เข้าใจ “รูปธรรม” และ “นามธรรม”

ramswaroop1
0 0
Read Time2 Minute, 33 Second

            ในชีวิตของคนเราจะต้องมีการดำเนินไปอย่างเชื่องช้าและเรามักจะได้สัมผัสกับรูป รส กลิ่น เสียงมากมายที่ที่ทำให้เกิดความรู้สึกรักใคร่ ชอบพอ โลภ หลง และโกรธ แต่มันจะไปมีประโยชน์อันใดหากคุณจะเอาแต่นึกถึงสิ่งเหล่านั้นด้วยระบบประวาทสัมผัสทั้ง 5 อยู่ตลอดเวลา โลกของเราควรให้ผู้คนได้เรียนรู้ถึง “รูปธรรม” และ “นามธรรม” อย่างเท่าเทียมกันเพื่อที่ทุกคนจะได้ทำความเข้าใจความจริงของโลกและไม่ตัดสินหลาย ๆ อย่างจากภายนอกเท่านั้น

รูปธรรมคืออะไร?

            รูปธรรม เป็นสิ่งที่มนุษย์เราทุกคนสามารถสัมผัสถึงมันได้เพราะการมีอยู่จริงที่ปรากฏให้ได้เห็น สัมผัสผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ สถานที่ อาหาร ซึ่งเราสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เป็นรูปธรรมในการปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อเป้าหมายและความต้องการได้ ผู้คนในปัจจุบันมักจะติดอยู่กับความหลงชอบในสิ่งที่เป็นรูปธรรม เพราะสังคมทุกวันนี้มีการผลิตสิ่งที่เป็นรูปธรรมเข้ามามีผลต่อจิตใจและความอยากมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ เครื่องสำอาง กล้องถ่ายรูปหลากหลายลูกเล่น หรือคอนโดมีเนียมหรูหราที่มีเครื่องใช้ภายในสะดวกสบายในตัวจึงอาจพูดได้ว่าประโยชน์ของรูปธรรมส่งผลให้ผู้คนติดใจกับมันจนเลือกที่จะไม่นึกถึงความจริงหลายอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และอาจมาถึงในสักวัน เช่น เครื่องสำอางที่ใช้ตกแต่งใบหน้าให้สวยงามในสักวันที่คุณแก่มันก็จะไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป เพราะไม่มีอะไรที่จะปกปิดรูปลักษณ์ธรรมชาติในตัวเราได้ในที่สุด เป็นต้น

นามธรรมคืออะไร?

            นามธรรม เป็นสิ่งที่ไม่มีการปรากฏให้เห็นว่ามีอยู่จริงในชีวิต ไม่สามารถจับต้องผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้ แต่มนุษย์เราสามารถรับรู้และทำความเข้าใจในการมีอยู่ของมันได้ผ่านทฤษฎี หลักการ มุมมอง และทัศนคติของตัวเราเองหรือเป็นสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดผ่านคำพูดจากคนอื่น ผู้คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันมักจะลืมนามธรรมที่แฝงอยู่ในรูปธรรมจนเอาแต่มองเฉพาะประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจน เช่น นมถูกผลิตออกมาเพื่อเป็นอาหารเสริมและทดแทนอาหารในมื้อที่เราไม่ได้รับได้ (จุดประสงค์นี้คือการคิดแบบนามธรรม) แต่ผู้คนในปัจจุบันมักจะหาซื้อนมมาดื่มเพียงเพราะเห็นส่วนผสมในนมที่เป็นน้ำผึ้งของดีหรือมีส่วนผสมของช็อกโกแลตจากต่างประเทศ อยากดื่มเพื่อให้ได้รสชาติความอร่อย ความหวาน และมีสไตล์ในชีวิตก็เท่านั้น หากไม่ใช่นมหวานก็จะไม่ดื่ม (การตัดสินใจเช่นนี้คือการคิดในรูปธรรม) เป็นต้น

            ด้วยเหตุนี้ในการดำเนินชีวิต มนุษย์จึงควรทำความเข้าใจในรูปธรรมและนามธรรมของทุกสิ่งว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่มีจุดประสงค์แฝงนามธรรมของมันที่คุณไม่ควรลืมเพียงเพราะถูกรูปธรรมซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ภายนอกของมันลวงตาให้เราคิดไปอีกด้าน

รูปภาพประกอบ : Pixabay

#“รูปธรรม” และ “นามธรรม” #หลักธรรมนำชีวิต #หลักคิดศาสนา

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleppy
Sleppy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

ความรู้สึกก่อนที่คนเราจะตายเป็นเช่นไร?

            หากในเวลานี้คุณกำลังป่วยหนักและรู้ตัวว่านับวันความตายก็เริ่มใกล้จะเข้ามาหาเรามากขึ้นทุกทีก็คงพยายามจะทำใจให้ไม่กลัวได้ แต่ลึก ๆ แล้วแม้คุณจะไม่เกรงกลัวความตายแต่ก็คงไม่แคล้วใจหายที่จะต้องจากโลกที่เคยอยู่ไปพบกับโลกใหม่ที่ไม่อาจรู้ว่าจะมีอะไรที่รอเราอยู่ข้างหน้า แล้วที่สำคัญคือความอยากรู้ว่าก่อนที่คนเราจะตายนั้นเป็นอย่างไร? จะมีความรู้สึกทรมานมากหรือไม่ แล้วมีใจที่ร้อนรนหรือด้านชา วันนี้เราจะมาบอกเล่าความรู้สึกก่อนตายเหล่านั้นให้คุณได้รู้เท่าที่เราศึกษามา ก่อนตายเราจะรู้สึกตัวเบา             ในช่วงเวลาที่หัวใจเราเริ่มเต้นเบาลงทุกทีเพื่อรอวินาทีที่ใกล้ตาย ตัวของเรานั้นจะเหนื่อยแต่ก็ไม่ทรมาน เพราะความตายจะปราณีมนุษย์ทุกคนให้จากไปอย่างสงบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ที่ก่อนตายหลายคนที่เห็นญาติพี่น้องตัวมีลักษณะทรมานก็เพราะจิตของเขายังมีแต่ความหวาดกลัว ไม่สามารถปลงหรือปล่อยตัวเองตามสังขารที่กำลังจะสิ้นอายุขัยได้ซึ่งก็ไม่มีอะไรที่จะเอาชนะความตาย เพราะเพียงชั่วขณะความกลัวเหล่านั้นก็จะหายไป ซึ่งตามธรรมชาติหากเราปล่อยวางและทำใจอยู่แล้ว ในวินาทีนั้นร่างของเราจะรู้สึกล้าแต่ก็ไม่หนัก ตรงกันข้ามกลับเบาบางราวกับขนนกที่กำลังล่องลอยแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนด้วยซ้ำเหมือนว่าธาตุทุกอย่างกำลังได้รับการปลดปล่อยหมดแล้ว ก่อนตายเราจะอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น             ก่อนตายคนเราจะไม่อยู่กับโลกแห่งความจริง แต่จะเป็นในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น ตาของเราจะเริ่มเลือนลางบ้างชัดเจนบ้างแต่สติสัมปชัญญะนั้นจะเริ่มลางเลือนจนไม่อาจได้ยินเสียงรอบข้างนอกจากหัวใจของเราที่เต้นช้าลงจนสัมผัสได้ ความง่วงที่เริ่มเข้ามาครอบงำก็ไม่ต่างจากยานอนหลับที่ต้องการให้คุณที่กำลังจะตายได้รับจนสามารถหลับตาได้อย่างสงบ ไม่เจ็บป่วยอีกต่อไปแล้ว ก่อนตายเราจะเกิดภาพเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตที่สำคัญ             ก่อนตายเราจะเกิดภาพเรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ เข้ามาในชีวิตซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดจากจิตใต้สำนึกที่จะนำพาให้เรากลับมาหวนนึกถึงสิ่งสำคัญที่เรากระทำตั้งแต่จำความได้จนถึงสุดท้ายราวกับเปิดหน้าหนังสือแต่ละหน้าในช่วงอายุนั้น ๆ แบบช้า ๆ แต่ในโลกแห่งความจริงมันกลับรวดเร็วจนญาติพี่น้องและเพื่อน ๆ ของคุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณเห็นอะไร มีแค่ตัวคุณที่สามารถรับรู้ หากเคยทำไม่ดีกับใครไว้จิตก็จะอโหสิกรรมให้ ณ ตอนนั้นเลยหากคุณเข้าใจคนอื่นมากยิ่งขึ้น ก่อนที่มันจะตัดไปพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของคุณ รูปภาพประกอบ : Pixabay #ความรู้สึกก่อนตาย #ภาพก่อนตาย […]
ความรู้สึกก่อนที่คนเราจะตายเป็นเช่นไร? ข่าวรายวัน อัพเดทข่าวสด เรื่องเล่า ข่าวซุบซิบ

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me