เป็นผู้สูงอายุอย่างมีคุณค่า

ramswaroop1
0 0
Read Time5 Minute, 17 Second

         ประเทศไทยของเรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จำนวนของผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและมีเปอร์เซ็นต์สูงขึ้น ปัจจุบันจำนวนผู้สูงอายุในประเทศไทยมีประมาณร้อยละ 17 ของประชากรทั้งหมดของประเทศ ประเทศญี่ปุ่นมีเปอร์เซ็นต์ของผู้สูงอายุมากที่สุดในโลกอยู่ที่ร้อยละ 40 ปัจจุบันโลกมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ดีขึ้นระบบสาธารณูปโภคและสภาพแวดล้อมดีขึ้น คุณภาพชีวิตโดยรวมสูงขึ้นผู้คนจึงมีอายุยืนยาวขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก

ในอนาคตประเทศไทยจะมีเปอร์เซ็นต์ผู้สูงอายุมากขึ้นกว่าปัจจุบันมากซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันทุกประเทศทั้งโลก ในอนาคตคนรุ่นใหม่ที่เติบโตขึ้นมาและอยู่ในวัยทำงานจะต้องแบกรับภาระเพิ่มมากขึ้นเพราะนอกจากจะต้องเลี้ยงดูครอบครัวของตนแล้วยังต้องทำงานเลี้ยงผู้สูงอายุที่อยู่ร่วมด้วย

         ผู้สูงอายุแต่ละคนก็จะมีความแตกต่างกันทางด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต แต่ละคนมีความสามารถและความพร้อมไม่เท่ากันเนื่องจากพื้นฐานการใช้ชีวิต การรักษาสุขภาพและสภาพแวดล้อมที่ผ่านมา

ผู้สูงอายุบางคนแม้วัยเฉียดเจ็ดสิบแล้วก็ยังดูแข็งแรงกระฉับกระเฉงอยู่เพราะรู้จักดูแลสุขภาพกายและใจตัวเองได้ดี แต่บางคนอายุเพียงหกสิบต้นๆ ก็ปล่อยตัวให้ทรุดโทรมไม่อยากทำกิจกรรมอะไรหรือเอาแต่ท้อแท้หมดกำลังใจที่ไม่มีตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โตเหมือนสมัยก่อนก็จะยิ่งดูแก่ลงอีก บางคนก็มีโรคประจำตัวไม่สามารถทำงานหรือแม้แต่ช่วยเหลือตนเองได้และเป็นปัญหาของสังคม

         แม้ว่าผู้เขียนจะยังไม่เข้าสู่วัยผู้สูงอายุเต็มตัวแต่ก็เกือบจะถึงแล้ว การที่เคยมีโอกาสได้ดูแลญาติผู้ใหญ่ที่สูงอายุและเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งกับตัวผู้สูงอายุเองและผู้ดูแล จึงขอแบ่งปันวิธีปฏิบัติของตัวเองในปัจจุบันเพื่อเตรียมตัวเป็นผู้สูงอายุในอนาคต

         ประการแรกคือผู้สูงอายุต้องดูแลรักษาสุขภาพร่างกายและจิตใจให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เรื่องอาหารการกินขอให้ลดอาหารที่มีรสจัดไม่ว่าจะเป็นหวานจัดเค็มจัดหรือเผ็ดจัดลง ลดการกินของมันและกินผักสดผลไม้มากๆ พยายามดื่มน้ำอุ่นงดน้ำเย็นได้ยิ่งดีและต้องหาเวลาออกกำลังกายตามกำลังของตนเองเอาอย่างง่ายๆและไม่ต้องลงทุนหรือใช้สตางค์มากแค่เดินขึ้นเดินลงบันได

ผู้สูงอายุควรออกไปเดินนอกบ้านบ้างให้ได้สัมผัสอากาศและผู้คนอย่างน้อยสองหรือสามวันสักครั้ง นอกจากเดินแล้วอาจจะวิ่งเหยาะได้ แต่ถ้าเริ่มเหนื่อยหรือหายใจถึ่ขึ้นให้หยุดพักและยืดกล้ามเนื้อเพื่อผ่อนคลาย ที่สำคัญอย่าหักโหมออกกำลังมากเหมือนสมัยก่อนที่ยังมีความสดของร่างกายอยู่

ผู้สูงอายุต้องยอมรับความจริงเรื่องการเสื่อมถอยของร่างกาย และที่สำคัญมากคือการสวดมนต์ภาวนาและเจริญสติต้องเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันเพื่อรักษาจิตใจให้มีความมั่นคงพร้อมรับสภาพต่างที่จะเกิดขึ้น

         ประการที่สองคือผู้สูงอายุต้องหางานอดิเรกทำอย่าปล่อยให้ตัวเองอยู่ว่างโดยไม่ได้ทำอะไร แต่ขอให้งานอดิเรกที่ทำต้องเป็นงานที่ได้ฝึกฝนสติและได้ออกกำลังบ้างรวมทั้งเกิดประโยชน์และสร้างสรรค์ เช่นการทำความสะอาดบ้าน กวาดใบไม้ ตกแต่งต้นไม้ ปลูกพืชผักสวนครัว ทำโรงเห็ด ทำปุ๋ยหมัก และควรแบ่งเวลาทำให้ทุกวันอย่างน้อยวันละ 1 ถึง 2 ชั่วโมง

ผู้สูงอายุบางท่านอาจจะไปทำหน้าที่เป็นจิตอาสาเพื่อบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมได้บ้างถ้าไม่ต้องลำบากเดินทางไปไกลๆหรือมีรถมารับมาส่ง แต่ท่านต้องพิจารณาความพร้อมในเรื่องร่างกายของตัวเองด้วย

         ประการที่สามคือผู้สูงอายุต้องไม่หยุดการเรียนรู้ การเรียนรู้ทำได้หลายวิธีทั้งด้วยการอ่าน การฟังความรู้ดีๆ หากมีเวลาและโอกาสก็ไปร่วมการสัมมนาในเรื่องที่เป็นประโยชน์ที่จัดขึ้นตามโรงแรมหรือสถาบันต่างๆ มีสัมมนาดีที่จัดโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ต้องเลือกเฉพาะสถานที่เดินทางไปและกลับได้ไม่ลำบาก พยายามติดตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้เป็น เช่นการใช้สมาร์ทโฟน การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์  โซเชียลมิเดีย อินเตอร์เน็ต แต่ขอให้เลือกรับมาเฉพาะสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์

         ประการที่สี่คือผู้สูงอายุควรพยายามหารายได้ด้วยตัวเองให้ได้ แม้ว่าจะไม่มากเพื่อที่ท่านจะได้มีความรู้สึกดีกับตัวเองและรู้สึกมีคุณค่าอยู่ ท่านที่พอมีทักษะทางการเขียนหรือการใช้โปรแกรมสามารถทำงานอยู่ที่บ้านผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้ ขอให้ทำแล้วมีความสุขไม่ต้องกดดันตนเองได้ก็ยิ่งดี ปัจจุบันก็มีผู้สูงอายุจำนวนมากที่รับงานเขียนบทความ เขียนบล็อก ทำกราฟฟิต ทำแอนนิเมชั่น เพราะสังคมธุรกิจยังมีความต้องการงานเหล่านี้อยู่อีกมาก ซึ่งท่านสามารถติดต่อกับผู้ซื้อผลงานโดยตรงหรือจะผ่านเวปกลางที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างผู้ขายงานกับผู้ซื้องานก็ได้

บางครั้งงานอดิเรกของท่านก็สามารถสร้างรายได้ให้ท่านด้วยเช่นกัน เช่นการขายเห็ด ขายผัก ขายปุ๋ย ส่วนผู้สูงอายุที่ยังมีสุขภาพแข็งแรงก็สามารถออกไปทำงานข้างนอกได้ ปัจจุบันมีบริษัทหรือหน่วยงานราชการที่เปิดรับผู้สูงอายุเข้าทำงานแต่ท่านต้องพิจารณาความเหมาะสมของงานกับความพร้อมทางร่างกายและจิตใจของท่านด้วยแต่สถานที่ของงานควรจะเดินทางไปกลับได้สะดวก

         ผู้สูงอายุที่มีเงินก็สามารถไปอยู่ที่สถานที่สำหรับดูแลผู้สูงอายุและจะยิ่งได้รับการดูแลการบริการอย่างดีโดยเฉพาะสถานที่รับดูแลผู้สูงอายุระดับบนที่เก็บค่าบริการสูง ส่วนผู้สูงอายุที่มีลูกหลานคอยดูแลถือว่าโชคดีมากแล้วจึงควรต้องทำตัวเองให้ดี ทำจิตใจให้สงบรู้จักการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายไม่เรียกร้องอะไรมากเกินความจำเป็น รู้จักการพูดที่ถนอมน้ำใจให้เขารู้สึกเกิดความผูกพันธ์ห่วงใยเรา ไม่ทำให้เขาเบื่อหน่ายอยากถอยออกห่าง

ผู้สูงอายุควรพยายามช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด ถ้าสามารถทำตัวให้เป็นหลักและเป็นที่พึงทางจิตใจและให้คำสอนคำแนะนำที่ดีและเป็นประโยชน์กับลูกหลานได้ยิ่งดี ที่น่าเป็นห่วงคือผู้สูงอายุตัวคนเดียวที่ไม่มีเงิน ท่านเหล่านี้จะต้องปฏิบัติตนตามที่กล่าวมาอย่างมีวินัยมากที่สุด แล้วท่านจะเป็นผู้สูงอายุที่ยังมีค่าและทำสิ่งที่เป็นประโยชน์และสร้างสิ่งดีงามให้กับสังคมได้ตลอดชีวิต

เครดิตภาพ Goodlife Update, RamaMental, มติชนออนไลน์

#ผู้สูงอายุ #สังคมคนสูงวัย #ชีวิตหลังเกษียน

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Next Post

รักต้องห้ามของแอนนา

         แอนนา คาเรนิน่า (Anna Karenina) เป็นนวนิยายเรื่องเอกของนักประพันธ์ชาวรัสเซีย ลีโอ ตอลสตอย (Leo Tolstoy) ในปี 1878 มีผู้กล่าวว่าแอนนา คาเรนิน่าเป็นงานวรรณกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา          นวนิยายเรื่องยาวเรื่องนี้เป็นเรื่องของ การทรยศ, ความศรัทธา, ครอบครัว, การแต่งงาน, สังคมของจักรวรรดิรัสเซีย, ความปรารถนาและชีวิตในชนบทกับชีวิตในเมือง หลักของนวนิยายเรื่องนี้มุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ที่มีการนอกใจระหว่างแอนนาและเคานทอเล็กไซ คิริลโลวิช วรอนสกี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลซึ่งสร้างความอื้อฉาวในวงสังคมของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก          แอนนา คาเรนินา เป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่แต่งงานแล้วกับคาเรนินสามีที่มีอายุมากกว่าเธอถึง 20 ปี เขาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซีย แอนนามีความสัมพันธ์ที่ผิดศีลธรรมกับ  วรอนสกี้ผู้ร่ำรวย เรื่องราวของพวกเขาเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของนวนิยาย          เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อแอนนาเดินทางโดยรถไฟจากเซนต์ปีเตอร์เบิร์กมาถึงมอสโคว์เพื่อมาเยี่ยมและมาประสานความแตกแยกในครอบครัวของเจ้าชายสเตฟาน โอบรอนสกี้พี่ชายของเธอ ซึ่งนอกใจภรรยาเจ้าหญิงดายา อเล็กซานดรอฟน่า หรือ ดอลลี่            ในขณะเดียวกันคอนแสตนติน เลวินเพื่อนตั้งแต่วัยเด็กของโอบรอนสกี้เดินทางมา       มอสโคว์เช่นกันเพื่อขอแต่งงานกับเจ้าหญิงแคทาริน่า อเล็กซานดอฟน่าหรือคิตตี้ น้องสาวของ  ดอลลี่ […]
รักต้องห้ามของแอนนา ข่าวรายวัน อัพเดทข่าวสด เรื่องเล่า ข่าวซุบซิบ

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

https://ramswaroop.me