ความศักดิ์สิทธิ์ของน้ำมนต์ที่คุณควรได้รู้

ramswaroop1
0 0
Read Time2 Minute, 24 Second

            นอกจากความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปและเครื่องรางต่าง ๆ ในทางพระพุทธศาสนาแล้ว หลายคนอาจรู้ว่าน้ำมนต์เองก็เป็นหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณนานนับกี่ศตวรรษก็ไม่อาจรู้จนคนยุคปัจจุบันอาจมองว่าน้ำมนต์ก็ไม่ต่างจากน้ำทั่วไป ดู ๆ แล้วก็เหมือนน้ำเปล่า แต่แท้จริงแล้วน้ำมนต์เป็นน้ำเปล่าที่ถูกนำมาบูชาด้วยการสวดและทำพิธีทางศาสนาจนกลายเป็นน้ำที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์ เราเองก็เคยเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่ไม่เชื่อในน้ำมนต์ แต่เมื่อได้ประสบเหตุด้วยตัวเองจึงเกิดความเชื่อในฤทธิ์ของน้ำมนต์นับตั้งแต่นั้น

น้ำมนต์สามารถไล่ความชั่วร้ายจากภูตผี ได้

ในการสร้างบ้านใหม่หรือเวลาที่เราไปทำพิธีใด ๆ ในงานทางศาสนาพุทธ พระสงฆ์ท่านจะนำน้ำมนต์มาปัดและพรมวัตถุสิ่งของต่าง ๆ เพื่อพัดพาไล่ให้สิ่งชั่วร้ายอย่างภูตผีวิญญาณออกไปจากบริเวณสถานที่นั้น ๆ หรือแม้แต่ผู้ที่ถูกสิงสู่ตามพิธีก็จะมีการให้ดื่มหรือพรมน้ำมนต์ตามร่างในพิธีไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสานซึ่งฤทธิ์จากน้ำมนต์จะทำให้คนผู้นั้นนิ่งได้และหมดสติไปก่อนจะตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าสดใส ด้วยวิญญาณที่สิงสู่ได้ออกไปแล้ว

น้ำมนต์สามารถทำให้เรามีสุขภาพดีได้

            มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราเกิดปวดท้องไม่หยุด ซึ่งหมอก็บอกว่าลำไส้อักเสบ แม้จะรับประทานยาที่หมอให้มาก็ยังคงปวดท้องอยู่เช่นนั้นแบบดิ้นไปมาทั้งคืนจนกระทั่งคุณแม่ให้ดื่มน้ำมนต์เข้าไปครึ่งแก้วจึงเริ่มรู้สึกว่าแรงบีบเจ็บที่ลำไส้ค่อย ๆ คลายตัวจนภายใน 5 นาทีอาการปวดท้องก็หายไป และอีกกรณีหนึ่งคือหลานของเราที่รับประทานปลาและเกิดก้างติดคอ ลองปั้นข้าวแล้วกลืนก็ไม่หาย ครั้นจะพาไปหาหมอก็ใช้เวลาจึงลองดื่มน้ำมนต์ไปเพียงแค่นั้นล่ะ ทั้งก้างและเสมหะถูกขับออกมาหมดเลยจนหลายคนตกใจ จึงกล่าวได้ว่าน้ำมนต์ช่วยให้เรามีสุขภาพดีและบรรเทาโรคได้

น้ำมนต์สามารถช่วยให้เราโชคดีได้

            เวลาที่เราไปทำบุญแล้วได้รับการพรมน้ำมนต์ก็มักจะรู้สึกว่าตัวเบาลงและหลังจากนั้นความทุกข์ต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นบ่อย ๆ ในชีวิตประจำวันก็เริ่มดีขึ้น แม้แต่อุบัติเหตุต่าง ๆ ที่มักพบเจอก็ไม่มีอีกเลยซึ่งเป็นเพราะฤทธิ์ความศักดิ์สิทธิ์จากน้ำมนต์ที่ช่วยให้เราโชคดี ไม่มีเคราะห์ร้ายหรือเภทภัยใด ๆ ที่จะเข้าหาได้ด้วยพลังพุทธคุณ

            หากใครที่มีโอกาสได้ไปวัดก็สามารถซื้อน้ำมนต์แบบขวดมาติดไว้ที่บ้านกันได้นะคะ เพราะเมื่อถึงยามจำเป็น คุณอาจจะได้ใช้น้ำมนต์ก็เป็นได้

รูปภาพประกอบ : Pixabay

#น้ำมนต์ #ความเชื่อ #ตำนานเร้นลับ

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleppy
Sleppy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

รู้หรือไม่...ประเทศไทยเคยมีกระทรวงแพทยาคมนะ!

            ไม่ใช่เพียงกัมพูชาที่ได้ชื่อเรื่องของไสยศาสตร์และมนต์ต่าง ๆ แต่ประเทศไทยก็โดดเด่นในเรื่องนี้ไม่แพ้กัน แม้ในปัจจุบันจะไม่ค่อยพบเห็นกันมากเท่าไหร่แล้ว แต่ก็ยังมีอยู่ แล้วคุณหรือไม่ว่าสมัยก่อนประเทศไทยเคยมีกระทรวงเวทมนตร์ด้วยนะ คล้าย ๆ กับเรื่องแฮรี่ พอตเตอร์เลย แต่กระทรวงของไทยเราจะเกี่ยวกับคุณไสยและมนต์ดำแบบพิธีกรรมซึ่งกระทรวงดังกล่าวก็คือ “กระทรวงแพทยาคม” นั่นเอง ที่มาของกระทรวงแพทยาคม             กระทรวงแพทยาคม มีคำเรียกรวมมาจาก “แพทย์” ซึ่งแปลว่า หมอรักษาโรค กับ “อาคม” แปลว่า เวทมนตร์และไสยศาสตร์ ซึ่งเป็นกระทรวงของหมอรักษาโรคคุณไสย เวทมนตร์นั่นเอง โดยกระทรงแพทยาคมมีบันทึกมาตั้งแต่สมัยของพระเจ้าอู่ทองจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ทำหน้าที่ดำเนินคดีความผู้กระทำผิดเกี่ยวกับคุณไสย เสน่ห์ยาแฝด ฝังรูป และมนต์ดำต่าง ๆ ด้วยสมัยก่อน การแพทย์ด้านไสยศาสตร์มีความนิยมในมากไม่ต่างจากการแพทย์แผนไทยที่ใช้ยาสมุนไพรปกติเลย ทุกคนอยู่คู่กับเรื่องเหนือธรรมชาติมานานจนไม่มีคำว่า “งมงาย” ซึ่งการใช้คุณไสยเป็นหนึ่งในการใช้ชีวิตที่มีความสำคัญและบทบาทในสังคมสมัยก่อนมากจึงต้องคุมให้อยู่ภายใต้กฎหมาย กระทรวงแพทยาคมจึงได้การจัดตั้งขึ้นมา จวบจนกระทรวงแพทยาคมได้ถูกลดบทบาทลงในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 และในช่วงการปฏิรูปสยามให้มีความเจริญทันสมัยขึ้นตามตะวันตกในช่วงรัชกาลที่ 5 สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีรับสั่งให้ยุบกระทรวงไป เป็นการปิดฉากกระทรวงแพทยาคมและทำให้ความเชื่อของผู้คนที่มีต่อสิ่งเหนือธรรมชาติเริ่มหายไปจนเหลือเป็นความทรงจำเท่านั้น บทบาทของกระทรวงแพทยาคม             กระทรวงแพทยาคม จะมีผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาคมด้านนี้เป็นตุลาการ คอยสอบสวนพิจารณาโทษผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการทำของ […]
รู้หรือไม่...ประเทศไทยเคยมีกระทรวงแพทยาคมนะ! ข่าวรายวัน อัพเดทข่าวสด เรื่องเล่า ข่าวซุบซิบ

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me