ภัยพิบัติที่เชอร์โนบิล

ramswaroop1
0 0
Read Time4 Minute, 7 Second

         โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เชอร์โนบิลตั้งอยู่ใกล้เมืองพริเพียต (Pripyat) ทางตอนเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียดยูเครนซึ่งได้เกิดอุบัติเหตุการระเบิดขึ้น การระเบิดครั้งนี้องค์การสหประชาชาติระบุว่าเป็นหายนะที่เกิดจากนิวเคลียร์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์

         เมื่อวันเสาร์ที่ 26 เมษายน 1986 เกิดภัยพิบัติขึ้นที่เชอร์โนบิล โดยมีต้นเหตุเกิดจากอุบัติเหตุที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 4 ถือเป็นภัยพิบัตินิวเคลียร์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์และมีสาเหตุจากอุบัติเหตุทางพลังงานนิวเคลียร์หนึ่งในสองครั้งที่มีระดับความรุนแรงสูงสุดในระดับเหตุการณ์ระหว่างประเทศและอีกเหตุการหนึ่งคือภัยพิบัติโรงไฟฟ้าเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิในปี 2011 ในญี่ปุ่น

         อุบัติเหตุที่เชอร์โนบิลเริ่มเกิดระหว่างการทดสอบความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบ RBMK ซึ่งใช้กันทั่วไปในสหภาพโซเวียด การทดสอบนี้เป็นการจำลองเหตุการณ์ไฟฟ้าดับเพื่อช่วยในการพัฒนาขั้นตอนความปลอดภัยในการรักษาการหมุนเวียนน้ำหล่อเย็นของเครื่องปฏิกรณ์จนกว่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองจะสามารถจ่ายพลังงานได้ ช่องว่างนี้มีเวลาประมาณหนึ่งนาทีและถูกระบุว่าเป็นปัญหาด้านความปลอดภัยที่อาจทำให้แกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ร้อนเกินไป

         ความคาดหวังว่าในระหว่างการปิดเครื่องปฏิกรณ์ตามกำหนดเวลาพลังงานหมุนเวียนที่เหลืออยู่ในเครื่องกำเนิดพลังงานสามารถให้พลังงานเพียงพอที่จะครอบคลุมช่องว่างนี้ การทดสอบดังกล่าวที่เชอร์โนบิลสามครั้งก่อนหน้าดำเนินการตั้งแต่ปี 1982 แต่ล้มเหลวในการแก้ปัญหา ในความพยายามครั้งที่สี่นี้มีความล่าช้าที่ไม่ได้คาดไว้เกิดขึ้นถึง 10 ชั่วโมง หมายความว่ามีช่วงเวลาของการปฏิบัติการที่ไม่ได้เตรียมการที่กำลังเตาปฏิกรณ์ต้องทำงานอยู่

         ในระหว่างที่กำลังเตาปฏิกรณ์ลดลงตามแผนเพื่อเตรียมการทดสอบที่เชอร์โนบิล      เกิดเหตุกำลังไฟฟ้าลดลงโดยไม่คาดคิดถึงระดับใกล้ศูนย์ ผู้ปฏิบัติงานสามารถเรียกคืนกำลังไฟฟ้าได้เพียงบางส่วนซึ่งทำให้เครื่องปฏิกรณ์อยู่ในสภาพที่ไม่เสถียร การตอบสนองความเสี่ยงนี้ไม่ปรากฏชัดเจนในคู่มือการทำงาน ดังนั้นผู้ปฏิบัติงานจึงดำเนินการทดสอบทางไฟฟ้าต่อไป เมื่อการทดสอบเสร็จสิ้นผู้ปฏิบัติงานได้พยายามปิดเครื่องปฏิกรณ์ แต่การรวมกันของสภาวะที่ไม่เสถียรและข้อบกพร่องในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์ทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ทางนิวเคลียร์ที่ไม่สามารถควบคุมได้แทน

         พลังงานจำนวนมากถูกปลดปล่อยออกมาอย่างกะทันหัน ทำให้น้ำหล่อเย็นที่ร้อนจัดและทำให้แกนเครื่องปฏิกรณ์แตกออกจากการระเบิดของไอน้ำที่มีกำลังทำลายล้างสูง สิ่งที่ตามมาทันทีคือไฟจากแกนเครื่องปฏิกรณ์ที่เปิดโล่งของเชอร์โนบิลได้ปล่อยกัมมันตภาพรังสีออกไปในอากาศจำนวนมากเป็นเวลาประมาณเก้าวันซึ่งทำให้เกิดตะกอนกระจายไปยังส่วนต่างๆ ของสหภาพโซเวียดและยุโรปตะวันตกโดยเฉพาะเบลารุสซึ่งอยู่ห่างออกไป 16 กิโลเมตร 

         การปนเปื้อนของกัมมันตภาพรังสีในปริมาณที่เท่ากับการระเบิดครั้งแรก อันเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของระดับรังสีในพื้นที่รอบๆ ในรัศมี 10 กิโลเมตรจากเชอร์โนบิล ภายใน 36 ชั่วโมงหลังจากเกิดอุบัติเหตุ ประชาชนราว 49,000 คนถูกอพยพออกจากพื้นที่โดยส่วนใหญ่มาจากเมืองพริเพียต ต่อมาเขตปนเปื้อนของกัมมันตภาพรังสีได้เพิ่มขึ้นเป็นรัศมี 30 กิโลเมตรประชาชนอีก 68,000 คนถูกอพยพออกจากพื้นที่

         การระเบิดของเตาปฏิกรณ์ที่เชอร์โนบิลทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของเครื่องปฏิกรณ์เสียชีวิต 2 คน เจ้าหน้าที่สถานีไฟฟ้า 134 คนและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยอาการของรังสีเฉียบพลันเนื่องจากร่างกายดูดซับรังสีไอออไนซ์ในปริมาณสูง ในจำนวน 134 คนมีผู้เสียชีวิต 28 รายในช่วงหลายเดือนต่อมาและมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งที่เกิดจากรังสีประมาณ 14 รายภายใน 10 ปี

         สำหรับผลกระทบจากเหตุการที่เชอร์โนบิลต่อประชากรในวงกว้าง มีการบันทึกการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ในเด็กเกิน 15 ราย คณะกรรมการวิทยาศาสตร์แห่งสหประชาชาติว่าด้วยผลของการแผ่รังสีอะตอม (UNSCEAR) ได้ทบทวนงานวิจัยที่ตีพิมพ์ทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้หลายครั้งและพบว่าการเสียชีวิตที่มีระบุในเอกสารน้อยกว่า 100 รายมีสาเหตุมาจากการได้รับรังสีเพิ่มขึ้น

         ในหลายทศวรรษต่อมามีการเผยแพร่ข้อมูลจำนวนผู้เสียชีวิตของภัยพิบัติเชอร์โนบิลแตกต่างกันไปจากผู้เสียชีวิต 4,000 คนเมื่อประเมินเพียงสามรัฐในสหภาพโซเวียดที่ปนเปื้อนมากที่สุด ไปจนถึงมีผู้เสียชีวิตประมาณ 9,000 ถึง 16,000 คนเมื่อประเมินทั้งทวีปยุโรป

เครดิตภาพ National Geographic, BBC News

#เชอร์โนบิล #เกิดอะไรขึ้นที่เชอร์โนบิล #เรื่องเล่าจากอดีต

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleppy
Sleppy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

สามีภรรยานักปิศาจวิทยา

         ความเชื่อเรื่องภูติผีปิศาจมีอยู่ทุกพื้นที่ของโลก แม้แต่ประเทศตะวันตกความเชื่อเหล่านี้ก็ยังมีอิทธิพลกับสังคมและแต่ละประเทศที่มีความเชื่อเหล่านี้ก็จะมีพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการไล่ผีของตน ในสหรัฐอเมริกามีอาชีพหนึ่งที่ทำงานกับความเชื่อของผู้คนและใช้ประสบการณ์ของตนเองมาประกอบการหาสาเหตุของสิ่งเหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นคืออาชีพนักปิศาจวิทยาซึ่งบางครั้งคนเหล่านี้ถึงกับช่วยทำพิธีไล่ผีด้วยตนเอง          เอ็ดและลอร์เรน วอร์เรน สองสามีภรรยาเป็นนักปิศาจวิทยาชื่อดังซึ่งเป็นที่รู้กันทั่วสหรัฐอเมริกาในเรื่องการพิสูจน์สิ่งลี้ลับ ทั้งสองได้เขียนหนังสือเล่าถึงประสบการณ์ในการสัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่าวิญญาณของพวกเขารวมทั้งได้รับเชิญไปบรรยายเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติที่ประสบมา สมัยยังเด็กเอ็ดเวิร์ด วอร์เรน เคยสัมผัสกับสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นวิญญาณของหญิงชราที่ต้องการสื่อสารกับเขาในบ้านของเขาที่รัฐคอนเนคติคัต ทำให้เขาเกิดความเชื่อในเรื่องการมีอยู่ของสิ่งเหล่านี้ ตั้งแต่นั้นมาเขาก็เริ่มสนใจเรื่องเหนือธรรมชาติและเรื่องลึกลับ เขาพยายามศึกษาเรื่องเหล่านี้จนมีความรู้และความเชี่ยวชาญ ต่อมาเอ็ดได้พบรักและแต่งงานกับลอร์เรน ริต้า โมแรน เธอเป็นนักจิตวิทยาเธอที่มีความสามารถพิเศษในการสัมผัสหรือสื่อกับวิญญาณได้  หลังจากที่เอ็ดกลับจากออกรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 และทั้งสองได้ให้กำเนิดลูกสาวคนหนึ่ง เอ็ดชักชวนลอร์เรนให้ใช้ความสามารถพิเศษของเธอในการพิสูจน์สิ่งลี้ลับที่มารบกวนผู้คนและให้คำแนะนำและแก้ปัญหาให้กับพวกเขา โดยไปเสนอตัวเองตามบ้านต่างๆ แต่ก็ไม่ค่อยจะได้รับการต้อนรับที่ดีหรือได้รับการตอบรับนัก เอ็ดจึงต้องหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการวาดรูปขายเพื่อนำเงินมาเลี้ยงครอบครัวไปด้วย เอ็ดและลอร์เรนพยายามหาหนทางที่จะไปคุยกับเจ้าของบ้านแต่ละหลังที่เขาสืบมาว่ามีเหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้น โดยเริ่มจากการไปยืนวาดรูปหน้าบ้านแต่ละหลัง หากมีโอกาสได้เข้าไปในบ้าน เขาจะพูดคุยเพื่อถามเจ้าของบ้านเหล่านั้นถึงสิ่งแปลกๆ ที่ไม่สามารถหาสาเหตุที่เกิดขึ้น ภายหลังจากที่ได้ทำงานเป็นนักปิศาจวิทยามาหลายปีและได้ไขปัญหากรณีลี้ลับต่างๆมากมาย เอ็ดเคยพูดว่าความจริงวิญญาณก็ต้องการความช่วยเหลือเหมือนกัน หากสามารถทำได้เขาก็จะพยายามช่วยเหลือวิญญาณเหล่านี้เช่นกัน          ต่อมามีนักสร้างภาพยนต์หลายรายนำเรื่องราวการทำงานเป็นนักปิศาจวิทยาของพวกเขาในกรณีต่างๆ ไปสร้างเป็นภาพยนตร์หลายเรื่อง ตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ที่เกิดกับครอบครัวสเตเนกเกอร์ เมื่อปี 1987 ที่บ้านในรัฐคอนเนคติก้ต กรณีนี้ได้มีการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง The Haunting in Connecticut ในปี 2009 หรือกรณีครอบครัวเพอร์รอน ที่เกิดขึ้นเมื่อปี […]
สามีภรรยานักปิศาจวิทยา ข่าวรายวัน อัพเดทข่าวสด เรื่องเล่า ข่าวซุบซิบ

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me