อย่าทำร้ายตัวเองด้วยความคิด

ramswaroop1
0 0
Read Time2 Minute, 20 Second

มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่มีความซับซ้อนมากที่สุด เพราะมนุษย์มีความสามารถในการใช้ความคิด ความคิดของมนุษย์นั้นมีหลายด้านมาก ถ้าจะว่าเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตนเองคือความคิดด้านบวกกับชีวิตตนเองเช่น คิดถึงการทำความดีหรือการให้กำลังใจตนเองหรือคิดที่จะสร้างสรรสิ่งใหม่ๆ ส่วนความคิดทางด้านลบกับชีวิตเช่น คิดลงโทษตัวเองคิดด้อยค่าความเป็นมนุษย์ของตนหรือคิดท้อถอยหมดพลังในชีวิต ผลที่ตามมาของความคิดทางลบคือความทุกข์ความหม่นหมองและความเจ็บปวด

มนุษย์ทุกคนมีวุฒิภาวะเป็นของตัวเอง คนที่มีวุฒิภาวะต่ำหรือไม่มีวุฒิภาวะพอเพียงนั้นมีโอกาสที่จะมีความคิดทางด้านลบมาก เพราะมีความเป็นไปได้ที่อารมณ์ความรู้สึกจะเข้าได้มามีอิทธิพลกับความคิด มนุษย์ไม่ควรปล่อยให้อารมณ์ความรู้สึกเข้ามานำความคิดเพราะธรรมชาติของอารมณ์ความรู้สึกคือการนำความคิดไปสู่ทิศทางที่ผิดและหลงทาง

มนุษย์จึงควรสร้างวุฒิภาวะของตนให้มีความเข้มแข็งโดยเริ่มจากการคิดให้เป็นและ วิเคราะห์ให้เป็นสร้างความมีเหตุผลสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจให้ได้โดยการฝึกฝนการคิดวิเคราะห์และแยกแยะอยู่เสมอเป็นประจำเพื่อให้ตนเองมีวุฒิภาวะให้สูงขึ้น เมื่อมนุษย์มีวุฒิภาวะที่สูงขึ้นแล้วก็จะมีทักษะในการควบคุมความคิดของตนเองให้เป็นบวกและไม่ทำร้ายตนเองด้วยความคิดหรือไม่ถูกความคิดมาทำร้าย

สิ่งสำคัญที่จะสามารถมาสร้างความเข้มแข็งและตั้งมั่นของจิตใจมนุษย์ได้ดีคือสติ สติสามารถนำมาช่วยวุฒิภาวะเป็นตัวนำความคิดไปในทางที่ถูกต้อง สติเป็นเครื่องช่วยมนุษย์ในทุกสถานการณ์ทั้งขณะที่ชีวิตดำเนินไปอย่างเป็นปกติหรือขณะที่ชีวิตต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย การมีสติจะช่วยให้มนุษย์มีจิตใจที่เข้มแข็งพอที่จะรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆที่เข้ามาในชีวิตได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

คนที่มีคนเคียงข้างมีเพื่อนและญาติมิตรคอยประคับประคองชีวิตถือว่าโชคดีกว่าคนมากมายที่มีคนที่รับฟังและคอยให้กำลังใจ แต่หากว่าเราไม่มีใครเลยก็ไม่เป็นไรขออย่าหมดกำลังใจเพราะเพื่อนที่ดีที่สุดไม่ใช่ใครที่ไหนก็คือตัวเราเอง วันนี้ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะเช่นไรจะยากดีมีจนอย่างไร จะผ่านความสำเร็จหรือล้มเหลวอย่างไรมา ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่ ขอให้มีความคิดที่ดีและทำทุกสิ่งให้ดีที่สุดตามศักยภาพที่เรามีในหนทางที่เป็นด้านบวก อย่าให้ความคิดลบหรือความคิดที่ไม่ดีมานำชีวิตเราให้ชีวิตต้องตกต่ำลง ที่สำคัญคือเราต้องมีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน อย่าดูถูกเหยียดหยามคนที่ตกต่ำหรือมีชีวิตที่ต่ำต้อยกว่าเราและอย่าเปรียบเทียบชีวิตเรากับชีวิตของคนอื่น

ถ้าเราไม่ประมาทกับความคิดและใช้สติและวุฒิภาวะมานำความคิดแล้วชีวิตเราจะไปมีวันตกต่ำ

เครดิตภาพ LAPITA, WorkVenture, THE STANDARD

#ความคิดด้านลบ #พัฒนาความคิด #การเปลี่ยนวิธีคิด

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Next Post

3 หลักทฤษฎีที่น่าสนใจมากที่สุดทางจิตวิทยา

จิตวิทยาคือ ศาสตร์ที่ว่าด้วยการศึกษาเกี่ยวกับจิตใจของมนุษย์ เป็นกระบวนการทางความคิดและพฤติกรรมของมนุษย์ด้วยเนื้อหาที่นักจิตวิทยาต้องรู้ต้องศึกษาเช่นการรับรู้ กระบวนการรับรู้ของมนุษย์และอารมณ์บุคลิกภาพต่างๆหรือพฤติกรรมของมนุษย์ จิตตะวิทยานั้นถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นได้และทำให้เรามีความสุขได้ ถ้าเราน้ำหนักจิตวิทยามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของคนเรา และจิตวิทยายังมีความหมายรวมไปถึงการประยุกต์ใช้ความรู้กับกิจกรรมด้านต่างๆของมนุษย์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ชั้นเรียนการงานครอบครัวการศึกษา และยังรวมถึงการใช้ความรู้ทางจิตวิทยาสำหรับการแก้ปัญหาสุขภาพจิต ในปัจจุบันนักจิตวิทยานั้นมีความพยายามที่จะศึกษาและเข้าใจถึงหน้าที่อย่างแท้จริงของจิตวิทยา ให้มากขึ้นเพื่อความประสงค์ต่างๆของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากตัวบุคคลและบริการที่เกิดขึ้นในสังคม โดยในปัจจุบันนั้นโรคทางจิตวิทยาที่เกิดขึ้นบ่อยมากที่สุดได้แก่โรคซึมเศร้า ขอบอกเลยว่าโรคนี้เป็นเราหายได้ยากมาก แล้ววันนี้เราจะพามาดูสิทฤษฎีทางจิตวิทยาที่น่าสนใจมากที่สุด 1. ทฤษฎี 21 วัน มีหลายคนเคยว่าทฤษฎี 21 วันทางจิตวิทยาว่ากันว่าคนรวยคนฉลาดหรือคนที่สุขภาพดีนั้น เกิดจากนิสัยส่วนตัวของพวกเขาที่สะท้อนออกกันพฤติกรรมที่ส่งผลให้เกิดความเคยชิน แล้วทำให้เขาล่ะคนนั้นเกิดความประสบความสำเร็จในตัวเอง วันนี้เราจะมาพามารู้จักกับทฤษฎี 21 วันกัน ถ้าเราทำอะไรต่อเนื่องอย่างน้อยเป็น 21 วันแล้วจะทำให้เรานั้นเกิดความเคยชิน และเป็นนิสัยติดตัวเราไป.ยกตัวอย่างเช่นอยากเป็นคนเรียนวิชาคณิตศาสตร์เก่งๆ เราก็ตั้งเวลาให้กับตัวเองเลยว่าเรานั้นจะต้องติวคณิตศาสตร์วันละ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้หัวของตนนั้นเข้าสู่ทางทักษะด้านคณิตศาสตร์มากยิ่งขึ้น. 2. ทฤษฎีจ้องตา ทางหลักจิตวิทยาแล้ว หลายคนเชื่อว่าเมื่อเราต้องตากับใครนั้น เกิน 8.2 วิจะทำให้เราเกิดอาการตกหลุมรักคนคนนั้น ในทันทีไม่รู้ด้วยเกิดจากสาเหตุอะไร แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยลองก็สามารถไปลองกับคนที่แอบชอบได้แต่ไม่รู้ว่าคนที่แอบชอบนั้น จะตกปลาเราได้ถึง 2 วินาทีหรือเปล่าเถอะ. 3. ทฤษฎีหาวแล้วหาวตาม นักจิตวิทยาได้กล่าวไว้ว่า เมื่อเรากำลังหาวอยู่และ […]
3 หลักทฤษฎีที่น่าสนใจมากที่สุดทางจิตวิทยา ข่าวรายวัน อัพเดทข่าวสด เรื่องเล่า ข่าวซุบซิบ

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

https://ramswaroop.me