โลกคู่ขนานคืออะไรมีจริงหรือไม่

ramswaroop1
0 0
Read Time2 Minute, 8 Second

โลกคู่ขนาน: มีนักฟิสิกส์หรือนักคณิตศาสตร์คนหนึ่ง ได้ให้คำนิยามเกี่ยวกับโลกคู่ขนานเอาไว้ว่าในโลกนี้นั้น จะมีบุคคลหนึ่งคนบนโลก หรือรวมทุกคนบนโลกได้ 1 คน

ถ้ามี 1 ตัวตอนแรกภายในอีก 1 ตัวของเรานั้น ไปอยู่บนอีกโลกหนึ่งที่เป็นโลกคู่ขนานของเราซึ่ง เขาคนนั้นจะมีรูปร่างหน้าตาที่เหมือนเราทั้งหมดเหมือนกับฝาแฝด ทำทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนเรามีความรู้สึกนึกคิดเหมือนเราทุกอย่าง

ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าทฤษฎีเกี่ยวกับโลกคู่ขนานมีจริงหรือเปล่าจากคำนิยามที่เคย มีนัดที่ศิลปะวิทยาศาสตร์นั้นที่คิดค้นทฤษฎีนี้ ซึ่งสาเหตุของโลกคู่ขนานนั้นเราก็ไม่รู้ว่าเกิดมาจากอะไรหรือว่ามีจริงหรือไม่ซึ่ง อาจจะเชื่อมโยงมันเกี่ยวกับเดจาวูหรือเปล่า

เดจาวูคือ

เดจาวูคือ สิ่งที่เราอาจจะเคยเห็นมาก่อนหรืออาจจะเคยทำมาก่อน แต่เราจำไม่ได้ว่าเราเคยทำหรือไม่เคยทำหรือเปล่าแต่เรารู้จัก หนูคุ้นเคยกับสถานที่นั้นๆเรากลับว่าเคยไปมาแล้วทั้งที่จริงเราอาจจะยังไม่เคยไปสถานที่นั้นด้วยซ้ำ

ช่วงนี้อาจเป็นปรากฏการณ์เดจาวู ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนหรือ เพศต่างๆก็ตามสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งหมดเมื่อคุณมีความรู้สึกนึกคิด

ซึ่งเมื่อเราพูดถึงเรื่องคู่ขนานแล้ว สำหรับบางคนก็จะเชื่อบ้างหรือบางคนก็อาจจะไม่เชื่อบ้างเพราะทฤษฎีนี้เราก็ยังไม่รู้กันว่า ในเชิงปฏิบัตินั้นมีอยู่จริงหรือเปล่าและเราจะค้นพบตัวตนของเรา อีกคนนึงในโลกคู่ขนานได้ไหม

และเราอยากจะรู้ว่าจะมีจริงหรือเปล่าว่าคนที่หน้าตาเหมือนกับเราทุกอย่างมีใส่แล้วความรู้สึกนึกคิดเหมือนกับเราทั้งหมด หรือความจริงแล้วโลกคู่ขนานนั้นต้องการสื่อว่า

มีคนคนหนึ่งอยู่บนโลกใบหนึ่งของ โลกใบเดียวกับเราแต่เราไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาเป็นใครหรือเราไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ซึ่งถ้าตามหาผังโลกใบนี้ก็คงจะไม่เจอ เพราะเขาอาจจะอยู่บนโลกคู่ขนานเดียวกับเรา มีสิ่งแวดล้อมและครอบครัวต่างๆ

เหมือนเราทั้งหมด เรากลับว่ามีเราอีกคนนึงอยู่บนโลกใบนึง ซึ่งในทางทฤษฎีของทางวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์แล้วตอนนี้นั้นก็ต้องหาคำตอบกันไปอยู่ ว่าทฤษฎีของโลกขนาดนั้นมีจริงหรือไม่ถ้ามีจริง เราก็จะมาเขียนบทความอยู่นั้นมาบอกเกี่ยวกับทฤษฎีนี้กันแต่ว่าต้องรอดูก่อน ว่า ทฤษฎีเกี่ยวกับทฤษฎีโลกคู่ขนานนี้จะมีจริงหรือไม่สำหรับใครที่อยากรู้นั้นก็สามารถ เข้ามาอ่านบทความนี้ได้เลย เป็นต้น.

เครดิตของรูปภาพทั้งหมด

รูปที่ 1 จาก pixabay

รูปที่ 2 จาก pixabay

รูปที่ 3 จาก pixabay

#ทฤษฎีโลกคู่ขนาน #เดจาวู #โลกคู่ขนานมีจริงหรือไม่

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleppy
Sleppy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

ปักกิ่งเมื่อสามสิบปีก่อน

         เมื่อสามสิบปีก่อน ผู้เขียนได้ทุนไปเรียนในหลักสูตรทางด้านโครงข่ายคอมพิวเตอร์ที่นครปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเวลาประมาณ 3 เดือน โดยเป็นทุนสนับสนุนจากสหประชาชาติ          เมื่อไปถึงปักกิ่งประมาณหนึ่งทุ่มตามเวลาท้องถิ่น ตอนนั้นสนามบินที่ปักกิ่งเป็นสนามบินเก่าไม่ใช่สนามบินแห่งใหม่ที่ทันสมัยเหมือนปัจจุบัน หลังจากแลกเงินดอลล่าร์ทีสนามบินเป็นเงินหยวนสำหรับนักท่องเที่ยวแล้วจึงเรียกรถแท็กซี่จากสนามบินไปยังที่พักที่มหาวิทยาลัยการไปรษณีย์และโทรคมนาคมปักกิ่ง ที่พักในมหาวิทยาลัยเป็นอาคารพักสำหรับนักศึกษาชาวต่างชาติ          หลักสูตรที่ไปเรียนที่ปักกิ่งนี้ทางสหประชาชาติให้ทุนสนับสนุนแก่ประเทศที่กำลังพัฒนาในเอเชียและแปซิฟิกจึงมีเพิ่อนร่วมชั้นเรียนจากประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียแปซิฟิกจำนวนประมาณ 30 คน ผู้เขียนเป็นนักเรียนจากประเทศไทยเพียงคนเดียว ตอนแรกก็ไม่ค่อยคุ้นเคยกันแต่พอเรียนร่วมกันไปนานเข้าก็ค่อยๆสนิทสนมกัน มีนักเรียนจีนสามคนคอยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในปักกิ่ง           ปักกิ่งเมื่อสมัยเกือบสามสิบปีที่แล้วต่างจากปักกิ่งทุกวันนี้มากมาย ถนนหนทางเต็มไปด้วยรถจักรยาน มีอาคารสูงๆมากแต่ส่วนใหญ่จะเป็นที่พักอาศัยหรือหน่วยงานของรัฐบาลไม่ใช่อาคารสำนักงานทางธุรกิจ          ปักกิ่งในช่วงเวลานั้นเป็นฤดูร้อนอากาศจึงค่อนข้างร้อนไม่แพ้เมืองไทย ปักกิ่งมีการปลูกต้นไม้มากมายบางบริเวณก็ทำเป็นส่วนหย่อม เวลาเราเดินไปตามถนนจะรู้สึกถึงความร่มรื่นและเขียวขจีของต้นไม้ เวลาไปไหนต่อไหนกันผู้เขียนจะไปกับเพื่อนต่างชาติสามคน          การเดินทางในปักกิ่งส่วนใหญ่เราจะนั่งรถเมล์กับรถไฟใต้ดิน รถเมล์ในปักกิ่งในตอนนั้นแน่นมากพอๆกับรถเมล์ในกรุงเทพฯ บางคันดูเหมือนจะแน่นกว่าด้วยซ้ำ ส่วนรถไฟใต้ดินจะวิ่งรอบเมืองคงเป็นรถที่ใช้มาหลายปีดูค่อนข้างจะเก่า          วิถึชีวิตของชาวปักกิ่งในตอนนั้นดูจะยังเป็นสไตล์แบบคอมมิวนิสต์อยู่ แม้ว่าจะดูทันสมัยมากขึ้นกว่ายุคเหมา เจ๋อ ตุง เพราะชาวจีนก็เริ่มแต่งตัวแบบที่เป็นสากลกันมากแล้วโดยเฉพาะคนหนุ่มสาว คนที่พูดภาษาอังกฤษได้มีน้อยซึ่งน่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเรียนจบ คนสูงอายุมักจะอาศัยอยู่ตามบ้านเป็นส่วนใหญ่ ดูลักษณะภายนอกแล้วใจดี          ช่วงเวลานั้นประเทศจีนเพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นานและเริ่มต้นเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจจากระบบปิดมาเป็นแบบตลาดได้ประมาณ 10 ปี บ้านช่องในปักกิ่งเป็นแบบเก่ามักจะสร้างด้วยอิฐและมีชั้นเดียวซึ่งดูทึบแต่แข็งแรง แต่ก็เริ่มมีอาคารแบบสมัยใหม่เกิดขึ้นมากเหมือนกันแต่ยังเป็นสไตล์แบบสังคมนิยมอยู่          ในปักกิ่งผู้คนส่วนใหญ่จะใช้รถจักรยานขี่ไปตามถนนหนทาง […]
ปักกิ่งเมื่อสามสิบปีก่อน ข่าวรายวัน อัพเดทข่าวสด เรื่องเล่า ข่าวซุบซิบ

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me