จอห์น เมอร์ริคเดอะเอเลเฟนท์แมน

ramswaroop1
0 0
Read Time3 Minute, 2 Second

         ต้นศตวรรษที่ 19 สมัยวิคตอเรียน ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีการแสดงประเภทหนึ่งที่เป็นที่นิยมของสมัยนั้น คือการนำมนุษย์ที่มีความผิดปกติทางร่างกายมาออกแสดงต่อสาธารณชนหรือเรียกว่าฟรีกโชว์ (Freak Show) มีคณะแสดงฟรีกโชว์คณะหนึ่งเจ้าของชื่อมิสเตอร์ไบทส์ ได้จัดการแสดงที่ภาคตะวันออกของลอนดอน จอห์น เมอร์ริค คือหนึ่งในมนุษย์ประหลาดที่ถูกนายไบทส์นำมาออกแสดง ผู้เข้ามาชมการแสดงคนหนึ่งชื่อนายแพทย์           เฟรเดอริค เทรเวส เขาเป็นศัลยแพทย์ที่ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งลอนดอน เทรเวสได้พบเมอร์ริคในงานนี้ เขาเกิดความสนใจในตัวเมอร์ริคผู้มีความผิดปกติทางร่างกายโดยมีศรีษะโตกว่าคนปกติเป็นโหนกขนาดใหญ่ทางด้านหลังและมีปุ่มโปนเป็นเนื้องอกออกมาทั่วลำตัว นายแพทย์เทรเวสให้เงินแก่มิสเตอร์ไบทส์เพื่อขอตัวเมอร์ริทไปตรวจที่โรงพยาบาล

         นายแพทย์เทรเวสพบว่าศรีษะที่มีขนาดใหญ่ของเมอร์ริคทำให้เขาไม่สามารถนอนหงายเหมือนคนปกติได้ เพราะศรีษะขนาดใหญ่ของเขาจะไปปิดกั้นทางเดินหายใจเวลาหลับเขาต้องนั่งเอาเข่าชันศรีษะไว้ตลอดเวลา เมื่อนายแพทย์เทรเวสส่งตัวเมอร์ริทคืนให้มิสเตอร์ไบทส์         เมอร์ริคถูกไบทส์ทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง จนนายแพทย์เทรเวสต้องนำตัวเมอร์ริทกลับไปรักษาที่โรงพยาบาล นายแพทย์เทรเวสต้องการแสดงให้คุณกอมม์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเห็นว่าจอห์น เมอร์ริทมีพัฒนาการ เพื่อคุณกอมม์จะยอมให้จอห์น เมอร์ริท อยู่ที่โรงพยาบาลต่อได้    เทรเวสสอนให้เมอร์ริทอ่านบทประพันธ์ เมอร์ริทสามารถอ่านบทประพันธ์ได้ยาวกว่าที่นายแพทย์เทรเวสสอนเขาเพราะเคยอ่านมาก่อน นอกจากนั้นเมอร์ริทยังเริ่มทำโมเดลของโบสถ์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงพยาบาล

         มิสเตอร์ไบทส์แอบเข้ามาลักพาตัวเมอร์ริทออกไปจากโรงพยาบาล คราวนี้เขาพา      เมอร์ริทออกจากอังกฤษไปเปิดแสดงถึงประเทศในยุโรป ขณะที่แสดงที่ประเทศเบลเยี่ยมสุขภาพเมอร์ริททรุดโทรมลงมากเขามีอาการแย่ลงเรื่อยๆ นายไบทส์โมโหเมอร์ริทและจับเขาไปขังในกรง เพื่อนของเมอร์ริคซึ่งเป็นมนุษย์ผิดปกติเหมือนกันช่วยเขาออกมา เมอร์ริทพยายามเดินทางกลับมาที่ลอนดอนโดยมีเสื้อคลุมปกปิดร่างกาย ขณะที่เดินทางมาถึงสถานีรถไฟมีเด็กกลุ่มหนึ่งเห็นหน้าตาของเขาและคุกคามเขาต้อนเขาไปจนมุม จอห์น เมอร์ริท ร้องขึ้นว่า “ผมไม่ใช่มนุษย์ช้าง ผมไม่ใช่สัตว์ ผมเป็นคน” ภายหลังมีตำรวจมาช่วยเขาและพาเขากลับไปโรงพยาบาล

         นายแพทย์เทรวิสตรวจร่างกายเมอร์ริทและพบว่าเขากำลังจะตายจากสภาพความทรุดโทรมของร่างกายและปอดติดเชื้อ วันหนึ่งนายแพทย์เทรเวสพาเมอร์ริทไปชมการแสดงของแมดจ์ แคนดอล นักแสดงละครเวทีชื่อดังเธอเคยมาเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล เมื่อจบการแสดง  แคนดอลกล่าวแนะนำจอห์น เมอร์ริทต่อผู้ชมในฮอลล์ ทุกคนลุกขึ้นปรบมือให้เกียรติแก่เขา เมื่อกลับมาถึงโรงพยาบาลเมอร์ริทขอบคุณนายแพทย์เทรวิสในทุกสิ่ง คืนนั้นเขาต่อโมเดลที่ค้างไว้จนเสร็จแล้วล้มตัวลงนอนและสิ้นลมหายใจ

         เรื่องราวของจอห์น เมอร์ริทถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่องเดอะเอเลเฟนท์แมน  (The Elephant Man) ในปี 1980 กำกับการแสดงโดยเดวิด ลินซ์ นำแสดงโดยแอนโทนี ฮอปกิ้นส์ แสดงเป็นนายแพทย์เฟรดเดอริค เทรเวส จอห์น เฮิร์ส แสดงเป็นจอห์น เมอร์ริท เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทำเป็นขาวดำและได้รับคำชมอย่างสูงโดยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ถึง 8 รางวัล

         จอห์น เมอร์ริทเป็นคนที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์สมัยควีนวิคตอเรียของอังกฤษ ชื่อจริงของเขาคือโจเซฟ เมอร์ริค ภายหลังอีกกว่า 100 ปี มีการนำศพของเขามาพิสูจน์ทางการแพทย์สมัยใหม่อีกครั้งและพบว่าความจริงเขาเป็น Proteus Syndrome ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่ง

เครดิตภาพ  1stDIBS , Dangerous Minds

#จอห์น เมอร์ริท #The Elephant Man #เรื่องเล่าน่ารู้

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleppy
Sleppy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

การแทรกแซงของสหรัฐอเมริกาต่อประเทศไทย

         ภายหลังจากได้รับชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐอเมริกาประกาศตนเองว่าเป็นผู้นำโลก เชื่อว่าประเทศตนคือมหาอำนาจ เชื่อว่าประเทศตนเองคือตำรวจโลก เชื่อว่าประเทศตนเองคือผู้นำของโลกเสรีประชาธิปไตย สหรัฐอเมริกามีนโยบายที่จะเข้าไปมีอิทธิพลในพื้นที่ต่างๆ ของโลกพร้อมกับการหาผลประโยชน์ทั้งทางการเมืองและทางเศรษฐกิจมาหลายสิบปีแล้ว เริ่มตั้งแต่การเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของประเทศในแถบละตินอเมริกา จนกระทั่งตะวันออกกลาง อาฟริกาและเอเชีย เช่น การสนับสนุนการประท้วงในฮ่องกง หลายครั้งที่เข้าไปใช้ปฏิบัติการทางทหารอย่างในเวียดนาม, อิรักและอัฟกานิสถาน สำหรับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญกับไทยในการเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในพื้นที่นี้ของโลก เส้นทางของการแทรกแซง          สหรัฐอเมริกาพยายามเข้ามาแทรกแซงทางการเมืองและการทหารในประเทศไทย ตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยนั้นรัฐบาลไทยมีความเอนเอียงไปทางสหรัฐอเมริกาเนื่องจากต้องการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ แม้ว่ารัฐบาลไทยในขณะนั้นเป็นรัฐบาลทหาร สหรัฐอเมริกาที่ถือว่าตนเองเป็นผู้นำโลกประชาธิปไตยกลับให้การสนับสนุนเพราะลึกๆ แล้วสหรัฐอเมริกาเห็นแก่ประโยชน์ของตนทั้งทางการเมืองและการทหารมากกว่าประชาธิปไตย มาถึงสมัยรัฐบาลนายบารัก โอบามา สหรัฐอเมริกาเริ่มแสดงให้เห็นชัดเจนถึงจุดยืนของตนในการเอนเอียงเข้ากับฝ่ายที่อ้างตนว่าเป็นประชาธิปไตยในไทย เจ้าหน้าทางการฑูตของสหรัฐอเมริกาขอเข้าไปเยี่ยมหมู่บ้านเสื้อแดงหลายครั้ง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น อยู่ในสถานะกำลังสั่นคลอนจากการที่จะถูกถอดถอน และมีคดีความต่างๆ หลายคดีที่กำลังจะถูกตัดสินโดยศาลรัฐธรรมนูญและศาลยุติธรรม ผู้จัดการรัฐบาลที่อยู่ต่างประเทศขณะนั้นจึงไปดึงสหรัฐอเมริกาเข้ามา โดยเสนอผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ทางทหาร  เพื่อให้สหรัฐอเมริกาเข้ามาช่วยปกป้องรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภายหลังการรัฐประหารปี พ.ศ.2557 จนถึงปัจจุบันที่ไทยมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งแล้วสหรัฐอเมริกาแสดงออกตลอดมาว่ายืนอยู่ข้างเดียวกับฝั่งตรงข้ามรัฐบาล และพยายามเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยโดยเฉพาะขบวนการยุติธรรม เช่น การกดดันรัฐบาลไทยภายหลังเกิดการรัฐประหารให้รีบคืนอำนาจกลับไปให้ประชาชน สหรัฐอเมริกาแสดงตนว่าให้การสนับสนุนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจและนายปิยบุตร แสงกนกกุล […]
การแทรกแซงของสหรัฐอเมริกาต่อประเทศไทย ข่าวรายวัน อัพเดทข่าวสด เรื่องเล่า ข่าวซุบซิบ

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me