อยากพัฒนาตัวเองต้องไม่มี 5 ทัศคตินี้

ramswaroop1
Read Time3 Minute, 3 Second

เราเคยมีความรู้สึกไหมว่าทำไมคนอื่นถึงพัฒนาตัวเองได้ไวกว่าเพราะอะไรเขาถึงประสบความสำเร็จในสิ่งที่เขาทำ หรือเคยสงสัยไหมว่าทำไมตัวเราเองถึงย้ำอยู่กับที่ไม่มีการพัฒนาตัวเองเลย ถ้าสงสัยเราลองว่าเช็คลิสต์กันเลยว่าเรามีทัศนคติแบบนี้อยู่หรือไม่

อยากพัฒนาตัวเองต้องไม่มี 5 ทัศคตินี้

1.ทัศนคติที่ดูถูกตัวเอง

คือคนที่มีความคิดที่บอกกับตัวเองว่าสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นทำไม่ได้ทั้งๆที่เรายังไม่ได้ลงมือทำ มันจึงทำให้พลาดโอกาสหลายๆอย่างที่เข้ามาเพียงเพราะเราไม่ได้ลองเปิดใจให้โอกาสตัวเองได้ลองทำ

ทำให้ตัวเราเองไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้การที่เราจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เราต้องเปิดใจที่จะเรียนรู้ให้โอกาสตัวเองได้เจอกับสิ่งใหม่ๆ ส่วนเราจะไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้หรือไม่มันก็ต้องอาศัยระยะเวลาและความอดทน

แต่ถ้าหากเราลงมือทำแต่ไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ แต่อย่างน้อยเราก็ได้มีการพัฒนาตัวเองแล้วจากที่ไม่ลงมือทำแต่เปิดใจที่จะลงมือทำมัน

2 ทัศนคติผลัดวันประกันพรุ่ง

หลายคนคงมีทัศนคติแบบนี้เพียงไม่กี่เหตุผล เช่น ที่ไม่อยากทำในตอนนี้เกิดจากเมื่อยล้าในแต่ละวันจึงทำให้ผลัดวันเลื่อนการทำสิ่งนั้นแต่ก่อน ไม่มีการวางแผนจัดลำดับความสำคัญของงาน เป็นต้น

พอถึงเวลาทำก็ทำสิ่งแบบเร่งรีบ ทำให้ผลงานที่ออกมาไม่ดีและไม่เกิดการพัฒนา หรือทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันเพราะไม่มีการจัดลำดับงาน

วิธีที่ง่ายๆคือเราต้องลงมือทำมันโดยทันทีแต่เป็นการลงมือทำอย่างตั้งใจคิดไว้เสมอว่าสิ่งที่ทำมันคือคุณภาพที่บ่งบอกถึงตัวเราเองหรือวางแผนจัดลำดับความสำคัญของงานแต่ละอย่างจะได้ไม่เหนื่อยหรือสับสนมากจนเกินไป

3.ทัศนคติมองคนจากภายนอก

ทัศนคตินี้ถ้ามีในตัวจะทำให้เราพลาดโอกาสในการทำความรู้จักกับคนใหม่ๆทัศนคติใหม่ๆเพียงเพราะเราตัดสินเขาจากภายนอกเช่น หน้าตา ฐานะ การแต่งตัว เป็นต้น ซึ่งทุกคนมีความเท่าเทียมกัน

ซึ่งบางคนแต่งตัวดีทัศนคติในการใช้ชีวิตอาจจะแย่มากๆหรือในบางคนที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยแต่มีทัศนคติในการใช้ชีวิตที่ดีมากๆแบบนี้เราก็จะได้เพื่อนที่เพิ่มมาอีกหนึ่งคน หากเราอยากได้เพื่อนที่ดีเราควรให้ความจริงใจในการคบหาได้ลองคุยทำความรู้จักกันก่อนแล้วค่อยตัดสินเขาอย่าตัดสินเขาจากภายนอก

4.ทัศนคติหลงกับทุกเรื่อง

ทัศนคติแบบนี้จะทำให้ตัวเองหาความสุขไม่ได้และไม่เกิดการพัฒนาให้กับตัวเองเพราะมองทุกอย่างเป็นเรื่องของโชคชะตาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรามันเป็นเรื่องโชคร้ายเราก็จะรอ

แต่ให้โชคดีเข้ามาโดยที่เราไม่ยอมลงมือทำและไม่ยอมพัฒนาให้ตัวเองให้ดีขึ้นกับการที่เราอยู่ใกล้ชิดกับคนที่คิดลบมากๆเราจะทำรู้สึกคิดลบตามไปด้วย ทางแก้คือ เราต้องเติมพลังบวกให้กับตัวเองและไม่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่รายล้อมด้วยคนคิดลบ

5.ทัศนคติการยึดติดกับสิ่งเดิมๆ

คือเราต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เราไม่สามารถอยู่กับสิ่งเดิมๆได้ตลอดไป การที่เรายึดติดกับสิ่งเดิมๆที่เราเคยได้มาและไม่รู้จักหาใหม่หรือเพิ่มพูนทักษะ

ที่มีให้ดียิ่งขึ้นเราก็จะเป็นคนที่ไมเกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ คนเราจะพัฒนาตัวเองได้ เราก็ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆและเพิ่มพูนทักษะตัวเองที่มีอยู่ให้เกิดการพัฒนา

และนี่คือ5 ทัศนคติที่ทำให้ตัวเองไม่เกิดการพัฒนา ถ้าเราอยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นกว่านี้

เราต้องปรับทัศนคติเหล่านี้ให้ได้ เชื่อเถอะครับยังไงก็มีความเปลี่ยนแปลง ไม่มากก็น้อย ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดไม่ใช่เพียงใครบอกว่าแต่ขึ้นอยู่กับคุณลงมือทำแล้วหรือยัง

#ข่าวรายวัน #อัพเดทข่าวสด #เรื่องเล่า #ข่าวซุบซิบ #พัฒนาตัวเองต้องไม่มี 5 ทัศคตินี้

0 0
Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleppy
Sleppy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

อาหารบำรุงสมอง

สมอง คืออวัยวะที่ทำงานอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ในขณะที่เคลื่อนไหวหรือแม้แต่การนอนหลับนิ่งๆ สมองยังสั่งการและควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆอยู่ตลอดเวลา และแน่นอนสมองของเราจะต้องเกิดความอ่อนล้า ดังนั้นเราควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานของระบบประสาทและสมองแล้วอาหารที่มีประโยชน์กับสมองของเรามีดังต่อไปนี้ 1.กลุ่มอาหารประเภทผัก -ผักโขม  ผักโขมมีประโยชน์ต่อเซลล์ประสาทและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับตัวรับส่งข้อมูลระหว่างเซลล์ประสาทเพราะมีเอมไซม์ที่มีประโยชน์ และดีต่อระบบความจำเพราะมีกรดโฟลิกสูง และนักวิจัยพบว่าการที่เราทานผักโขมร่วมกับผักใบเขียวชนิดอื่นๆเป็นประจำจะช่วยลดอาการความจำเสื่อมได้ -พืชตระกูลถั่ว ถั่วมีหลากหลายชนิดอันได้แก่ วอลนัท แมคคาเดเมีย อัลมอนด์ และถั่วลิสง ถั่วเหล่านี้ล้วนเป็นแหล่งรวมโปรตีนชั้นดีมีไฟเบอร์สูงและมีไขมันดีปริมาณมาก และยังเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ช่วยทำให้เรากระฉับกระเฉงมากยิ่งขึ้น ขณะที่โปรตีนและไขมันช่วยทำให้ร่างกายเกิดความสมดุลเกิดความสงบและสร้างความผ่อนคลายและนอกจากนั้นยังมีวิตามินอีที่สำคัญต่อกระบวนการจำและความคิด -แปะก๊วย จัดเป็นสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาโรคสมองเสื่อมอาการหลงๆลืมๆช่วยบำรุงเลือดเพื่อไปหล่อเลี้ยงสมองหากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอจะทำให้สมองฝ่อและเสื่อมสมรรถภาพไปในที่สุดและยังรักษาโรคซึมเศร้าอีกด้วยการรับประทานสดๆจะได้ประสิทธิภาพที่มากกว่า 2. อาหารประเภทผลไม้ -ผลไม้รสเปรี้ยวและกลุ่มตระกูลเบอร์รี่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นอกจากมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณและดวงตาแล้ว ยังเป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงสมองอีกด้วยได้แก่ สตอเบอรี่ บลูเบอรี่ เชอรี่ เหล่านี้จะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตที่ไปเลี้ยงสมองช่วยปรับความดันโลหิตให้สมดุล มีสารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินซีสูงช่วยเพิ่มระบบ ไอคิวและป้องกันการสูญเสียความจำระยะสั้น ช่วยเพิ่มเซลล์ประสาทให้มีความจำที่ดีขึ้น และบลูเบอร์รี่สดมีประสิทธิภาพต่อความจำระยะยาว -แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่มีสารสื่อประสาท อะเซติลโคลีน ซึ่งเป็นตัวกำหนดความสามารถในการเรียนรู้ ทำให้สมองตื่นตัวและลดการติดเชื้อของเซลล์ประสาทอันเป็นสาเหตุของเซลล์ประสาทที่ตายแล้วและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดอาการหลงลืม สับสน และอารมณ์แปรปรวนง่าย -มะเขือเทศ นอกจากเป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณแล้ว ในมะเขือเทศนั้นจะมีไลโคปีนที่ช่วยป้องกันอาการหลงลืมและถ้าเรานำมะเขือเทศไปผ่านความร้อนแล้วจะทำให้ไลโคปีนเพิ่มขึ้นและยังมีส่วนช่วยป้องกันอาการวิกลจริตด้วย 3.กลุ่มอาหารประเภทเนื้อสัตว์ -ปลาทูน่า สัตว์ทะเลขนาดใหญ่ที่มีโอเมก้า 3 และ […]
อาหารบำรุงสมอง ข่าวรายวัน อัพเดทข่าวสด เรื่องเล่า ข่าวซุบซิบ

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me