จัดการกับโรคเวรโรคกรรมอย่างไรให้เบาบางลง

ramswaroop1
0 0
Read Time2 Minute, 41 Second

            โรคภัยไข้เจ็บย่อมเป็นเรื่องธรรมดาของร่างกายมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อและอวัยวะซึ่งบอบบางไม่สามารถป้องกันโรคได้ทุกส่วน ซึ่งหากมีสิ่งผิดปกติเข้ามาสู่ร่างกายก็ย่อมทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยรุนแรงมากน้อยอยู่แล้ว แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมกับบางคนที่ดูแข็งแรง รักษาสุขภาพตัวเองดี จู่ ๆ ก็พบกับโรคที่มีอาการรุนแรงรักษาเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้นจนกินเวลายาวนานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แถมบางคนก็อาจเกิดอาการป่วยหนักรุนแรงจากสิ่งที่ไม่น่าจะทำให้เจ็บป่วยได้เลย หากคุณพบเห็นอาการที่เกิดขึ้นกับคนเหล่านี้ ตามหลักศาสนาพุทธเราเรียกมันว่า “โรคเวรโรคกรรม”

โรคเวรโรคกรรมคืออะไร?

            โรคเวรโรคกรรม เป็นโรคที่เกิดจากผลกรรมที่บุคคลนั้นเคยกระทำสิ่งที่ผิดบาปไว้ในอดีตไม่ว่าจะเป็นอดีตชาติหรือในชาติปัจจุบันซึ่งผ่านมานานแล้วจนเกือบลืม ผลกรรมนั้นจะถูกสะสมไว้และสะท้อนกลับไปสู่ตัวผู้กระทำเองในช่วงเวลาที่คนคนนั้นมีจิตที่อ่อนลงและเป็น “เวลาที่เหมาะสม” ในการได้รับผลกรรมเหล่านั้นซึ่งเวลาที่เหมาะสมของแต่ละคนคือเวลาใดก็สุดแท้แต่ตัวเขา เราไม่อาจหยั่งรู้ได้ แต่ที่เห็นชัดคือโรคเวรโรคกรรมจะรุนแรงมากตามผลกรรมไม่ดีที่เคยทำไว้และอาจจะต้องทรมานกับมันจนกว่าจะชดใช้กันหมดไป

รูปแบบของโรคเวรโรคกรรม

            โรคเวรโรคกรรมมีด้วยกัน 2 รูปแบบ ได้แก่

            1.โรคเวรโรคกรรมที่เกิดจากผลกรรมในอดีต เป็นโรคเวรโรคกรรมที่ผลการกระทำในอดีตได้ย้อนกลับมาเมื่อถึงจุดที่ผู้กระทำต้องได้รับการชดใช้ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับเวลาแห่งอายุขัยหรือจุดหักเหของกรรมที่ต้องมีการลบล้างกันก็ได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละคน ซึ่งหากทำไว้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งสะท้อนกลับมามากเท่านั้น เช่น ผลกรรมจากการทุบหัวปลาจำนวนมาก ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะเรื้อรังและเส้นเลือดในสมองแตก เป็นต้น

            2.โรคเวรโรคกรรมที่เกิดจากเจ้ากรรมนายเวร เป็นโรคเวรโรคกรรมที่ถูกกระทำจากความอาฆาตแค้นของเจ้ากรรมนายเวรซึ่งทุกคนย่อมจะมีเจ้ากรรมนายเวรของตัวเองที่ติดตัวมาเรียงคิวล้างแค้นกันตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันอยู่แล้ว ยิ่งทำกรรมกับใครที่ทำให้เขาพยาบาทคุณมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มจำนวนวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรให้เยอะขึ้นไปอีก ซึ่งเจ้ากรรมนายเวรจะใช้ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทำให้คุณเกิดอุบัติเหตุหรืออาการเจ็บป่วยตามสมควรที่คิดว่าควรได้รับจากการที่เคยทำร้ายเขาเหล่านั้น

วิธีรับมือกับโรคเวรโรคกรรม

            1.รักษาอาการตามสภาพที่เป็นอยู่เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตอยู่กับคนที่คุณรักต่อไปและเห็นโลกที่สวยงามได้นาน ๆ

            2.ปฏิบัติธรรมเพื่อให้จิตใจเกิดความสงบ ไม่เกรงกลัวต่อความตาย และละความอาฆาตพยาบาทต่อเจ้ากรรมนายเวร ชำระล้างจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์

            3.ทำบุญพร้อมอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ผู้ที่เคยล่วงเกินทั้งในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ เพื่อละความแค้นให้จบลงในชาตินี้ ทำให้พวกเขารู้ว่าคุณเปลี่ยนไปแล้วและพร้อมที่จะอโหสิกรรมในกันและกัน รวมถึงชดใช้กรรมที่ตนก่อขึ้นซึ่งเป็นสัจธรรมของชีวิต ทุกคนต้องพานพบจนกว่าจะหมดลมหายใจ

รูปภาพประกอบ : Pixabay

#โรคเวรโรคกรรม #กรรมก่อโรค #ปรัชญาและความเชื่อ

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleppy
Sleppy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

ชุมชนเก่าแก่ในเมืองจันทบุรี

         ชุมชนเก่าแก่และวิถีในเมืองต่างๆ นั้นเป็นเสน่ห์ท้องถิ่นที่น่าศึกษาน่าไปสัมผัสหรือไปใช้เวลาพักผ่อนและเดินเที่ยวแบบไม่เร่งรีบเพื่อจะได้พบเห็นและซึมซับกับวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม วัฒนธรรมของท้องถิ่นและรูปแบบของสถาปัตยกรรมและอัธยาศัยไมตรีของผู้คน จันทบุรีเป็นจังหวัดที่มีชุมชนเมืองเก่าที่มีวิถีชีวิตที่ตกทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษของชุมชนนับหลายร้อยปีกว่าจะมาถึงวันนี้          ย่านเก่าแก่ในเมืองจันทบุรีมีโบสถ์ของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกตั้งอยู่ริมแม่น้ำจันทบุรี เดิมเป็นโบสถ์เก่าที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2448 โดยบาทหลวงชาวฝรั่งเศสและสร้างด้วยศิลปะแบบโกธิคแต่โบสถ์เก่าหลังนี้ได้ถูกรื้อไปเมื่อปี พ.ศ. 2483 ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีทางอากาศ          ปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์ที่สร้างขึ้นทดแทนโบสถ์เก่านอกจากใช้ประกอบพิธีทางคาทอลิกแล้วยังนิยมใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีแต่งงานของหนุ่มสาวชาวคาทอลิกที่อาศัยอยู่ในชุมชนชาวจันทบุรีเชื้อสายเวียดนามที่อพยพมาจากประเทศเวียดนามตั้งแต่ปลายรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าท้ายสระแห่งกรุงศรีอยุธยา เมื่อปี พ.ศ. 2254  มาตั้งชุมชนกันอยู่ในตำบลจันทนิมิต โดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการประมงและทุกวันนี้พวกเขาก็คือคนไทยทั้งหมดแล้ว          บริเวณศาลเจ้าที่ย่านตลาดล่างในเมืองจันทบุรีในเวลาเช้าจะเต็มไปด้วยผู้คนที่มาจับจ่ายหาซื้อกับข้าวของกินกัน มีทั้งข้าวแกงกับข้าวพื้นเมือง ขนมต่างๆ เช่น ตะโก้ เผือก ขนมชั้น ที่ถูกห่อด้วยใบตอง ผู้สูงอายุบางคนก็หาบคอนข้าวหมากมานั่งขายบริเวณใก้ลเคียง          ชาวไทยเชื้อสายจีนที่ในเมืองจันทบุรีย่านตลาดล่างและท่าหลวงส่วนใหญ่มีบรรพบุรุษที่อพยพมาจากเมืองจีน มีทั้งจีนแคะ จีนฮกเกี้ยนและจีนแต้จิ๋ว ที่ได้มาลงหลักปักฐานในย่านนี้พร้อมกับสร้างศาลเจ้าไว้เป็นที่สักการะบูชาด้วย ส่วนคนไทยในสมัยนั้นมักจะรับราชการเป็นขุนนางหรือค้าขายเล็กๆน้อยๆ          ตลาดล่างและท่าหลวงเคยมีอดีตที่รุ่งเรืองเพราะเป็นศูนย์กลางการค้าขายของจังหวัดจันทบุรีและอยู่ติดกับแม่น้ำจันทบุรี ทำให้สัญจรไปมาทางเรือกันได้สะดวกและสมัยก่อนก็ยังไม่มีถนนจึงใช้การเดินทางมาค้าขายทางเรือเป็นหลัก          แม่น้ำจันทบุรียังเป็นเส้นทางลำเลียงไม้ตะเคียนทองจากป่ามาที่โรงเลื่อยแถวคุ้งน้ำเลยตลาดล่างไปหน่อยด้วย สมัยก่อนพ่อค้าแม่ค้าจากบ้านหนองบัว คลองนารายณ์ โป่งแรด พลับพลา ยังเดินเท้าหาบสินค้ามาถึงท่าเรือที่อยู่ฝั่งตรงข้ามและจ้างเรือแจวมาขึ้นที่ตลาดล่างและท่าหลวง ซึ่งเวลานั้นมีท่าเรือจ้างอยู่สามสี่แห่ง […]
ชุมชนเก่าแก่ในเมืองจันทบุรี ข่าวรายวัน อัพเดทข่าวสด เรื่องเล่า ข่าวซุบซิบ

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me