ขวัญเอยขวัญมา อยู่ที่ใดเจ้าจงกลับมา

ramswaroop1
0 0
Read Time2 Minute, 38 Second

                        ขวัญเอยขวัญมา อยู่ที่ใดเจ้าจงกลับมา อย่าลอยไปไกลเลยนะเออ

                 ความเชื่อของคนเรานั้น มีหลายอย่างมากมาย โดยเฉพาะชนกลุ่มคนทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และความเชื่ออย่างหนึ่งที่อยู่คู่คนไทยมาเนิ่นนาน ซึ่งนั่นก็คือ เรื่อง ขวัญหนี จึงมีพิธีเรียกขวัญให้กลับมาอยู่กับเจ้าของ ขวัญเอยขวัญมา อยู่ที่ใดเจ้าจงกลับมา กลับมาอยู่กับเจ้าของ

              ขวัญเอยขวัญมา อยู่ที่ใดเจ้าจงกลับมา หลายคนต้องคุ้นหูกับประโยคดังกล่าวเมื่ออยู่ในพิธีเรียกขวัญ ขวัญหนี เป็นความเชื่ออย่างหนึ่ง เป็นสิ่งสำคัญเปรียบเสมือนวิญญาณ เมื่อขวัญหนี เจ้าตัวจะไม่เป็นตัวของตัวเอง เหม่อซึม ตกใจบ่อย ที่หนักกว่านั้น หลายคนต้องเผชิญกับเรื่องของ ดวงตก เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายทั้งที่ระมัดระวังแล้ว  ว่าแต่ว่า เหตุใดขวัญจึงต้องหนี เหตุผลแรกก็น่าจะมาจาก การตกใจอะไรมากๆ ไม่ใช่แค่ว่า ขวัญหนีแล้วตกใจง่าย การตกใจอย่างหนัก ขวัญก็หนีได้เช่นกัน อย่างเช่นเวลาขับรถ อยู่ๆ ก็มีคนบีบแตรใส่ หรืออาจเป็นสาเหตุ มาจากความผิดหวังกับบางสิ่ง อย่าง เรื่องของอาการอกหักของหนุ่มสาว เรื่องขวัญหนี ไม่ใช่ความเชื่อของคนไทยเท่านั้น ทั้งลาว พม่า และกลุ่มชน ไทยใหญ่ ก็มีความเชื่อด้านนี้ด้วยเช่นกัน ชาวไทยใหญ่จะเชื่อว่าจะมีสัตว์ชนิดหนึ่งมีปีกเหมือนนก รูปร่างเหมือนสุนัข  ที่ชื่อ หม่องกอลอ ลิ้นดำ เป็นสัตว์ที่ชอบร้องเรียกขวัญของผู้คน เมื่อไรก็ตามที่ได้ยินเสียงร้องที่น่าขนลุกของสัตว์ดังกล่าว มีข้อห้ามว่าห้ามนอนหงายเด็ดขาด เพราะหม่องกอลอ จะสามารถเรียกขวัญเราไปได้ง่าย และเชื่อกันว่า หากขวัญของผู้ใดที่หนีแล้วเรียกตามไม่ทัน ผู้นั้นอาจมีดวงชะตาขาด จบชีวิตโดยยังไม่ถึงเวลา ทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า กรรมตัดรอน และแน่นอนเรากล่าวคร่าวๆไปแล้วว่า เมื่อขวัญหนีก็จะต้องมีการเรียกขวัญให้มาอยู่กับเนื้อกับตัว โดยจะขอให้ผู้เฒ่าผู้แก่ ที่มีความสามารถในการเรียกขวัญให้กลับมา เป็นผู้ดำเนินพิธี ส่วนที่ต้องใช้ก็จะมี เทียน เสื้อของผู้ที่ต้องเรียกขวัญ ไข่ไก่ ดอกไม้ สายสิญจ์ สำหรับมัดข้อมือเมื่อขวัญกลับมาเข้าร่าง ระยะเวลาของการกลับมาของขวัญแต่ละคนจะไม่เท่ากัน บางคนก็เร็ว บางคนก็ช้าขึ้นอยู่กับว่าขวัญนั้นไปไกลแค่ไหน

ขวัญเอยขวัญมา อยู่ที่ใดเจ้าจงกลับมา กลับมาอยู่กับเจ้าของอย่าหนีหายไปอีกเลย ให้อยู่เป็นสุข แคล้วคลาดปลอดภัยจากเรื่องทั้งปวงอย่างไรก็ตามเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องเชื่อ เพราะเป็นความคิดใครความคิดมัน เป็นความศรัทธาส่วนบุคคล ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่

เครดิตภาพ : Bangkoknews.com

#ขวัญเอยขวัญมา อยู่ที่ใดเจ้าจงกลับมา #ตำนานพีธีเรียกขวัญ #เรื่องเล่า

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleppy
Sleppy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

นักจิตวิทยากับจิตแพทย์ทำงานแตกต่างกันอย่างไรในการรักษาคน?

            ในเวลาที่คุณเครียด ท้อแท้ และหาทางออกให้กับชีวิตไม่ได้จนส่งผลให้สุขภาพจิตของตัวเองเกิดปัญหาจนเรื้อรังก็ย่อมต้องควรหาใครสักคนที่จะช่วยแนะนำคุณได้ แต่มันก็น่าสับสนตรงนี้ล่ะ เราควรจะไปพบใครดี นักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์? บางคนก็ยังงงอยู่เลยว่าอ้าว? ทั้งสองอาชีพนี้ไม่เหมือนกันหรือ นักจิตวิทยากับจิตแพทย์มีวิธีการรักษาคนที่แตกต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะพาคุณไปไขข้อสงสัยกัน การรักษาของนักจิตวิทยา             นักจิตวิทยา เป็นบุคคลที่ทำงานรักษาและบำบัดสุขภาพจิตรวมถึงให้คำปรึกษาในเรื่องราวต่าง ๆ แก่ชีวิตของคนที่มาเข้ารับการรักษาเพื่อให้เขาสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพเหมือนคนทั่วไป ซึ่งเราจะไม่ขอเรียกผู้ที่เข้ารับการบำบัดรักษากับนักจิตวิทยาว่า “ผู้ป่วย” เพราะนักจิตวิทยาไม่ใช่แพทย์โดยตรง การรักษาก็จะมีความแตกต่างจากจิตแพทย์ตรงที่นักจิตวิทยาจะใช้วิธีการรักษาอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยวิธีการทางธรรมชาติผ่านการเล่า พูดคุย หรือทำกิจกรรมร่วมกับตัวนักจิตวิทยาเป็นการส่วนตัว หรืออาจมีนัดทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ แลกเปลี่ยนเรื่องราวความทุกข์ของกันและกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ระบาย และหาทางแก้ไขร่วมกัน หรือทำกิจกรรมผ่อนคลายเพื่อสุขภาพจิตจะได้รับการบำบัดไปพร้อมกับสุขภาพกาย ได้ออกข้างนอกรู้จักอยู่ร่วมกับผู้อื่น ใช้ชีวิตสนุกสนานตามกระบวนการรักษาจนจบขั้นตอนเมื่อผู้รับการบำบัดมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นด้วยตัวเอง ควบคุมอารมณ์ และสามารถเข้าใจตัวเองได้ดีแล้วก็ไม่ต้องมาพบนักจิตวิทยาอีก พูดง่าย ๆ ก็คือ นักจิตวิทยาจะไม่ใช้ยาในการรักษาใด ๆ เลย การรักษาของจิตแพทย์             นักจิตแพทย์มีหน้าที่รักษาและบำบัดสุขภาพจิตของคนเหมือนกับนักจิตวิทยา เพียงแต่จิตแพทย์มุ่งเน้นศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์เฉพาะทางมากกว่าและใช้ยาในการรักษาเพื่อให้กระบวนการบำบัดมีความคล่องตัวและรวดเร็ว มีการนัดพูดคุยผลการใช้ยาและอารมณ์จิตใจของผู้ป่วยเป็นระยะเพื่อบันทึกการพัฒนาสุขภาพจิต ดูว่าควรจะลดหรือเพิ่มตัวยาไหนให้เหมาะกับสารเคมีในสมองของผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งการรักษาและบำบัดของจิตแพทย์ก็มักจะทำให้ผู้ป่วยที่ใช้ยาสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้ดีจนเหมือนปกติ แต่เมื่อใดที่ขาดยา อาการก็อาจจะกลับมาได้อีกครั้ง             สำหรับเราคิดว่า การรักษาและบำบัดด้วยกิจกรรมดูจะปลอดภัยและทำให้ผู้ที่มีผลกระทบทางสุขภาพจิตสามารถเข้าใจตัวเอง […]
นักจิตวิทยากับจิตแพทย์ทำงานแตกต่างกันอย่างไรในการรักษาคน? ข่าวรายวัน อัพเดทข่าวสด เรื่องเล่า ข่าวซุบซิบ

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me