสไตล์หน่อยก็ให้ติดผ้าคลุมไหล่ลายสดใสมาและกางออกรับลมบริเวณจุดชมวิวดูสิคะ รับรองว่าจะได้ภาพงดงามแบบอาร์ต ๆ ชิล ๆ ให้เพื่อนฝูงของคุณอิจฉาเล่นแน่นอน             การขับรถขึ้นเขาในช่วงฤดูฝนต้องระวังหน่อยนะคะ เพราะถนนค่อนข้างลื่น ขับมาไม่ต้องรีบมาก และคอยดูเส้นกั้นเลนไว้ตลอดเวลาเพราะในฤดูฝนหมอกจะค่อนข้างลงหนาหากมาในยามเช้า แม้การเดินทางจะลำบากหน่อยแต่ก็คุ้มค่ากับการได้ภาพทะเลหมอกสวย ๆ ค่ะ […]

How To แก้สถานการณ์เมื่อคุณถูกสุนัขวิ่งไล่

ramswaroop1

            ปัญหาสุนัขที่มักวิ่งไล่กวดถือเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้คุณเกิดความกลัวและไม่อยากใช้เส้นทางนั้น ๆ ที่สุนัขวิ่งไล่ แต่ในเมื่อคุณจะเป็นต้องใช้เส้นทางนั้น ๆ ในการเดินทางก็ย่อมต้องทำใจกับการผจญของเหล่าสุนัขในทุกวันซึ่งหากแค่ไล่ก็คงไม่น่ากลัวอะไร แต่ถ้ามันดุและกัดด้วยนี่สิจึงจะน่ากลัว เพราะเราก็เคยถูกสุนัขวิ่งไล่มาแล้วสมัยมัธยม พอเรารีบปั่นจักรยานมันยิ่งวิ่งตามมาเร็วและสุดท้ายขางาม ๆ ก็โดนมันงับจมเขี้ยวเรียบร้อย ด้วยเหตุนี้เวลาถูกสุนัขไล่ เราจึงรู้สึกหวาดกลัวมาก แต่ก็ต้องอยู่กับมันให้ได้จนตอนนี้ก็เริ่มชินแล้วล่ะ วันนี้เราจึงได้นำ How To แก้สถานการณ์เมื่อคุณถูกสุนัขวิ่งไล่มาฝากทุกคนกัน เมื่อสุนัขวิ่งไล่ให้หยุดจ้องตามัน             เมื่อคุณกำลังเดินหรือขี่รถจักรยานยนต์อยู่ดี ๆ แล้วสุนัขก็มาไล่ เราแนะนำให้คุณหยุดชะงักตรงนั้นแล้วหันขวับมาจิกตาและจ้องใส่มันด้วยใบหน้าบึ้งตึงแฝงความเกรี้ยวกราดประมาณว่าอย่าได้คิดจะมาไล่ฉัน รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร ลองมาไล่สิเจอดีแน่ เดี๋ยวเจ้าพวกสุนัขตัวปัญหาก็วิ่งหนีไปเองล่ะ เพราะเหตุผลที่มันวิ่งไล่คือจะประกาศศักดาว่าพวกมันเก่งที่สุด และมีร่างกายที่แข็งแรง แต่ในเมื่อมนุษย์อย่างเราแสดงท่าทางให้มันรู้ซึ้งว่าไม่ย่อมอ่อนข้อให้ง่าย ๆ มันก็จะกลัวและหนีไปเอง เมื่อสุนัขวิ่งไล่ให้ตะคอกใส่             เมื่อสุนัขไล่คุณแม้จะหยุดจ้องหน้าก็ยังอาจหาญเห่าต่อไป เราแนะนำให้คุณตะโกนเสียงดังใส่พวกมันว่า “ไปให้พ้น!” พยายามทำน้ำเสียงให้แข็งกร้าวและดังสุดชีวิตไปเลย ประมาณว่าคุณไม่กลัวมันหรอก หากอยากสู้ก็เข้ามาสิ แม้ว่าใจจริงแล้วคุณจะกลัวสุนัขพวกนี้มากก็ตาม แต่สุนัขเหล่านี้สามารถอ่านสายตาคุณออกนะคะ หากตาของคุณยังเลิ่กลั่กด้วยความกลัวอยู่มันก็สามารถรู้ได้ว่าใจจริงแล้วคุณกลัวมัน และมันก็จะได้เปรียบ ฉะนั้นคุณต้องทำให้มันตกใจจนไม่กล้าเข้าหาคุณได้อีกด้วยพลังเสียงนี่ล่ะ เมื่อสุนัขวิ่งไล่ให้เดินแบบปกติ             สุนัขส่วนใหญ่มักจะวิ่งไล่กวดเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่จะไม่กัดคน […]

ของกินประเภทใดที่ไม่ควรนำขึ้นรถโดยสาร

ramswaroop1

            รถโดยสารส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นรถตู้หรือรถบัสก็มักจะเป็นรถปรับอากาศทั้งสิ้นซึ่งมักจะมีป้ายติดไว้ว่าห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ เข้ามาในรถซึ่งบางคนที่อ่านก็อาจสงสัยว่าเพราะอะไร วันนี้เราจะมาให้คำตอบกันว่าอาหารชนิดใดบ้างที่ไม่ควรนำขึ้นมาบนรถโดยสาร และเพราะอะไรจึงไม่เหมาะสม ไม่ควรนำอาหารคาวกลิ่นแรงขึ้นมาบนรถโดยสาร             พูดได้ว่าเราเป็นเซียนการนั่งรถไป – กลับระหว่างมหาวิทยาลัยกับบ้านที่ต่างจังหวัดแทบทุกวันเลย เชื่อหรือไม่ว่านั่งรถโดยสารมา 4 ปีแล้ว ทุกวันก็ยังต้องผจญกับผู้โดยสารที่มักนำเอาอาหารขึ้นมานั่งรับประทานบนรถโดยเฉพาะพวกไส้กรอกอีสานหรือผัดกะเพรานี่หึ่งเลย จะปิดจมูกก็กลัวเขามองด้วยความไม่พอใจ เสียมารยาทไปอีกเลยต้องนั่งกลั้นหายใจสลับกับหายใจออกไปแบบทรมาน 1 ชั่วโมงเต็ม การที่คุณนำอาหารคาวขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นอาหารที่มีกลิ่นน้อยหรือมากก็สามารถทำให้ผู้โดยสารคนอื่นในรถปรับอากาศได้กลิ่นเหมือนกัน ทุกคนก็ย่อมอยากนั่งรถที่มีเครื่องปรับอากาศหอม ๆ กลิ่นดอกไม้ช่วยให้นอนหลับผ่อนคลายระหว่างทางกันทั้งนั้น คุณจึงไม่ควรทำให้เสียบรรยากาศ ไม่ควรนำน้ำหวานขึ้นมาบนรถโดยสาร             ผู้โดยสารบางคนย่อมอยากที่จะนั่งรถโดยสารไปดื่มชาไข่มุกหรือน้ำหวานพร้อมกับชมทิวทัศน์ริมหน้าต่างไปแบบชิล ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าความชิลของคุณนั้นอาจทำให้คนอื่นเดือดร้อน เพราะน้ำหวานที่คุณวางไว้อาจหกจนเปื้อนเบาะและเหนียวเหนอะหนะจนพนักงานรถต้องเหนื่อยกับการทำความสะอาดได้ คุณอาจบอกว่าเดี๋ยวดื่มน้ำหมดก็ไม่เปื้อนแล้ว แต่อย่าลืมว่าน้ำแข็งยังคงมีอยู่ในแก้วนะคะ หากคุณวางไว้แล้วรถเกิดสะเทือนตามทางก็มีสิทธิ์ที่น้ำแข็งจะหล่นออกจากแก้วได้ คุณจึงสามารถนำแค่น้ำเปล่าแบบขวดมีฝาปิดสนิทขึ้นมาได้เท่านั้น ไม่ควรนำขนมขบเคี้ยวขึ้นมาบนรถโดยสาร             ขนมขบเคี้ยวเองก็เป็นหนึ่งในอาหารที่มีกลิ่นเช่นกัน และบางทีขณะที่คุณรับประทานอยู่ก็อาจจะมีเสียงดังรบกวนผู้โดยสารที่นั่งใกล้ชิดด้วย แถมเศษขนมก็สามารถหล่นติดเบาะจนต้องทำความสะอาดเหมือนกัน ดังนั้นคุณจึงไม่ควรรับประทานขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ ในรถโดยสาร โดยเฉพาะขนมขบเคี้ยวแบบแผ่นบาง ๆ ที่หักจนเป็นเศษเล็กเศษน้อยยิ่งไม่สมควรเข้าไปใหญ่             ด้วยเหตุนี้เวลาคุณขึ้นรถโดยสารจึงมักมีป้ายติดไว้ว่าห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มขึ้นมาเพื่อให้ผู้โดยสารสามารถนั่งรถได้อย่างสบายใจและไม่เกิดปัญหาภาระกับพนักงานรถในภายหลังด้วยฉะนั้นทุกคนโปรดเห็นแก่ส่วนรวมเถอะนะ รูปภาพประกอบ : Pixabay […]

ทำไมละครจึงต้องเขียนบทต่างจากนิยาย

ramswaroop1

            หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมละครที่เราดูกันเมื่อลองกลับไปหาเป็นนิยายหรือหนังสือต้นฉบับอ่านจึงมีการดำเนินเรื่องที่ไม่เหมือนกัน แม้แต่บางเรื่องตัวละครบางตัวก็ยังอยู่ในสถานะที่แตกต่างจากหนังสือจนทำให้คนส่วนใหญ่มักเกิดความรู้สึกว่า “อ่านต้นฉบับแล้วสนุกกว่าดูเป็นละคร” แม้แต่ในการส่งพล็อตนิยายเพื่อให้ทางช่องโทรทัศน์หรือคนเขียนบทพิจารณาก็ยังต้องมีการดูและวิเคราะห์ให้ละเอียดเลย ไม่ใช่ว่าส่งไปแล้วแค่เรื่องสนุกทางนั้นก็รับ เพราะบางเรื่องเวลานำไปเขียนบทละครนั้นยากมาก…ยากที่จะเปลี่ยนให้นิยายดี ๆ มาเป็นละครดี ๆ เรื่องหนึ่งในสายตาผู้ชมได้จากการที่คนเขียนบทละครต้องคิดการดำเนินเรื่องและหลายอย่างแตกต่างจากนิยายต้นฉบับ มันเพราะอะไรกันนะ? ความเข้มข้นของละคร             ละครกับนิยายย่อมมีความเข้มข้นที่แตกต่างกันแม้ว่าจะเป็นเรื่องเดียวกันก็ตาม เพราะตัวนิยายจะดำเนินเรื่องโดยอาศัยการบรรยายให้คนอ่านได้เห็นภาพสถานที่และความรู้สึกของตัวละครเป็นหลักอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อความสมเหตุสมผล ทำให้การดำเนินเรื่องมีความเอื่อยไปบ้างเป็นปกติ เพราะหากเร็วไป ความไม่สมเหตุสมผลของตัวละครและเหตุการณ์จะเกิดขึ้นทันที ซึ่งแน่นอนว่าเสี่ยงมากสำหรับบทละคร เพราะอย่างที่เรารู้ว่าละครในแต่ละตอนต้องมีการดำเนินเรื่องที่รวดเร็วใน 1 วันที่ฉายให้ผู้ชมเห็นเหตุการณ์สำคัญ 2 – 3 เหตุการณ์เพียงไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งมันเป็นการบ้านที่ยากในการคิดวิธีใช้บทพูดกับการกระทำของทุกตัวละครเพื่อให้ผู้ชมเข้าใจและเห็นด้วยกับปัจจัยที่ทำให้เกิดเรื่องต่าง ๆ อันมาจากตัวละครเป็นหลัก เพราะไม่มีตัวหนังสือที่จะคอยมาบอกเล่าความรู้สึกเหมือนในนิยาย การถ่ายทำละคร             การถ่ายทำละครแต่ละฉากต้องมีการดูและวิเคราะห์มุมกล้องประกอบเหตุการณ์ต่าง ๆ โลเกชั่นสถานที่ ความสะดวกของการแบ่งเวลานักแสดง และรายละเอียดยิบย่อยมากมายเกินคาดคิดจึงต้องมีเยอะ แถมยังต้องเผื่อเวลาให้นักแสดงที่เผลอพูดผิด ๆ ถูก ๆ หรือเกิดความผิดพลาดกลางกองถ่ายมากมายอีกด้วย หากจะให้การดำเนินเรื่องหลักของละครเหมือนนิยายก็คงใช้เวลาถ่ายทำเป็นปีเลยล่ะกว่าจะเสร็จ เพราะฉากหนึ่งของการถ่ายทำไม่ใช่ว่าจะได้มาแบบง่าย ๆ แม้แต่ฉากแสดงอารมณ์ร้องไห้ของตัวละครหนึ่งก็อาจต้องแก้ใหม่หลายรอบจนผู้กำกับถอนหายใจจนลมแทบจับก็เป็นเรื่องธรรมดาเลย ระยะเวลาการฉายละคร             ช่องโทรทัศน์แต่ละช่องตลอด […]

ใช้ปากกาให้ถูกประเภทในการเขียน

ramswaroop1

            “ปากกา” เป็นอุปกรณ์หัวใจสำคัญในการเขียนมานานแสนนาน แน่นอนว่าเมื่อมีปากกาก็ย่อมต้องมี “กระดาษ” มาเป็นคู่กัน แต่แน่นอนว่ามันก็เหมือนความรักของคน แม้ปากกากับกระดาษจะถูกสร้างมาคู่กันทุกชนิด แต่เมื่อปากกาแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกันฉันใด กระดาษและการใช้งานของปากกาก็ย่อมแตกต่างกันฉันนั้น วันนี้เราก็จะมาแนะนำการใช้ปากกาให้ถูกประเภทในการเขียนค่ะ เพราะบางประเภทหากคุณใช้ผิดกับการเขียนงานนั้น รับรองว่าชีวิตจะเปลี่ยนไปเลย…เปลี่ยนจนต้องแก้งานใหม่ยังไงล่ะ ปากกาลูกลื่น             ปากกาลูกลื่นเป็นปากกาที่ใช้งานในการเขียนกระดาษทั่วไปและเป็นที่นิยมมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเขียนหนังสือราชการ การเขียนการบ้าน การเขียนเอกสาร หรือการจดสมุดอะไรก็ตาม ทุกคนย่อมต้องใช้ปากกาลูกลื่นในการเขียนทั้งนั้น ซึ่งปากกาลูกเล่นจะมีหลายสี แต่ที่นิยมใช้กันในชีวิตประจำวันก็คือ ปากกาสีน้ำเงินกับปากกาสีแดง เพราะเป็นสีที่ชัดเจนที่สุดเมื่อเขียนลงกระดาษ อีกทั้งยังเขียนได้เรียบลื่น สบายมือ ติดนานอีกด้วย ปากกาสีน้ำเงินจะใช้ในการเขียนหนังสือ ส่วนปากกาสีแดงจะใช้ในการเขียนขีดเส้นเพื่อเน้นย้ำให้เห็นจุดนั้นชัด ๆ เราอาจเรียกมันได้ว่าเป็น “ปากกามาตรฐานสากลของทั่วโลก”เลยล่ะ ปากกาเจล             ปากกาเจล เป็นปากกาหลากสีสันสดใสที่มีความลื่นไม่แตกต่างจากปากกาลูกลื่น แต่ถูกสร้างมาให้มีคุณสมบัติพิเศษทันต่อยุคสมัยและแฟชั่นโดยมีการใส่กากเพชรในหมึกเป็นส่วนใหญ่ทำให้เมื่อเขียนออกมาแล้ว ตัวหนังสือจะมีความเด่นชัดและสดใสน่าอ่าน ปากกาเจลทุกสีล้วนแต่มีความเข้มทั้งนั้นทำให้เมื่อคุณเขียนในสมุดแล้วจะทำให้อีกหน้าหนึ่งทับหน้าที่คุณเขียนเปื้อนสีจากปากกาเจลได้ ปากกาเจลมีความสำคัญในการเขียนสรุปเนื้อหางานต่าง ๆ เพื่อความเข้าใจและเน้นย้ำข้อความสำคัญต่าง ๆ เหมาะกับคนที่กำลังอ่านหนังสือสอบมาก ในหัวข้อหลัก หัวข้อรอง และเนื้อหาทั่วไปสามารถใช้สีที่แตกต่างเป็นสัญลักษณ์แสดงให้รู้ได้ดีกว่าปากกาลูกลื่น ปากกาเมจิก             […]

จัดการอบรมอย่างไรให้ไม่น่าเบื่อ

ramswaroop1

            ในชีวิตของเราที่ต้องมีการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองกันตลอดเวลาไม่มีหยุดย่อมต้องใช้การจัดการฝึกอบรมในสาระความรู้แขนงต่าง ๆ โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาให้ความรู้ในการอบรมแก่ผู้ที่สมควรจะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่สังเกตหรือไม่ว่าเมื่อคุณไปให้การอบรมแก่ผู้คนในหลาย ๆ ที่ตามโครงการต่าง ๆ ที่คุณจัดเองหรือถูกเชิญให้ไปก็มักจะต้องประสบกับความท้อของผู้เข้ารับการอบรมบางคนที่แอบงีบหลับบ้าง พูดคุยกันในระหว่างอบรมบ้าง หรือมีสีหน้าเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัดเวลาที่คุณพูด ซึ่งตรงนี้คุณจะโทษแต่ผู้เข้าอบรมที่ไม่สนใจฟังก็ไม่เหมาะสมเสมอไป เพราะหลัก ๆ นั้นเกิดจากเทคนิคของตัววิทยากรอย่างคุณเองที่จัดการอบรมแบบไร้สีสันของบรรยากาศภายใน แม้เนื้อหาจะเข้มข้นลึกซึ้งก็ทำให้คนฟังรู้สึกเบื่อได้ วันนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีจัดการอบรมให้ไม่น่าเบื่อและคุณก็จะได้ไม่รู้สึกว่ามาเสียเที่ยวด้วย อบรมด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง             อันดับแรกที่คุณต้องรู้เมื่อไปเป็นวิทยากรในการอบรมต่าง ๆ ก็คือ ความเป็นกันเองที่จะช่วยสร้างบรรยากาศในการอบรมไม่ให้เกิดความตื่นเต้นหรืออึดอัดราวกับจับผิดผู้เข้าอบรมมากเกินไป ซึ่งจุดนี้คนไทยมักจะมองข้ามด้วยเห็นว่าการอบรมเป็นสิ่งที่ต้องตั้งใจรับความรู้ที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์สูง บุคลิกภาพและการวางมาดในน้ำเสียง สำนวนภาษาจึงต้องเป็นทางการ แต่คุณก็ต้องดูด้วยว่าเวลาไหนที่ควรใช้สำนวนการพูดที่เป็นทางการและเวลาไหนที่เหมาะสมจะแสดงความเป็นกันเอง เพื่อให้บรรยากาศดูมีความสดใสแบบอยู่ในขอบเขต อาจจะใช้คำอย่างเป็นทางการช่วงเปิดการอบรม และพอเข้าเนื้อหาก็มีการพูดพร้อมเดิน สิ่งสำคัญคือรอยยิ้มและการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมทุกคนได้ลองซักถามแสดงความคิดเห็นก่อนจะที่ตัวเองจะเฉลยสาระนั้น ๆ ไม่ใช้แค่การพูดตามสไลด์แบบเรื่อย ๆ มองทางเดียวตลอดเวลา อบรมให้มีทริกมุขหรือเรื่องราวตลกแฝงในสาระ             ในเวลาที่เรากำลังรับประทานก๋วยเตี๋ยวอยู่ หากมีแต่เนื้อกับเส้นก็ย่อมทำให้ก๋วยเตี๋ยวมีแต่ความแห้ง เพราะน้ำคือหัวใจหลักที่ทำให้ก๋วยเตี๋ยวมีรสชาติที่อร่อย แม้แต่คนที่ชอบรับประทานก๋วยเตี๋ยวแห้งก็ยังต้องมีน้ำอยู่ใต้เส้นบ้างสักเล็กน้อยจึงจะไม่ทำให้เส้นเหนียวติดกันจนขาดรสชาติที่ดีและความนุ่มละมุนลิ้นไป การอบรมก็เช่นเดียวกัน หากวิทยากรอธิบายแต่สาระที่มีเนื้อหาเน้น ๆ แต่ขาดน้ำที่เป็นสีสันก็ย่อมทำให้ผู้ฟังรู้สึกเบื่อได้ง่าย ๆ ฉะนั้นวิทยากรรุ่นใหม่จึงควรฝึกเล่นมุขหรือการเล่าเรื่องราวตลกแฝงไปกับสาระได้แบบเนียน ๆ เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความสนใจ มีอารมณ์ร่วมกับการฟัง […]

“Butter” ของ BTS ทำยอดขายสูงสุดในปี 2021 บน Hanteo เพียงแค่สัปดาห์แรก

ramswaroop1

BTS สร้างสถิติใหม่ด้วยยอดขายกว่า 1.97 ล้านชุดใน Initial Chodong ด้วยอัลปั้มเดี่ยว ‘Butter’ ซึ่งรวมถึงเพลงใหม่ ‘Permission to Dance’ จากเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม Hanteo Chart ซึ่งเป็นชาร์ตเพลงแบบเรียลไทม์แห่งเดียวของโลก ได้นับอย่างเป็นทางการและประกาศว่า ‘Butter’ ซิงเกิลของ BTS สามารถทำยอดขายบน Initial Chodong ได้ 1,975,364 ก๊อปปี้ ตามระยะเวลาการนับ Initia Chodong ของ BTS คือตั้งแต่ว้นที่ 9 กรกฎาคมถึง 15 กรกฎาคม ตามข้อมูลการขาย Initial Chodong ที่จัดทำโตย Hanteo Chart ที่มียอดขายสะสม 1,721,769 ก๊อปปิ้บน Hanteo Chart Weekly […]

Olivia Rodrigo เยี่ยมชมทำเนียบขาวเพื่อสนับสนุนการฉีดวัคซีนให้กับเยาวชน

ramswaroop1

Olivia Rodrigo นักร้องเพลงป็อปเจ้าของเพลงฮิต drivers license ที่เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา Olivia Rodrigo ได้เข้าไปเยือนทำเนียบขาวในระหว่างการแถลงข่าววันพุธเพื่อส่งเสริมให้คนหนุ่มสาวได้รับการฉีดวัคซีน “ฉันรู้สึกเป็นเกียรติและถ่อมตนเกินกว่าจะมาที่นี่ในวันนี้เพื่อช่วยกระจายข้อความเกี่ยวกับความสำคัญของการฉีดวัคซีนเยาวชน” นักร้องวัย 18 ปีกล่าว “ฉันรู้สึกทึ่งกับงานที่ President Biden และ Dr. [Anthony] Fauci ทำสำเร็จและยินดีที่จะให้การสนับสนุนผมในการริเริ่มครั้งสำคัญนี้” “สิ่งสำคัญคือต้องสนทนากับเพื่อนและสมาชิกในครอบครัวเพื่อกระตุ้นให้ทุกชุมชนได้รับการฉีดวัคซีนและไปที่สถานที่ฉีดวัคซีน” Olivia Rodrigo กล่าวเสริม “ซึ่งคุณสามารถทำได้ง่ายกว่าที่เคย โดยพิจารณาจากจำนวนจุดบริการที่เรามีและวิธีการที่ง่ายๆ ในการเข้าถึงคือเข้าไปที่ vaccines.gov” หลังจากนั้น Olivia Rodrigo ก็ได้ไปเจอ Joe Biden และ Dr. [Anthony] Fauci พร้อมได้ถ่ายคลิปรณรงค์ที่มีการโพสต์ตามช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ของ Joe Biden ซึ่งเธอก็ได้พูดสั้นๆ ได้ใจความว่า “มันไม่สำคัญว่าคุณอายุน้อยและแข็งแรง เพราะการฉีดวัคซีนคือการป้องกันตัวเอง ป้องกันเพื่อน […]

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me