5วิธีพัฒนาตนเองให้เก่งขึ้น

ramswaroop1
Read Time3 Minute, 27 Second

คนเก่งในวันนี้อาจเป็นคนธรรมดาในวันหน้าหมายถึงว่าในขณะที่โลกหมุนและเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆหากไม่มีการพัฒนาให้ก้าวตามยุคสมัยจากคนที่เคยเก่งเคยนำหน้าคนอื่นอาจจะถูกแซงจากคลื่น

5วิธีพัฒนาตนเองให้เก่งขึ้น

ลูกใหม่ ดังนั้นไม่ว่าเราจะเป็นใครก็ตาม พนักงานบริษัท เจ้าของธุรกิจ หรือมหาเศรษฐีสิ่งที่เราไม่ควรหยุดคือการพัฒนาตนเองตลอดเวลาแม้หลายคนจะบอกว่าไม่จำเป็น

แต่เถ้าเป็นคนที่ล้าหลังคนอื่น ก้าวตามคนอื่นไม่ทันก็จะกลายเป็นช่องทางทำให้คนฉลาดกว่าเอาเปรียบเราได้ด้วยเหตุนี้ลองมาดู 5 วิธีพัฒนาตนเองว่ามีอะไรบ้าง

1 รับฟังคำวิจารณ์แบบตรงไปตรงมาจากคนรอบข้าง

บางครั้งการถูกชมและการถูกรายล้อมด้วยการประจบสอพลอก็เป็นการหยุดพัฒนาตนเองได้เช่นกันเพราะคนเหล่านี้จะไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าแท้จริงแล้วตัวเรามีข้อบกพร่องอย่างไร เนื่องจากเวลาทำอะไรแล้วคนอื่นบอกว่าดี บอกว่าสุดยอด

มันทำให้เราหยุดนิ่งในการพัฒนาตนเอง ทางที่ดีเราควรรับฟังคำวิจารณ์เอาแบบตรงไปตรงมาบางครั้งอาจจะเป็นถ้อยคำที่รุนแรงไปบ้างแต่ก็ถือเป็นคำพูดที่ทำให้เรามองเห็นความบกพร่องของตนเองได้เป็นอย่างดี

อย่าคิดว่าเป็นคำพูดรุนแรงทำร้ายจิตใจ แต่คำติเตียนก็เป็นการบอกข้อบกพร่องของเราได้เป็นอย่างดี ทำให้เราแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นและเกิดการพัฒนาตนเอง

2.มองโลกให้กว้างถ้าอยากพัฒนาตนเอง

ต้องรู้จักมองคนที่อยู่ไกลกว่าตัวเราเอง ไม่ใช่มองคนที่อยู่รอบตัวแต่มองผู้คนที่ประสบความสำเร็จเป็นหัวหน้า เป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ แต่หากจะไปให้ไกลควรคนมองให้ไปถึงระดับเจ้าของบริษัท เจ้าของกิจการร

อย่าพอใจกับการมองในแบบสภาพแวดล้อมที่เราเคยรู้จัก มองและยอมรับกับสิ่งที่อยู่ไกลออกไปอาจเป็นสิ่งที่เราไม่คุ้นเคยไม่เคยคิดว่าจะทำได้หรือไปถึงแต่สิ่งเหล่านี้หากรู้จักและเปิดหูเปิดตาและกล้าที่จะลงมือทำ ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นในการพัฒนาตนเองที่ดี

3.พยายามอยู่ร่วมกับคนที่เก่งกว่าเรา

ลำพังการรู้จักข้อบกพร่องในตนเอง มีเป้าหมายที่ใหญ่ระดับโลกแต่สิ่งเหล่านี้อาจจะยังไม่เพียงพอต่อความสำเร็จหากแต่ยังไม่ลงมือทำจริง ซึ่งเราเองอาจคิดว่าเราฉลาด เก่ง มีความสามารถ แต่ขอให้เราลองไปอยู่ในกลุ่มคนที่เก่งๆ

บางทีเราอาจจะรู้ได้เลยว่าความรู้ ประสบการณ์ ที่เรามี นั้นเป็นเพียงส่วนน้อยนิด เปรียบเทียบกับคนอื่นไม่ได้เลย จุดนี้จะยิ่งทำให้เราพยายามพัฒนาตนเองให้ทัดเทียมเท่ากับคนอื่น รวมถึงการแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้จากคนเก่งเหล่านั้น ให้เป็นเป็นประโยชน์ต่อตนเอง เช่น

ต้องการอยากทำร้านอาหารเป็นของตนเองก็ลองหาเพื่อนที่เป็นเจ้าของร้านอาหารหรือคนที่มีกิจการด้านอาหารเหล่านี้  เข้าร่วมกับกลุ่มสนทนาในโซเชียล หรือหากมีโอกาสได้สังสรรค์กับคนกลุ่มนี้ก็ควรเข้าร่วม เพราะเป็นเส้นทางสำคัญที่จะนำเราไปสู่การพัฒนาตนเองได้ดีขึ้น

4.รู้จักสร้างกำลังใจให้ตนเอง

ในการที่จะก้าวไปสู่เส้นทางความสำเร็จหรือพัฒนาตนเองได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแลกมาด้วยความยากลำบาก เส้นทางเหล่านี้มันจะพาให้เราหมดกำลังใจได้ง่าย หลายคนใช้วิธีหากำลังใจจากคนรอบข้าง

แต่เชื่อไว้ว่ากำลังใจที่ดีที่สุดนั้นมาจากตัวเราเองเท่านั้น เพราะคนรอบข้างไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา แต่ตัวเราจะอยู่กับเราเสมอ วันไหนที่ทุกข์ ท้อแท้

ต้องรู้จักการสร้างกำลังใจให้ตนเองลุกขึ้นมาได้ อย่าไปรอกำลังใจและแรงใจจากคนอื่นจงเชื่อมั่นในตนเองและรู้จักสร้างกำลังใจให้กับตนเอง

5.เรียนรู้จากความผิดพลาด

ไม่มีใครที่ขี่จักรยานแล้วไม่เคยล้ม ไม่มีนักกีฬาคนไหนที่แข่งแล้วไม่เคยแพ้ สิ่งสำคัญคือ เมื่อ พ่ายแพ้ ผิดพลาด จงจำสิ่งนั้นไว้เป็นบทเรียน และพยายามแก้ไขจุดที่บกพร่องที่ทำให้พลาด ให้แพ้

และพยายามทำสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาใหม่ ด้วยวิธีใหม่ นักธุรกิจหลายคนกว่าจะประสบความสำเร็จต้องผ่านความผิดพลาด ล้มเหลว มาแล้วต่อหลายครั้ง แต่เขาก็เรียนรู้จากข้อผิดพลาดและพัฒนาตนเองไม่ให้กลับไปล้มเหลวอีก

แต่ละข้อที่กล่าวมาเป็นเพียงทฤษฎีการพัฒนาตนเอง สิ่งสำคัญคือการลงมือทำไม่มีใครที่จะพัฒนาตัวเองได้เพียงแค่อ่านและเข้าใจในหลักการแต่ต้องลงมือทำ

และทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ อาจใช้เวลาที่นาน แต่ผลลัพธ์ที่ออกมามันจะสวยงามเสมอ มันไม่มีอะไรได้มาง่ายๆหากเราไม่ตั้งใจและลงมือทำมัน

ขอเพียงแค่เรามีความเชื่อว่าเราทำได้ ทุกอย่างต้องดีขึ้นเสมอ

เครดิตภาพ : ryanmillar

#ข่าวรายวัน #อัพเดทข่าวสด #เรื่องเล่า #ข่าวซุบซิบ #5วิธีพัฒนาตนเอง

0 0
Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleppy
Sleppy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

เปลี่ยนตัวเองเป็นคนคิดบวก

วิธีการคิดบวกนี้เป็นวิธีที่ได้รับการทดลองจากอาสาสมัคร ของผู้ที่ทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องเปลี่ยนตัวเองให้คิดบวก ที่ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Clinical Psychology ในปี 2006 ที่ได้เปิดเผยว่า คนในโลกนี้ถูกแบ่งเป็น2 ประเภท คือพวกที่ไม่ค่อยคิดอะไร กับ พวกที่คิดมาก ซึ่งเป็นนิสัยที่แตกต่างกันมาก  แต่เมื่อทำการวิเคราะห์นิสัยของคนทั้งสองกลุ่มกลับพบว่า พวกเขามีวิธีการจัดการกับอารมณ์ด้านลบ ที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเองคือ หาสิ่งที่ตัวเองทำแล้วมีความสุข ซึ่งวิธีที่ทำให้ตัวเองมีความสุขมีดังต่อไปนี้ 1.ไม่ตัดสินสิ่งต่างๆจากสิ่งที่เห็น คือการไม่ตัดสินผู้อื่นจากภายนอก  เนื่องจากภายนอกที่เห็นไม่ได้เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเขาเป็นแบบนั้นเลย เราต้องลองเรียนรู้และทำความเข้าใจ แล้วค่อยตัดสิน ความคิดบวกต้องเริ่มจากความรู้สึกที่เป็นกลางก่อน ไม่ใส่ความรู้สึกส่วนตัวเรา หรือความอติส่วนตัวเราลงไปด้วย เช่น การพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือน ถ้าต้องเลือกปรับเงินเดือนให้กับพนักงาน2คนที่ผลงานดีเท่ากัน แต่การปรับขึ้นเงินเดือนที่ไม่เท่ากัน เพราะว่าเราชอบอีกคนมากกว่า แบบนี้ถือว่าเราใส่ความรู้สึกส่วนตัวแล้วอคติกับอีกคน  โดยเราต้อง ไม่ลืมว่าการคิดบวกไม่มีถูกหรือผิด คือการคิดพิจารณาจากสิ่งที่เห็นตามสภาพการณ์ 2.ผูกมิตรกับคนที่คิดบวกและร่าเริง ต้องยอมรับว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการเข้าสังคม การผูกมิตรกับเพื่อนที่มีความคิดที่ดี ร่าเริง สนุกสนาน ไม่จริงจังกับชีวิตมากจนเกินไป จากผลการวิจัยส่วนใหญ่เปิดเผยว่า ความเครียดสามารถส่งต่อหากันได้ โดยผู้รับจะค่อยๆเปลี่ยนทัศนคติไปทีละเล็กน้อยจนสังเกตเป็นพฤติกรรมได้ เพราะสภาพแวดล้อมนั้นมีผลต่อพฤติกรรมโดยตรงของมนุษย์ หากเราต้องการเริ่มคิดบวกให้หามิตรที่มองโลกในแง่บวกและร่าเริงกว่าคนที่ใช้ชีวิตจริงจัง 3.เป็นคนยืดหยุ่น […]
เปลี่ยนตัวเองเป็นคนคิดบวก. ข่าวรายวัน อัพเดทข่าวสด เรื่องเล่า ข่าวซุบซิบ

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me