รักต้องห้ามของแอนนา

ramswaroop1
0 0
Read Time7 Minute, 8 Second

         แอนนา คาเรนิน่า (Anna Karenina) เป็นนวนิยายเรื่องเอกของนักประพันธ์ชาวรัสเซีย ลีโอ ตอลสตอย (Leo Tolstoy) ในปี 1878 มีผู้กล่าวว่าแอนนา คาเรนิน่าเป็นงานวรรณกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

         นวนิยายเรื่องยาวเรื่องนี้เป็นเรื่องของ การทรยศ, ความศรัทธา, ครอบครัว, การแต่งงาน, สังคมของจักรวรรดิรัสเซีย, ความปรารถนาและชีวิตในชนบทกับชีวิตในเมือง หลักของนวนิยายเรื่องนี้มุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ที่มีการนอกใจระหว่างแอนนาและเคานทอเล็กไซ คิริลโลวิช วรอนสกี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลซึ่งสร้างความอื้อฉาวในวงสังคมของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

         แอนนา คาเรนินา เป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่แต่งงานแล้วกับคาเรนินสามีที่มีอายุมากกว่าเธอถึง 20 ปี เขาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซีย แอนนามีความสัมพันธ์ที่ผิดศีลธรรมกับ  วรอนสกี้ผู้ร่ำรวย เรื่องราวของพวกเขาเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของนวนิยาย

         เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อแอนนาเดินทางโดยรถไฟจากเซนต์ปีเตอร์เบิร์กมาถึงมอสโคว์เพื่อมาเยี่ยมและมาประสานความแตกแยกในครอบครัวของเจ้าชายสเตฟาน โอบรอนสกี้พี่ชายของเธอ ซึ่งนอกใจภรรยาเจ้าหญิงดายา อเล็กซานดรอฟน่า หรือ ดอลลี่  

         ในขณะเดียวกันคอนแสตนติน เลวินเพื่อนตั้งแต่วัยเด็กของโอบรอนสกี้เดินทางมา       มอสโคว์เช่นกันเพื่อขอแต่งงานกับเจ้าหญิงแคทาริน่า อเล็กซานดอฟน่าหรือคิตตี้ น้องสาวของ  ดอลลี่ เลวินเป็นเจ้าของที่ดินในชนบท เลวินทราบว่ามีบุคคลอีกผู้หนึ่งที่ให้ความสนใจคิตตี้ คือเคาท์อเล็กไซ วรอนสกี้ซึ่งเป็นนายทหาร แต่เมื่อวรอนสกี้พบแอนนาครั้งแรกและมีโอกาสได้      ใก้ลชิดเธอที่สถานีรถไฟเขาชอบแอนนาในทันที

         ในงานบอลล์ คิตตี้มีใจให้กับวรอนสกี้ตั้งแต่แรกพบเขา ดังนั้นเมื่อเลวินมาขอเธอแต่งงานเธอจึงปฏิเสธ แต่เมื่อคิตตึ้ทราบว่าวรอนสกี้สนใจในแอนนามากกว่าเธอจึงเสียใจมาก ขณะเดียวกันวรอนสกี้พยายามที่จะใก้ลชิดแอนนา โดยเดินทางไปเซนต์ปีเตอร์เบิร์กกับเธอและบอกรักเธอบนรถไฟ แอนนาปฏิเสธแม้ว่าเธอจะประทับใจในตัวเขา

         เมื่อถูกปฏิเสธจากคิตตี้ เลวินก็ล้มเลิกความตั้งใจที่จะแต่งงานและกลับไปทำงานที่ฟาร์มของเขา ส่วนแอนนากลับไปพบคาเรนินสามีและเชอร์ยอชาลูกชายของเธอ

         ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก วรอนสกี้ยังคงตามตื้อแอนนา แม้ว่าเธอจะพยายามปฏิเสธเขาในตอนแรก แต่ในที่สุดเธอก็ยอมจำนนต่อความตั้งใจของเขาและเริ่มมีความสัมพันธ์กัน ในขณะเดียวกันคาเรนินเตือนภรรยาของเขาถึงความไม่เหมาะสมของการให้ความสำคัญกับ วรอนสกี้ในที่สาธารณะมากเกินไปซึ่งกลายเป็นประเด็นซุบซิบในสังคม เขากังวลเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของทั้งคู่ แม้ว่าเขาจะไม่เชื่อว่าแอนนาจะประพฤตินอกใจเขา

         เลวินตัดสินใจที่จะลืมคิตตี้และพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะแต่งงานกับหญิงชาวนา อย่างไรก็ตามการได้เห็นคิตตี้ในรถม้าของเธอทำให้เลวินรู้ว่าเขายังรักเธอ ในขณะเดียวกันในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กคาเรนินปฏิเสธที่จะหย่าขาดจากแอนนา เขาขู่ว่าจะพาเซอร์ยอชาไปหากเธอยังคงมีความสัมพันธ์กับวรอนสกี้

         เมื่อแอนนาและวรอนสกี้ยังคงพบกัน คาเรนินจึงปรึกษากับทนายความเกี่ยวกับการหย่าร้าง ในช่วงเวลานั้นการหย่าร้างในรัสเซียฝ่ายที่บริสุทธิ์จากความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวเท่านั้นที่จะร้องขอได้และกำหนดให้ฝ่ายที่มีความผิดสารภาพ ซึ่งจะทำลายสถานะทางสังคมของแอนนาและห้ามไม่ให้เธอแต่งงานใหม่ตามระเบียบในคริสตจักรออร์โทดอก 

         หลังจากคาเรนินได้ยินว่าแอนนากำลังจะตายหลังจากคลอดลูกสาวชื่อแอนนี่อย่างยากลำบาก คาเรนินให้อภัยวรอนสกี้ อย่างไรก็ตามวรอนสกี้อับอายกับความใจกว้างของคาเรนิน เขาพยายามฆ่าตัวตายด้วยการยิงตัวเองแต่ไม่สำเร็จ เมื่อแอนนาฟื้นขึ้นมาเธอก็พบว่าเธอไม่สามารถทนอยู่กับคาเรนินได้แม้ว่าเขาจะให้อภัยและผูกพันกับแอนนี่ก็ตาม

         แอนนาและวรอนสกี้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งและหนีไปยุโรปโดยทิ้งข้อเสนอเรื่องการหย่าร้างของคาเรนิน ในขณะเดียวกันโอบรอนสกี้ทำหน้าที่เป็นพ่อสื่อให้กับเลวินและคิดตี้ส่งผลให้ทั้งสองกลับมาคืนดีและหมั้นกัน เลวินและคิตตี้แต่งงานและเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ดินในชนบทของเขา แต่พวกเขาก็ผ่านช่วงสามเดือนแรกของการแต่งงานที่ขมขื่นและตึงเครียด เลวินได้ทราบว่า นิโคไลพี่ชายของเขากำลังจะตาย คิตตี้เสนอที่จะร่วมเดินทางไปกับเลวินเพื่อไปพบนิโคไลและพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถช่วยเหลือนิโคไลได้ เมื่อเห็นภรรยาของเขาดูแลสถานการณ์อย่างมีความสามารถมากกว่าที่เขาจะทำได้โดยไม่มีเธอ ความรักของเลวินที่มีต่อคิตตี้ก็เติบโตขึ้น ในที่สุดคิตตี้ก็ท้อง

         ในยุโรปวรอนสกี้และแอนนาพยายามหาเพื่อนที่จะยอมรับพวกเขา ในขณะที่แอนนามีความสุขที่ได้อยู่ตามลำพังกับวรอนสกี้ แต่เขากลับรู้สึกอีดอัด ทั้งสองไม่สามารถเข้าสังคมกับชาวรัสเซียในชนชั้นเดียวกันได้และพบว่ามันยากที่จะทำตัวให้สนุกกับมัน วรอนสกี้เคยเชื่อว่าการอยู่กับแอนนาเป็นกุญแจสู่ความสุข แต่เขาพบว่าตัวเองเบื่อและไม่พอใจมากขึ้น แอนนาและวรอนสกีตัดสินใจกลับรัสเซียอย่างไร้ความสุข

         ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแอนนาและวรอนสกี้เข้าพักในโรงแรมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง แต่แยกห้องนอน เห็นได้ชัดว่าในขณะที่วรอนสกี้ยังคงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระในสังคมรัสเซียแต่แอนนาถูกกันออกไป แอนนาเริ่มกังวลว่าวรอนสกี้ไม่รักเธออีกต่อไป

คาเรนินได้รับการปลอบโยนจากเคาน์เตสลิเดีย อีวานอฟนาผู้หลงใหลในความคิดทางศาสนาลึกลับที่เป็นที่นิยมของชนชั้นสูง เธอแนะนำให้เขาอยู่ห่างจากแอนนา และให้บอกเซอร์ยอชาว่าแม่ของเขาตายแล้ว อย่างไรก็ตามเซอร์ยอชาปฏิเสธที่จะเชื่อว่านี่เป็นความจริง แอนนาไปเยี่ยมเซอร์ยอชาโดยไม่ได้รับเชิญในวันเกิดปีที่เก้าของเขาแต่ถูกกีดกันโดยคาเรนิน

         แอนนาหมดหวังที่จะกลับมาเข้าในสังคมอย่างน้อยก็เข้าร่วมชมการแสดงที่โรงละครซึ่งเป็นที่รวมของบุคคลในสังคมชั้นสูงของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ที่โรงละครแอนนาถูกเพื่อนเก่าดูแคลนอย่างเปิดเผย แอนนาเสียใจมากไม่สามารถหาสถานที่สำหรับตัวเองในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก แอนนาและวรอนสกี้ออกเดินทางไปยังที่ดินในชนบทของเขา

         แอนนาเริ่มไม่พอใจวรอนสกี้มากขึ้นและทนไม่ได้เมื่อเขาจากเธอไปแม้จะไปเที่ยวระยะสั้นๆ แอนนาเริ่มเชื่อมั่นว่าเธอต้องแต่งงานกับเขาเพื่อป้องกันไม่ให้เขาทิ้งเธอ หลังจากแอนนาเขียนถึงคาเรนิน เธอและวรอนสกี้ก็ออกจากชนบทตรงไปมอสโคว์ทันที

         ความสัมพันธ์ของแอนนากับวรอนสกี้อยู่ภายใต้ความเครียดที่เพิ่มขึ้น ความขมขื่นความเบื่อหน่ายและความหึงหวงที่เพิ่มขึ้นของเธอทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกัน แอนนาใช้มอร์ฟีนเพื่อช่วยในการนอนหลับซึ่งเป็นกิจกรรมปกติที่เธอเริ่มต้นใช้ในขณะที่อยู่กับวรอนสกี้ที่ที่ดินในชนบทของเขา เธอต้องพึ่งพามัน

         ในขณะเดียวกันหลังจากตรากตรำทำงานหนักมานานคิตตี้ก็ให้กำเนิดบุตรชายชื่อดมิตรีและมีชื่อเล่นว่ามิทยา เลวินทั้งหวาดกลัวและสะเทือนใจอย่างมากเมื่อเห็นทารกตัวเล็ก ๆ ที่ทำอะไรไม่ถูก โอบรอนสกี้ไปเยี่ยมคาเรนินเขาขอให้คาเรนินยอมหย่ากับแอนนา แต่โดยการถูกครอบงำจากเคาน์เตสลิเดีย อีวานอฟนา คาเรนินปฏิเสธ

         แอนนาเริ่มหึงวรอนสกี้อย่างไม่มีเหตุผลมากขึ้น เธอสงสัยว่าเขามีความรักกับผู้หญิงคนอื่น และเขาจะยอมตามความตั้งใจของแม่ที่จะแต่งงานกับผู้หญิงอื่นในสังคมชั้นสูง แอนนาขมขื่นและเชื่อว่าความสัมพันธ์จบลงแล้ว เธอเริ่มคิดว่าการฆ่าตัวตายเป็นการหลบหนีจากความทรมานของเธอ ในความสับสนทางจิตใจและอารมณ์ เธอส่งโทรเลขไปยังวรอนสกี้เพื่อขอให้เขากลับบ้าน จากนั้นไปเยี่ยมดอลลี่และคิตตี้ ความสับสนและความโกรธของแอนนาเอาชนะตัวเธอได้ เธอฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดลงไปในรางรถไฟขณะที่รถไฟกำลังแล่นมา

         คาเรนินดูแลแอนนี่ลูกของวรอนสกี้และแอนนา ส่วนวรอนสกี้เสียชีวิตเพื่อการสู้รบในการประท้วงของเซอร์เบียออร์โธดอกซ์ที่แตกออกจากพวกเติร์กซึ่งขยายต่อมาเป็นสงครามรัสเซียและตุรกี เลวินได้ข้อสรุปว่าแม้เขาจะมีความเชื่อใหม่ แต่เขาก็เป็นมนุษย์และจะทำผิดต่อไป ตอนนี้ชีวิตของเขาสามารถมุ่งไปสู่ความชอบธรรมได้อย่างมีความหมายและตรงไปตรงมา

         วิธีการเขียนของตอลสตอยในแอนนา คาเรนินาได้รับการวิจารณ์จากหลายคนว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านซึ่งเป็นสะพานเชื่อมระหว่างนวนิยายแนวสัจนิยมและสมัยใหม่      โรสแมรี เอ็ดมันด์ผู้แปลนวนิยายเรื่องนี้เขียนว่า ตอลสตอยไม่ได้แสดงออกถึงศีลธรรมอย่างชัดเจนในหนังสือเล่มนี้ แต่กลับปล่อยให้ธีมของเรื่องเกิดขึ้นตามธรรมชาติจากภาพอันกว้างใหญ่ของชีวิตชาวรัสเซีย นอกจากนี้เธอยังกล่าวอีกว่าหนึ่งในข้อความสำคัญของนวนิยายเรื่องนี้คือ “ไม่มีใครสามารถสร้างความสุขให้กับความเจ็บปวดของอีกคนได้”

เครดิตภาพ Thenationalnews, MONOVISIONS, VANITY FAIR

#นิยายรัก แอนนา #นิยายอมตะ #หนังสือน่าอ่าน

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Next Post

ลักษณะธรรมชาติของสิ่งทั้งปวง

สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากการประกอบกันขององค์ประกอบต่างๆสิ่งทั้งหลายอยู่ในรูปของกระแส แต่ละอย่างไม่มีตัวตนของมันเองล้วนเกิดดับไม่เที่ยงไม่คงที่ ความเป็นไปทั้งหมดนี้เป็นไปตามธรรมชาติ โดยอาศัยความสัมพันธ์และความเป็นปัจจัยต่อกัน มีหลักธรรมใหญ่อยู่สองหมวดที่พระพุทธเจ้าแสดงอยู่ในกฎธรรมชาติคือ ไตรลักษณ์และปฏิจจสมุปบาท ไตรลักษณ์แสดงให้เห็นสิ่งทั้งหลายที่ปรากฏให้เห็นว่าเป็นอย่างนั้น ส่วนปฏิจจสมุปบาทนั้นแสดงถึงความสัมพันธ์อันเป็นปัจจัยต่อกันเป็นกระแส กฎธรรมชาติเป็นภาวะที่คงตัวตามธรรมดาไม่เกี่ยวข้องกับผู้สร้างผู้บันดาลศาสนาหรือศาสดาใด โดยความหมายของไตรลักษณ์คือ อนิจจตาคือกฎธรรมชาติของความไม่เที่ยง ความไม่คงที่ ความเกิดขึ้นและดับหาย ความมีและเปลี่ยนเป็นไม่มี ทุกขตาคือกฎธรรมชาติของความทุกข์ความไม่คงตัว ภาวะที่คงอยู่ไม่ได้ ภาวะที่ถูกเกิดขึ้นและสลายไป ภาวะที่กดดันและขัดแย้งในตัว ภาวะที่ไม่สมบูรณ์มีความบกพร่องไม่ให้ความสมอยากหรือให้ความพึงพอใจแก่ผู้อยากด้วยตัณหาเกิดความทุกข์แก่ผู้อยากเข้าไปยึดด้วยอุปาทาน อนัตตาคือกฎธรรมชาติความไม่ใช่ตัวตน ความไม่เป็นตัวเป็นตนจริงแท้ที่จะเป็นเจ้าของครอบครองสั่งบังคับ เมื่อพิจารณาในส่วนของขันธ์ 5 ขันธ์ทุกขันธ์ไม่เที่ยง เมื่อไม่เที่ยงก็เป็นทุกข์ เมื่อเป็นทุกข์ก็ไม่ใช่ตัวตน เพราะแต่ละอย่างเกิดจากเหตุปัจจัยไม่มีตัวตนของมันเอง และไม่อยู่ในอำนาจของสัตว์บุคคลนั้นแท้จริง สังขารขันธ์ในความหมายในไตรลักษณ์คือสภาวะที่ถูกเหตุปัจจัยปรุงแต่งทั้งทางด้านรูปธรรมและนามธรรม ร่างกายหรือจิตใจก็ตาม มีชีวิตหรือไร้ชีวิตก็ตาม และมีปัจจัยอื่นมาปรุงแต่งต่อทยอยกันไป  คือธรรมชาติของทุกสิ่งทุกอย่าง นอกเหนือจากนิพพาน ดังนั้นคำว่าสังขารทั้งปวงไม่เที่ยงตามหมายหมายในไตรลักษณ์ จึงหมายความว่าขั้นธ์ทั้งห้าไม่เที่ยงตามความหมายในเบญจขันธ์ หลักไตรลักษณ์นั้นจึงขยายเนื้อหาของ  เบญจขันธ์และอายตนะทั้งหกออกไปทั้งภายในและภายนอกคือเป็นการมองธรรมชาติทั้งชีวิตและโลกภายนอกทั้งปวง ดังนั้น ในความหมายของไตรลักษณ์ สังขารทั้งปวงจึงเป็นอนิจตาคือไม่เที่ยง สังขารทั้งปวงจึงเป็นทุกขาคือคงทนอยู่ไม่ได้ ธรรมทั้งปวงจึงเป็นอนัตตาคือไม่เป็นไม่มีตัวตน คำว่าทุกข์ในความหมายที่กว้างที่สุดคือทุกข์ในไตรลักษณ์ หรือทุกขลักษณะหรือ ทุกขตา ซึ่งมีลักษณะตามธรรมชาติของสังขารทั้งหลายทั้งปวงมีขอบเขตเท่ากัน คือความไม่เที่ยง คือสิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็นทุกข์ ทุกในไตรลักษณ์จึงครอบคลุมทุกข์ทั้งหมดรวมทั้งอาการที่สืบเนื่องตามมาคือทุกข์ที่เป็นเวทนา […]
ลักษณะธรรมชาติของสิ่งทั้งปวง ข่าวรายวัน อัพเดทข่าวสด เรื่องเล่า ข่าวซุบซิบ

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

https://ramswaroop.me