Michael J Fox กลับไปที่ Back To The Future ใน MV Lil Nas X

ramswaroop1
0 0
Read Time2 Minute, 6 Second

Michael J Fox นักแสดงนำกลับมารับบทเป็น Marty McFly ในวิดีโอใหม่สำหรับนักแสดงแร็พ Lil Nas X ฟ็อกซ์ปรากฏตัวในเทรลเลอร์สำหรับซิงเกิ้ล Holiday ที่กำลังจะมาถึงซึ่งเห็นว่านาสมาถึง Wild West ขณะที่ซานตาคลอสถูกโยนออกจากรถเก๋ง

หลังจากที่เขาหยิบหมวกของซานต้านาสก็พบว่าเขาได้รับเลือกให้เป็น “ซานต้าคนใหม่” และต้องเดินทางไปยังอนาคต ในขณะที่เขาออกเดินทางด้วยกวางเรนเดียร์สุนัขจิ้งจอกก็ตะโกนตามเขาว่า “ไม่ว่าคุณจะทำอะไรนาสอย่าไปปี 2020!”

นี่เป็นครั้งแรกที่ฟ็อกซ์เล่นตัวละครที่โด่งดังที่สุดของเขาบนหน้าจอนับตั้งแต่ Back To The Future Part III ในปี 1990 (แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะบันทึกบทสนทนาในฐานะ Marty McFly สำหรับวิดีโอเกม Lego Dimensions ในปี 2015) ในวิดีโอเขายังสวมชุดคาวบอยแบบเดียวกับในภาพยนตร์เรื่องที่สาม

ซึ่งวัยรุ่นที่เดินทางข้ามเวลาของเขาถูกขังอยู่ในเมืองเก่าทางตะวันตก จี้มาหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ชายวัย 59 ปีกล่าวว่าเขาอาจถูกบังคับให้ออกจากการแสดง เมื่อพูดถึงนิตยสาร People ฟ็อกซ์กล่าวว่า “ความจำระยะสั้นถูกยิง” อันเป็นผลมาจากพาร์กินสันซึ่งเขาได้รับการวินิจฉัยครั้งแรกในปี 2534 “ ฉันมีความเชี่ยวชาญในการเขียนเส้นและการท่องจำอย่างแท้จริง” เขากล่าวกับนิตยสาร “และฉันมีสถานการณ์ที่รุนแรงบางอย่างที่งานสองสามงานสุดท้ายที่ฉันทำนั้นเป็นส่วนที่หนักหน่วงจริงๆฉันต้องดิ้นรนระหว่างทั้งคู่” โดยยอมรับว่า “การแสดงเริ่มทำได้ยากขึ้น” เขากล่าวว่าตอนนี้งานเขียนเป็นช่องทางสร้างสรรค์หลักของเขา

ฟ็อกซ์เป็นหนึ่งในดาราที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงปี 1980 ด้วยบทบาทของเขาในภาพยนตร์เรื่อง Back To The Future รวมถึงละครโทรทัศน์เรื่อง Family Ties และโปรเจ็กต์ต่างๆเช่น Teen Wolf และ Casualties Of War เขาเริ่มสังเกตเห็นอาการสั่นที่มือขณะถ่ายทำหนังตลกเรื่อง Doc Hollywood ในปี 1991

และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นพาร์กินสันหลังจากนั้นไม่นาน หลังจากออกสู่สาธารณะพร้อมกับการวินิจฉัยของเขาในปี 2541 เขายังคงแสดงต่อไปโดยได้แสดงใน Spin City ตั้งแต่ปี 2539-2544 และปรากฏตัวเป็นดารารับเชิญในละครเรื่องกฎหมายเรื่อง Boston Legal และ The Good Wife

การต่อสู้กับโรคความเสื่อมของเขาได้รับการบันทึกไว้ในอัตชีวประวัติของเขาในปี 2002 เรื่อง Lucky Man ซึ่งเขาเปิดเผยว่าเขาหันไปดื่มหลังจากการวินิจฉัยซึ่งเกือบจะทำลายชีวิตแต่งงานของเขาในกระบวนการนี้ เขาอธิบายอาการของเขาว่า “ความแข็งการสับการสั่นการขาดความสมดุล [และ] การควบคุมมอเตอร์ขนาดเล็กลดลง” ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเขายังต่อสู้กับคำพูดของเขาและฝึกฝนการใช้ลิ้นเพื่อปรับปรุงสำนวนของเขา

#Michael J Fox #Back To The Future #ข่าวซุบซิบ

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleppy
Sleppy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

จอห์น เมอร์ริคเดอะเอเลเฟนท์แมน

         ต้นศตวรรษที่ 19 สมัยวิคตอเรียน ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีการแสดงประเภทหนึ่งที่เป็นที่นิยมของสมัยนั้น คือการนำมนุษย์ที่มีความผิดปกติทางร่างกายมาออกแสดงต่อสาธารณชนหรือเรียกว่าฟรีกโชว์ (Freak Show) มีคณะแสดงฟรีกโชว์คณะหนึ่งเจ้าของชื่อมิสเตอร์ไบทส์ ได้จัดการแสดงที่ภาคตะวันออกของลอนดอน จอห์น เมอร์ริค คือหนึ่งในมนุษย์ประหลาดที่ถูกนายไบทส์นำมาออกแสดง ผู้เข้ามาชมการแสดงคนหนึ่งชื่อนายแพทย์           เฟรเดอริค เทรเวส เขาเป็นศัลยแพทย์ที่ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งลอนดอน เทรเวสได้พบเมอร์ริคในงานนี้ เขาเกิดความสนใจในตัวเมอร์ริคผู้มีความผิดปกติทางร่างกายโดยมีศรีษะโตกว่าคนปกติเป็นโหนกขนาดใหญ่ทางด้านหลังและมีปุ่มโปนเป็นเนื้องอกออกมาทั่วลำตัว นายแพทย์เทรเวสให้เงินแก่มิสเตอร์ไบทส์เพื่อขอตัวเมอร์ริทไปตรวจที่โรงพยาบาล          นายแพทย์เทรเวสพบว่าศรีษะที่มีขนาดใหญ่ของเมอร์ริคทำให้เขาไม่สามารถนอนหงายเหมือนคนปกติได้ เพราะศรีษะขนาดใหญ่ของเขาจะไปปิดกั้นทางเดินหายใจเวลาหลับเขาต้องนั่งเอาเข่าชันศรีษะไว้ตลอดเวลา เมื่อนายแพทย์เทรเวสส่งตัวเมอร์ริทคืนให้มิสเตอร์ไบทส์         เมอร์ริคถูกไบทส์ทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง จนนายแพทย์เทรเวสต้องนำตัวเมอร์ริทกลับไปรักษาที่โรงพยาบาล นายแพทย์เทรเวสต้องการแสดงให้คุณกอมม์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเห็นว่าจอห์น เมอร์ริทมีพัฒนาการ เพื่อคุณกอมม์จะยอมให้จอห์น เมอร์ริท อยู่ที่โรงพยาบาลต่อได้    เทรเวสสอนให้เมอร์ริทอ่านบทประพันธ์ เมอร์ริทสามารถอ่านบทประพันธ์ได้ยาวกว่าที่นายแพทย์เทรเวสสอนเขาเพราะเคยอ่านมาก่อน นอกจากนั้นเมอร์ริทยังเริ่มทำโมเดลของโบสถ์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงพยาบาล          มิสเตอร์ไบทส์แอบเข้ามาลักพาตัวเมอร์ริทออกไปจากโรงพยาบาล คราวนี้เขาพา      เมอร์ริทออกจากอังกฤษไปเปิดแสดงถึงประเทศในยุโรป ขณะที่แสดงที่ประเทศเบลเยี่ยมสุขภาพเมอร์ริททรุดโทรมลงมากเขามีอาการแย่ลงเรื่อยๆ นายไบทส์โมโหเมอร์ริทและจับเขาไปขังในกรง เพื่อนของเมอร์ริคซึ่งเป็นมนุษย์ผิดปกติเหมือนกันช่วยเขาออกมา เมอร์ริทพยายามเดินทางกลับมาที่ลอนดอนโดยมีเสื้อคลุมปกปิดร่างกาย ขณะที่เดินทางมาถึงสถานีรถไฟมีเด็กกลุ่มหนึ่งเห็นหน้าตาของเขาและคุกคามเขาต้อนเขาไปจนมุม จอห์น เมอร์ริท ร้องขึ้นว่า “ผมไม่ใช่มนุษย์ช้าง ผมไม่ใช่สัตว์ […]
จอห์น เมอร์ริคเดอะเอเลเฟนท์แมน ข่าวรายวัน อัพเดทข่าวสด เรื่องเล่า ข่าวซุบซิบ

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me