“การฝึกสมาธิกับโลงศพ” หลักสูตรปฏิบัติธรรมวัดป่าที่คุณอาจคาดไม่ถึง!

ramswaroop1
0 0
Read Time3 Minute, 0 Second

            หากคุณเคยฟังเรื่องเล่าของอาจารย์ยอดหรือเรื่องเล่าประสบการณ์ขนหัวลุกใน The Ghost Radio มาก็อาจจะจำได้เรื่องราวของคนที่ได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมและมีด่านสำคัญคือ “การฝึกสมาธิกับโลงศพ” ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าไม่น่าจะใช่เรื่องจริง ใครกันที่จะยอมไปนั่งสงบจิตสงบใจอยู่กับโลงศพอย่างนั้น แต่ความจริงแล้วเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงหากลองศึกษาดูดี ๆ จะรู้ว่าวัดป่าบางแห่งในเมืองไทยมีหลักสูตรเช่นนี้

ทำความรู้จัก “การฝึกสมาธิกับโลงศพ”

            “การฝึกสมาธิกับโลงศพ” เป็นการทดสอบรายบุคคลในด่านสุดท้ายก่อนจบหลักสูตรการปฏิบัติธรรมหลังจากเราได้เข้ามาฟังเทศน์ฟังธรรม ทำวัตร รักษาศีล 8 และนั่งสมาธิจนคุ้นชินหลายวันแล้ว เมื่อมาถึงโค้งสุดท้ายของหลักสูตรการปฏิบัติธรรมของวัดป่าจะมีการให้คนที่มาปฏิบัติธรรมนั่งในลานกว้างตามมุมของตัวเองและท่องคำว่า “หนอ…หนอ…”แบบนี้ไปเรื่อย ๆ และห้ามลืมตาหรือหยุดพูดคำนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นซึ่งหากใครทำได้ก็จะต้องเข้ารับการทดสอบ “ฝึกสมาธิกับโลงศพ” ซึ่งในยามกลางคืน ทางวัดจะให้แต่ละคนได้ไปนั่งสมาธิในจุดที่แตกต่างกันบริเวณไม่ไกลจากวัดซึ่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ ทุกคนต้องนั่งสมาธิประจำจุดอยู่แค่คนเดียวจนถึงเที่ยงคืนโดยที่จุดนั่งของแต่ละคนจะมีโลงศพที่มีลักษณะแตกต่างกัน ซึ่งในโลงนั้นจะมีศพของผู้ที่เสียชีวิตและได้ทำการอุทิศร่างไร้วิญญาณของตัวเองให้ผู้มาปฏิบัติธรรมได้เข้ารับการทดสอบฝึกสมาธิได้แล้ว โดยขณะที่นั่งสมาธิก็ต้องพูดคำว่า “หนอ”เหมือนเดิม

            “การฝึกสมาธิกับโลงศพ” ขณะที่นั่งแต่ละคนจะเจอการทดสอบจากร่างไร้วิญญาณในการมาแสดงเสียงหรืออาจจะเป็นสัญญาณอย่างใดอย่างหนึ่งให้ผู้ปฏิบัติธรรมรับรู้ได้ซึ่งไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามลืมตาจนกว่าจะได้ยินเสียง “สาธุ!” ซึ่งหมายถึงว่า “สอบผ่านแล้ว”

จุดประสงค์ของ “การฝึกสมาธิกับโลงศพ”

            “การฝึกสมาธิกับโลงศพ” อาจเป็นเรื่องที่ดูเหนือธรรมชาติเกินไปสำหรับหลายคน แต่หลายวัดก็มีแนวคิดว่าการที่เราได้อยู่กับศพจะทำให้เรารับรู้ถึงสังขารอันไม่เที่ยง เกิดความปลง และไม่กลัวเพราะรู้ว่าทุกคนเมื่อเสียชีวิตไปแล้วก็ย่อมต้องเป็นเช่นนี้ ซึ่งจากประสบการณ์ของผู้ที่เคยไปปฏิบัติธรรมมาต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หลังจากผ่านความกลังขั้นสุดในชีวิตมาได้ พวกเขาก็หายกลัวทุกสิ่งทุกอย่างไปเลย เพราะสามารถรับรู้ได้ว่าเขาทำได้แค่ส่งสัญญาณให้เรารู้ว่าเมื่อละสังขารไป ทุกคนเหลือเพียงวิญญาณที่จะมาแตะเนื้อต้องตัวให้เจ็บป่วยย่อมยาก และเมื่อเราเอาแต่หลับตาก็จะเกิดสมาธิมากขึ้นจนใจสงบลง

วัดที่เปิดให้รับหลักสูตร “การฝึกสมาธิกับโลงศพ”

            สำหรับผู้ที่สนใจปฏิบัติธรรมในหลักสูตรที่มี “การฝึกสมาธิกับโลงศพ” ส่วนใหญ่วัดป่าหลายแห่งก็มักจะมีหลักสูตรนี้กันทั้งนั้น เพียงแต่หลายที่จะใช้วิธีการทดสอบโดยให้ไปนั่งสมาธิปักกลดในสุสานไม่ห่างจากกัน แต่วัดที่ให้นั่งสมาธิติดโลงศพจะมีแค่ 2 วัดในปัจจุบัน คือ สำนักสงฆ์วัดป่าเขาให้ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยจะให้นั่งสมาธิตามจุดต่าง ๆ บริเวณเนินเขาแบบกลางแจ้ง และวัดป่าศรีวิไลย์ อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร จะมีมอหรือกระท่อมไว้ให้นั่งสมาธิกับโลงข้างในเป็นรายบุคคล

รูปภาพประกอบ : Pixabay

#ฝึกสมาธิกับโลงศพ #หลักสูตรสมาธิ #เรียนสมาธิ

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleppy
Sleppy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

การอุทิศส่วนกุศลให้เทวดาที่คุ้มครองชีวิต

            ความเจ็บปวด อันตราย และผลกระทบที่เปรียบเสมือนลมมรสุมต่าง ๆ ในชีวิตตามหลักของศาสนาพุทธนั้นได้กล่าวว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากกรรมของเราในอดีตที่ส่งผลให้มนุษย์ต้องชดใช้และส่วนหนึ่งก็มาจากเจ้ากรรมนายเวร ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อชีวิตของมนุษย์ทุกคนต้องเผชิญกับเคราะห์กรรมต่าง ๆ แต่ขณะเดียวกันสิ่งเหล่านี้ก็สามารถช่วยลดทอนไปได้จากความช่วยเหลือของเทวดาประจำตัวที่คุ้มครองชีวิตเรานั่นเอง เทวดาที่คุ้มครองชีวิตคือใคร?             เทวดาที่คุ้มครองชีวิต คือ เทวดาที่มีหน้าที่คอยดูแลปกป้องมนุษย์คนหนึ่งตามที่ตัวเองสมควรทำเพื่อไม่ให้บุคคลนั้นต้องพบเจอกับอันตรายหรือเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ชีวิตต้องเกิดความสิ้นหนทางหรืออันตรายอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นตามอายุขัยนั้น ๆ หรืออาจมาจากสิ่งชั่วร้ายที่ต้องการทำให้เราบาดเจ็บ เทวดาที่คุ้มครองชีวิตก็จะคอยส่องดูและสัมผัสถึงอันตรายของคนที่ตัวเองดูแลได้ ซึ่งทุกคนย่อมมีเทวดาประจำตัวที่คุ้มครองแตกต่างกันไป เช่น บรรพบุรุษ พ่อแม่ในอดีตชาติ คู่ครองในอดีตชาติ หรือแม้แต่ผู้อื่นที่เคยมีความสัมพันธ์กับคุณในทางใดทางหนึ่งที่แน่นแฟ้นเกี่ยวข้องกันด้วยบุญและสายใยก็ย่อมสามารถเป็นเทวดาคุ้มครองชีวิตคุณได้ทั้งนั้น ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาอยู่ในสถานภาพเป็นเทวดาบนสวรรค์ ความสำคัญของการอุทิศบุญให้เทวดาที่คุ้มครองชีวิต             หลายคนคงสงสัยตรงนี้ว่าหากมีเทวดาคุ้มครองชีวิตทุกคนจริง แล้วเหตุใดเราจึงต้องเผชิญกับเคราะห์กรรมมากมายที่หาทางออกไม่ได้ในหลายครั้งและเสี่ยงชีวิตกับอุบัติเหตุ หรือแม้แต่บางคนก็ตายก่อนวัยอันควรทั้งที่พระท่านก็บอกว่าอายุขัยเขายังไม่ถึงฆาตด้วยซ้ำ เราขอบอกทวนเลยว่า เทวดาที่คุ้มครองชีวิตสามารถช่วยคุณได้แค่ “เหตุสุดวิสัยที่ผิดจากการได้รับผลกรรมตามธรรมชาติ” บางคนที่เกิดเรื่องร้าย ๆ ขึ้นและต้องยอมรับชะตากรรมกับมันด้วยร่างกายหรือจิตใจนั่นย่อมเกิดได้จาก 2 สาเหตุ ดังนี้ 1.ผลจากกรรมในอดีตที่แต่ละคนเคยทำไว้ ซึ่งเทวดาที่คุ้มครองไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปขัดขวางกรรมของผู้อื่นได้แม้จะอยากช่วยเหลือก็ตาม ไม่เช่นนั้นพวกท่านก็จะต้องเดือดร้อนเอง 2.ไม่มีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เทวดาที่คุ้มครองชีวิตเลย เนื่องจากเทวดาที่คุ้มครองชีวิตท่านย่อมต้องมีพลังในการที่จะช่วยเหลือมนุษย์จากสิ่งที่ไม่ดีในโลกซึ่งไม่ใช่ที่ของตัวเองจำนวนมาก แม้หลายท่านจะมีบารมีก็ตาม แต่ระดับบารมีนั้นก็ย่อมแตกต่างกัน ต้องมีการสะสมจากผลบุญ ซึ่งการสร้างผลบุญตามหลักศาสนาสามารถทำได้เฉพาะยามที่เราเป็นมนุษย์ การตายสำหรับบางคนทั้งที่ยังไม่หมดอายุขัยจึงเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หากหมั่นอุทิศให้ท่านบ่อย ๆ […]
การอุทิศส่วนกุศลให้เทวดาที่คุ้มครองชีวิต ข่าวรายวัน อัพเดทข่าวสด เรื่องเล่า ข่าวซุบซิบ

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me