แค่เปลี่ยนความคิด โลกก็เปลี่ยนสีได้

ramswaroop1
0 0
Read Time2 Minute, 50 Second

            มันเป็นความจริงที่ว่าในทุกวันโลกของเราต้องปรับสมดุลให้มนุษย์มีทั้งความทุกข์และความสุขใน 1 วัน ซึ่งมนุษย์มักจะฝังใจอยู่กับความทุกข์ได้นานและมากกว่าความสุขแม้ความทุกข์จะเข้ามาเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ก็ตาม ทำให้แทนที่โลกของเราในวันนั้น ๆ จะมีหลากหลายสีสันกลับต้องถูกฉาบเพียงแค่สีทึบแห่งความทุกข์สีเดียวตลอดเวลา ฉะนั้นแค่เรารู้จักการเปลี่ยนความคิด โลกก็เปลี่ยนสีได้แล้ว…ลองสังเกตตัวคุณดูสิว่าในวันนี้คุณเห็นโลกในนามธรรมของตัวเองเป็นสีอะไร

ความเหงาทำให้โลกเป็นสีเทา

            หากในวันนี้คุณเห็นภาพโทนของโลกในความรู้สึกเป็นสีเทา นั่นหมายถึง คุณกำลังรู้สึกเหงา เสียใจ และผิดหวัง เหมือนตัวเองอยู่โดดเดี่ยวในโลกที่เดียวดาย ไม่มีใครที่จะมาสร้างความสุขให้โลกเปลี่ยนเป็นอีกสีได้ คุณต้องติดอยู่กับตัวเองตลอดเวลา แม้แต่เพื่อน พี่น้อง และคนรู้จักก็ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจคุณและพวกเขาก็ไม่อาจจะอยู่กับคุณได้ทุกเวลา มีพบก็เป็นสุข พอจากกันแบบเป็นหรือแบบตายก็ล้วนทำให้เกิดความทุกข์ได้ทั้งสิ้น มีเพียงตัวคุณเองที่จะเปลี่ยนให้ตัวเองคิดได้ว่า “เราสามารถหากิจกรรมทำให้ตัวเองมีความสุขได้ตามแบบของเรา อะไรที่ทำให้เราไม่เหงาก็ทำไปให้ลืมโลกสีเทา อย่าหยุดนิ่ง” เพียงแค่เปลี่ยนความคิด โลกสีเทาก็เปลี่ยนสีแล้ว

ความเหนื่อยล้าและความโกรธทำให้โลกเป็นสีแดง

            หากในวันนี้คุณเห็นภาพโทนของโลกในความรู้สึกเป็นสีแดง นั่นหมายถึง คุณกำลังรู้สึกเหนื่อยล้าทางกายหรือทางใจจากเรื่องราวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียสุขภาพดี ๆ ไป หมดแรง รู้สึกเหมือนว่าร่างของเราพร้อมที่จะล้มลงได้ทุกเมื่อหากไม่ได้รับการประคองตัวเองให้ดี ไม่แม้แต่อยากออกไปเจอกับผู้คน อยากจะพักผ่อนอยู่กับตัวเองให้ยาว ๆ ไปเลย และขณะเดียวกันสำหรับบางคนก็อาจอยู่ในภาวะอารมณ์ที่หงุดหงิดและโกรธซึ่งก็นำมาซึ่งความเหนื่อยล้าแบบแรกได้เช่นกันคุณจึงควรพักผ่อนให้เยอะ ๆ และพยายามหาเวลาส่วนตัวปลดปล่อยตัวเองอย่างอิสระตามแบบของคุณ ยิ่งทำคนเดียวก็ยิ่งได้มีเวลาคิดทบทวนเรื่องราวมากขึ้น เพียงแค่เปลี่ยนความคิด โลกสีเทาก็เปลี่ยนสีแล้ว

ความกลัวทำให้โลกเป็นสีน้ำเงิน

            หากในวันนี้คุณเห็นภาพโทนของโลกในความรู้สึกเป็นสีน้ำเงิน นั่นหมายถึง คุณกำลังรูสึกหวาดกลัวหรือไม่กล้าเผชิญหน้ากับบางสิ่งแม้ว่าเราจะรู้ว่าอะไรรออยู่ตรงหน้าหรือไม่รู้ก็ตาม ความหวาดกลัวนี้จะทำให้คุณไม่กล้าออกไปทำในสิ่งต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่คุณหวาดกลัวจนถึงขั้นปิดประตูล็อกห้องทำเป็นว่าไม่มีใครอยู่เลยก็ได้ เพื่อให้เวลากับตัวเอง คิดจะหนีความจริงและสิ่งต่าง ๆ ซึ่งไม่ว่าอย่างไรสุดท้ายมันก็จะต้องเกิดขึ้นอยู่ดี แต่แน่นอนว่าความคิดคนมักจะเกินจากความจริงเสมอ เรื่องจริงที่เกิดขึ้นจึงมักไม่เลวร้ายเหมือนในความคิดหรือโทนโลกสีน้ำเงินเลย ขอแค่คุณทำใจให้สบาย พยายามคิดในสิ่งดี ๆ ไว้ แล้วก้าวออกมานอกประตู แล้วคุณจะกลายเป็นคนแข็งแกร่ง มีภูมิคุ้มกัน เพียงแค่เปลี่ยนความคิด โลกสีเทาก็เปลี่ยนสีแล้ว

รูปภาพประกอบ : Pixabay

#สีของความรู้สึก #สีอารมณ์ #โทนสีกับความคิด

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleppy
Sleppy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

ทำไมผู้หญิงญี่ปุ่นจึงอายที่จะกินมันเผา

            หลายคนอาจเคยเห็นในการ์ตูนญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นเรื่องชินจัง ,โดเรมอน หรือเรื่องอื่น ๆ ที่ตัวละครผู้หญิงที่ชอบกินมันเผามักจะไม่ยอมบอกใครและแอบกินโดยไม่ให้คนอื่นเห็นเพราะอาย ตรงข้ามกับประเทศเราที่ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็สามารถกินมันเผาได้โดยไม่ต้องวิตกกังวลอะไรในที่สาธารณะ บางทีก็ซื้อมาฝากและแบ่งกันกินในเวลาพักงานกันอีกด้วย แต่เพราะอะไรผู้หญิงญี่ปุ่นจึงเซนซิทีฟกับเรื่องการกินมันเผากันนะ บทความนี้เรามีคำตอบ “มันเผาทำให้ผายลมง่าย” ผู้หญิงญี่ปุ่นจึงอาย             มันเผามีสารที่ออกฤทธิ์ช่วยขับไล่ของเสียและพิษออกจากร่างกายของคนเราซึ่งการกินมันเผาจะช่วยทำให้คุณผายลมออกมาเพื่อไล่กรดและส่งผลต่อลำไส้และอวัยวะต่าง ๆ ในระบบย่อยอาหารให้มีกระบวนการทำงานไว ขับถ่ายได้คล่อง ทำให้ท้องโล่งสบาย แต่ก็จะทำให้คุณต้องผายลมบ่อยจนเป็นเรื่องที่เสียมารยาทมากในมุมมองของคนญี่ปุ่น การกินมันเผาจึงเป็นการเสียมารยาทหากคุณจะรับประทานของที่ทำให้ผายลมออกมาในที่สาธารณะแบบไม่สนใจใคร “มันเผาเป็นอาหารที่เหมาะกับผู้ชาย” ผู้หญิงญี่ปุ่นจึงอาย             มันเผาเป็นอาหารที่ควรค่าแก่การให้ผู้ชายรับประทานมากกว่า เพราะมันเผาจะให้พลังงานได้มาก ในสังคมญี่ปุ่นสมัยก่อนมีการทำไร่ทำนาจึงมักปลูกมันเผาไว้กินในฤดูหนาวสำหรับครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำ ต้องใช้แรงจากการทำงานหนักมาก ซึ่งสมัยนี้ประเทศญี่ปุ่นมีเพียงผู้ชายที่เป็นคนทำงานหาเงินในครอบครัว ส่วนผู้หญิงหรือชุฟุส่วนใหญ่ก็ทำหน้าที่เป็นแค่แม่บ้านเท่านั้นจึงไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารที่ให้พลังงานเยอะ กลับกันผู้หญิงควรรับประทานอาหารอ่อน ๆ เพื่อสุขภาพและเป็นขนมหวานที่มีความงดงามเช่น วุ้นโยคังหรือไดฟูกุ เป็นต้น จึงจะดูเหมาะสม หากใครเห็นผู้หญิงญี่ปุ่นกินมันเผาก็มักจะถูกมองแบบแปลก ๆ เล็กน้อย “มันเผาทำให้รู้ความต้องการของผู้หญิง” ผู้หญิงญี่ปุ่นจึงอาย             มันเผาเป็นของกินที่ให้พลังงานและลดน้ำหนักได้ แถมยังมีวิตามินต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมความงามให้ผู้หญิงด้วย หากผู้หญิงญี่ปุ่นคนใดที่กินมันเผาในที่สาธารณะก็จะทำให้คนอื่นรู้ได้ว่าคนคนนั้นน้ำหนักขึ้น ต้องการจะหาทางลด หรือรักในความสวยความงาม ต้องการเสริมความสวยของตัวเองให้มากขึ้น ซึ่งก็เหมือนเป็นการบอกความต้องการส่วนตัวภายในของเราให้คนอื่นรู้ง่าย […]
ทำไมผู้หญิงญี่ปุ่นจึงอายที่จะกินมันเผา ข่าวรายวัน อัพเดทข่าวสด เรื่องเล่า ข่าวซุบซิบ

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me