รักษาโรคเก๊าต์ด้วยสมุนไพร

ramswaroop1
0 0
Read Time2 Minute, 22 Second

อาการของโรคเก๊าต์เมื่อเป็นแล้วบริเวณที่เป็นจะมีลักษณะ ปวด บวม แดง และรู้สึกร้อนตามข้อกระดูกตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ข้อศอก หัวเข่า ข้อมือ นิ้วมือ ข้อเท้า และ นิ้วเท้า เป็นต้น โดยเฉพาะที่บริเวณข้อนิ้วเท้าจะเป็นอาการที่ปรากฏขึ้นก่อนและจะปวดบวมมากเป็นพิเศษ อาการปวดจะเริ่มทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยผู้ป่วยอาจมีอาการไข้ร่วมด้วย หลังจากนั้นประมาณ 1-2 วัน อาการจะทุเลาลง ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าอาการปวดเกิดจากการที่เราป่วยเป็นไข้นั่นเอง แต่หลังจากนั้นอาการต่างๆ ก็จะกลับมาเป็นอีกครั้งและอาจจะปวดรุนแรงมากไปกว่าเดิม การรักษาจะมีทั้งแบบใช้ยาแผนปัจจุบันและสมุนไพร แต่ในบทความนี้เราจะกล่าวถึงการใช้สมุนไพรแต่ก่อนอื่นเรามาดูสาเหตุของการเกิดโรคกันก่อนดีกว่า

ภาพจาก siamrath.co.th

สาเหตุของการเกิดโรคเก๊าต์

โรคเก๊าต์เกิดการที่ร่างกายมีกรดยูริกในเลือดสูงเกินปกติ ทำให้เกิดการตกผลึกตามข้อกระดูกต่างๆ รวมทั้งที่บริเวณเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังและที่ไต จากผลการวิจัยยังไม่พบสาเหตุการเกิดโรคเก๊าต์ที่แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าการรับประทานอาหารที่มีกรดยูริกมากเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โรคเก๊าต์กำเริบขึ้นได้ หรือก็คือโรคเก๊าต์มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมในการรับประทานอาหารของเรานั่นเอง สำหรับอาหารที่มีกรดยูริกมากก็อย่างเช่น  เครื่องในสัตว์ปีก ถั่วต่างๆ และผักประเภทยอดเกือบทุกชนิด

ภาพจาก sanook.com

การรักษาโรคเก๊าต์ด้วยสมุนไพร

คราวนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าสมุนไพรรักษาโรคเก๊าต์มีอะไรบ้าง

1. มะกรูดผสมน้ำผึ้ง ผ่ามะกรูดคั้นเอาแต่น้ำผสมน้ำผึ้งลงไปเล็กน้อย ตามด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นไม่ต้องมาก คนให้เข้ากันแล้วดื่มทุกวัน ใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน อาการจะค่อยๆ ทุเลาลง

2. ใบรางจืดผสมใบเตย นำใบรางจืดและใบเตยอย่างละ 5 ใบ ต้มกับน้ำประมาณ 2 ลิตร ดื่มทุกวัน สูตรนี้จะช่วยลดหินปูนตามข้อต่อต่างๆ ภายในร่างกาย

3. ใบยอกับใบมะตูม ใช้ใบยอ 4 ใบ ผสมกับมะตูมแห้ง 1 แว่น นำมาย่างไฟให้เหลือง แล้วนำมาต้มกับน้ำ 3 ขวด โดยต้มให้เหลือน้ำเพียง 1 ขวด จากนั้นนำมาดื่มแทนน้ำทุกวัน อาการปวดจากโรคเก๊าต์ก็จะค่อยๆ ดีขึ้น

4. ยอดมะรุม นำยอดมะรุมประมาณ 3-4 ยอด มาต้มกับน้ำสะอาดประมาณ 2 ลิตร จากนั้นนำน้ำที่ได้มาดื่มทุกวัน ก็จะช่วยรักษาอาการของโรคเก๊าต์ได้

ทราบกันแบบนี้แล้วใครที่อยากห่างไกลจากโรคเก๊าต์ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดยูริกสูง หรือถ้าต้องการรับประทานก็อย่ารับประทานมากจนเกินไป เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้คุณห่างไกลจากการเป็นโรคเก๊าต์กันได้แล้ว ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมุนไพรได้ที่ >>

#รักษาโรคเก๊าต์ #สมุนไพรแก้เก๊าต์ #โรคภัยใกล้ตัว

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Next Post

มาทำความรู้จักโรคต่อมลูกหมากโตกันดีกว่า

ต่อมลูกหมากโตเป็นโรคที่เกิดกับคุณผู้ชายเกือบทุกคนเมื่อมีอายุเริ่มมากขึ้น หรือประมาณอายุ 45 ปี ขึ้นไป ต่อมลูกหมากโตยังไม่พบสาเหตุที่แท้จริง แต่เหมือนว่าจะโตตามอายุ โรคนี้ไม่มีอันตรายถึงชีวิตแต่เมื่อเป็นแล้วผู้ป่วยจะเกิดความหงุดหงิดรำคาญใจ และมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะจะทำให้ปัสสาวะเหมือนไม่สุด ต้องเบ่ง บางครั้งอาจมีเลือดปน และปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ต่อมลูกหมากจะเป็นอวัยวะที่อยู่รอบท่อปัสสาวะ เมื่อโตขึ้นจึงไปเบียดท่อปัสสาวะและนี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้ปัสสาวะไม่สะดวก ถ้าอาการกำเริบหนักๆ ก็จะถึงขั้นปัสสาวะไม่ออกกันเลยทีเดียว ภาพจาก hindustantimes.com แนวทางการรักษา สำหรับแนวทางการรักษาเมื่อผู้ป่วยพบอาการว่าตัวเองเริ่มปัสสาวะผิดปกติไปจากเดิมควรรีบไปพบแพทย์ ในช่วงแรกแพทย์จะทำการวินิจฉัยสาเหตุของการโตก่อน โดยจะมีอยู่สองลักษณะ คือ 1. โตขึ้นเป็นเหมือนเนื้องอกธรรมดา จะไม่อันตรายมากในช่วงแรกสามารถรักษาได้ด้วยการกินยาปฏิชีวนะหรือการใช้สมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการรักษา 2. โตเป็นเนื้อร้าย หรือเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ถ้าโตมาในลักษณะนี้จะค่อนข้างอันตราย แต่ถ้าพบในระยะแรกก็ยังมีโอกาสหาย วิธีการรักษา 1. เมื่อพบว่าเป็นต่อมลูกหมากโตแบบธรรมดาในช่วงแรกคุณหมอจะแนะนำให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น – ดื่มน้ำพอประมาณเพื่อจะได้ไม่ต้องปัสสาวะบ่อย และให้หลีกเลี่ยงการดื่มก่อนเวลาเข้านอน 1 ชั่วโมง เพื่อจะได้ไม่ต้องลุกมาปัสสาวะในเวลากลางคืน – งดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ รวมไปถึงประเภท ชากาแฟ แต่ให้หันมาดื่มพวกสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการช่วยรักษา เช่น พวกชาชงต่างๆ […]
มาทำความรู้จักโรคต่อมลูกหมากโตกันดีกว่า ข่าวรายวัน อัพเดทข่าวสด เรื่องเล่า ข่าวซุบซิบ

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

https://ramswaroop.me