นอนอย่างไรไม่ให้ตกเตียง

ramswaroop1
0 0
Read Time2 Minute, 9 Second

            “กระจกวิเศษจงบอกข้าเถิดว่าใครบ้างที่เมื่อคืนนี้นอนตกเตียง ท่านอยู่ใกล้ ๆ น่าจะเห็น”  ใช่แล้ว! เรารู้นะว่าเมื่อคืนนี้มีหลายคนที่ตกเตียงจนเจ็บระบมไปทั้งตัว อย่าโกหก ๆ เพราะว่าเราเองก็เคยนอนตกเตียงมาเหมือนกัน กำลังหลับฝันดีจูบกับเทพบุตรบนสวรรค์แล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนหล่นจากฟากฟ้าและตุ้บ! ตามมาด้วยความเจ็บที่หลังเลย ฮ่า ๆ แต่ตอนนี้พอรู้วิธีการนอนไม่ให้ตกเตียงแล้ว ตั้งแต่นั้นมาเราก็หลับฝันดีตลอดทุกคืนและตื่นมาบนเตียงนอนอย่างสดใสด้วยท่าเจ้าหญิงขี้เซาอย่างสวย ๆ อยากรู้วิธีไหมล่ะ ไม่ยากเลย เรามีคำตอบให้คุณนะ

นอนบนเตียงกว้าง

            การที่คุณเลือกนอนบนเตียงที่มีความแคบ พื้นที่ก็เล็กน้อย นอกจากจะทำให้นอนตกเตียงยามดึกจากการที่พลิกตัวเพียงเล็กน้อยจนเสียท่าแล้ว ยังทำให้หลังของคุณปวดและรู้สึกไม่ผ่อนคลายเวลานอนด้วย เพราะเตียงที่มีพื้นที่น้อยส่วนใหญ่จะเป็นเตียงที่แข็ง ฟูกที่ใช้สำหรับเตียงแนวนี้จะไม่มีความยืดหยุ่น บางทีก็นอนไม่หลับอีกต่างหาก ด้วยเหตุนี้คุณจึงควรหาเตียงนอนใหม่ที่มีความกว้างพอให้สามารถเหยียดตัว กลิ้งไปกลิ้งมาได้โดยไม่ร่วง ยิ่งเป็นเตียงขนาดคิงไซส์ก็ยิ่งดี เพราะตามธรรมชาติของคนเวลานอนกลิ้งโดยไม่รู้ตัวมักจะมีระบบการพลิกอัตโนมัติเพียงแค่ 2 รอบแล้วจากนั้นก็จะกลิ้งกลับไปกลางเตียงเองซึ่งเตียงขนาดใหญ่จะตอบโจทย์พฤติกรรมการนอนมาก

มีหมอนข้างขนาบตัว 2 ด้านเวลานอนบนเตียง

            เวลาที่คุณนอนหลับหากมีหมอนข้างวางขนาบ 2 ข้างตัวก็จะช่วยเป็นเกราะให้คุณพลิกตัวยากขึ้นจนไม่สามารถตกเตียงได้ ยิ่งมีพวกตุ๊กตามากมายวางนอกจากจะฝันดีแล้วยังช่วยเพิ่มเกราะป้องกันการนอนกลิ้งได้อีกชั้นคู่กับหมอนข้างด้วย และถึงแม้ว่าสุดท้ายคุณจะมีพลังในการพลิกตัวมหาศาลจนตกเตียงได้แต่ก็จะลดการบาดเจ็บลงหรืออาจไม่ได้รับอาการนั้นเลยเพราะเมื่อคุณกลิ้งไปก็จะทำให้ตุ๊กตากับหมอนข้างตกเตียงกองรวมกันและมารับร่างคุณที่ตกเตียงได้

เปลี่ยนวิธีการโดยนอนหงายบนเตียง

            จากผลการวิจัยในต่างประเทศได้กล่าวว่า การนอนคว่ำจะทำให้เกิดพฤติกรรมการกลิ้งหรือพลิกตัวง่าย ๆ คุณจึงควรเปลี่ยนมานอนหงายแทนเพื่อลดการติดนิสัยกลิ้งหรือพลิกตัวไปมาให้น้อยลง และการนอนหงายยังช่วยรักษาศีรษะและลำคอทำให้คุณไม่ปวดหรือเมื่อยตามร่างกายเมื่อตื่นขึ้นมาในยามเช้าอีกด้วยนะ

รูปภาพประกอบ : Pixabay

#นอนตกเตียง #นอนถูกวิธี #ทริคชีวิต

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleppy
Sleppy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

ประวัติภาพยนตร์ในสยาม

         ภาพยนตร์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลกเมื่อ พ.ศ. 2434 นายโทมาส เอลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) นักวิทยาศาสตร์คนสำคัญได้ร่วมมือกับนายวิลเลียม ดิกสัน (William Dickson) สร้างกล้อง Kinetograph และกล่องดูภาพ Kinetoscope ขึ้นได้สำเร็จ โดยใช้ฟิล์มของ โกดักที่มีแถบฟิล์มยาวหลายเฟรมในการเก็บภาพโดยเจาะรูที่ขอบฟิล์มทั้งสองด้านในแต่ละเฟรมเพื่อให้ฟันเฟืองของเครื่องถ่ายภาพหมุนฟิล์มเข้าสู่กล้องได้          กล่องดูภาพ Kinetoscope นี้มีความสูง 48 นิ้ว มีช่องเล็กๆ ให้ผู้ชมมองเข้าไปเห็นภาพยนตร์ที่ฉายอยู่ข้างในได้ แต่ดูได้เพียงทีละคน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นชาวสยามพระองค์แรกที่ได้ทอดพระเนตรภาพยนตร์จาก Kinetoscope เมื่อคราวเสด็จสิงคโปร์และชวา          ปี พ.ศ. 2438 สองพี่น้องชาวฝรั่งเศส หลุยส์และออกูส ลูมิแอร์ (Louise & Auguste Lumiere) ได้พัฒนา Kinetoscope ให้ขยายสู่จอใหญ่เพื่อให้สามารถดูได้หลายคนโดยเรียกเครื่องนี้้ว่าซินีมาโตกราฟ (Cenematograph) และใช้โถงของร้านกาแฟแห่งหนึ่งในกรุงปารีสจัดฉายภาพยนตร์และเก็บเงินคนเข้าชมเป็นครั้งแรก          […]
ประวัติภาพยนตร์ในสยาม ข่าวรายวัน อัพเดทข่าวสด เรื่องเล่า ข่าวซุบซิบ

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me