คนโบราณมีวิธีคลายร้อนอย่างไร?

ramswaroop1
0 0
Read Time2 Minute, 33 Second

            แม้ในยุคสมัยโบราณนั้นอากาศจะไม่ร้อนเท่าสมัยปัจจุบันจนต้องมีเครื่องปรับอากาศติดตั้งกันหลายบ้าน แต่ก็ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะอดทนอยู่กันแบบเรียบง่ายได้ในทุกวันโดยไม่รู้สึกอะไรเลยนะคะ ยิ่งช่วงเดือนเมษาบ่าย ๆ แดดก็ยิ่งแรงมากขึ้น พวกเขาเองจึงต้องมีวิธีคลายร้อนตามฉบับของพวกเขาซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงเผื่อใครอยากนำไปใช้บ้าง

ปะแป้งทาน้ำอบเพื่อคลายร้อน

            คนโบราณมีวิธีคลายร้อนที่เรียบง่ายเมื่ออยู่บ้านเรือนอย่างการปะแป้งให้รู้สึกเย็นสดชื่นไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ตาม หลังจากอาบน้ำหรือผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นผ้าแถบหรือเสื้อกล้ามก็จะทาแป้งเต็มตัวเต็มหน้าจนขาวไปหมดเพื่อความเย็นสดชื่นและทาน้ำอบที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดให้รู้สึกสดชื่น คลายความร้อนและวิงเวียนศีรษะได้ดี ส่วนผู้ชายโบราณก็มักจะสวมแค่กางเกงหรือโสร่งตัวเดียวและทาแป้งทั่วตัวซึ่งปัจจุบันในชนบทก็ยังมีให้เราเห็นอยู่

เล่นน้ำในแม่น้ำลำคลองเพื่อคลายร้อน

            การเล่นน้ำในแม่น้ำลำคลองเป็นกิจกรรมสุดสนุกสนานและคลายร้อนยอดนิยมของคนโบราณในหมู่เด็กและผู้ใหญ่ที่มักออกมาเล่นน้ำกันในช่วงบ่าย 3 ที่แดดเริ่มจะร่มมากขึ้น มีการแข่งกันว่ายน้ำ เล่นน้ำไปคุยกันไป บางทีก็แข่งหายใจใต้น้ำ บางคนถือโอกาสเล่นน้ำและอาบน้ำช่วงเย็นไปด้วยในตัว เนื่องจากแม่น้ำลำคลองสมัยก่อนสะอาดกว่าสมัยนี้จึงสามารถอาบน้ำได้โดยไม่คันเนื้อตัวจากเชื้อโรคเหมือนสมัยนี้ ซึ่งใครที่อยากใช้วิธีนี้คลายร้อนในปัจจุบันก็คงต้องดูก่อนเนาะว่าแม่น้ำลำคลองคุณสะอาดพอที่จะลงเล่นได้หรือไม่ แล้วอีกอย่างคือความปลอดภัยจากน้ำลึก น้ำวน และจระเข้ที่อาจมาได้

ทำน้ำลอยดอกมะลิเพื่อคลายร้อน

            สมัยก่อนคนโบราณมักจะเกิดอาการกระหายน้ำบ่อย ๆ ในวันที่มีอากาศร้อนจึงคลายร้อนและคลายความกระหายโดยทำน้ำลอยดอกมะลิที่มีความสดชื่นและหอมกลิ่นดอกมะลิในน้ำที่ดื่มทำให้ลดอาการกระหายน้ำไปได้มาก แถมหากนำน้ำใส่ในโอ่งด้วยก็ยิ่งเย็นมาก เพราะเมื่อก่อนหลายบ้านจะใช้น้ำฝนกันซึ่งเอาไปใส่ในโอ่งจะเย็นคล้ายกับเวลาเรานำไปใส่ตู้เย็นประมาณนั้นเลย คือจะเย็นกว่าน้ำทั่วไปนิด ๆ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะคะ อ๊ะ ๆ ! แต่เตือนไว้หน่อยว่าน้ำฝนสมัยนี้ไม่สามารถดื่มได้นะคะ เพราะเต็มไปด้วยสารเคมีและมลพิษที่สัมผัสโดนมากมายจึงห้ามดื่มเด็ดขาด แต่หากอยากทำน้าลอยดอกมะลิก็ให้ใช้น้ำกรองนี่ล่ะ แล้วเลือกมะลิที่บ้านของคุณปลูกเอง มั่นใจว่าไม่มียาฆ่าแมลงใด ๆ ก็จะได้ดื่มแก้กระหายคลายร้อนได้แบบคลาสสิกแล้ว

            คุณสามารถนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ในการคลายร้อนได้นะคะ เพราะช่วงนี้โลกของเรามันร้อนจริง ๆ ฤดูไหนก็ไม่หนาวเสียที เราก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่คุณไม่มากก็น้อย

รูปภาพประกอบ : Pixabay

#วิธีคลายร้อน #น้ำลอยดอกมะลิคลายร้อน #วิถีชีวิตในอดีต

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleppy
Sleppy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

ทำไมคำว่า “มะเรื่อง” จึงไม่ค่อยมีคนพูด?

            ในชีวิตประจำวัน คุณอาจจะเคยได้ยินคำพูดว่า “พรุ่งนี้” ซึ่งหมายถึง วันถัดไปจากวันนี้ และคำว่า “มะรืน” ซึ่งหมายถึง วันที่ถัดจากวันข้างหน้าไป แต่น่าแปลกที่ไม่ค่อยมีใครพูดคำว่า “มะเรื่อง” ซึ่งหมายถึง วันที่ถัดจากวันต่อ ๆ ไปอีก หากคุณอยากรู้ว่าเหตุใดจึงไม่ค่อยมีใครใช้คำว่า “มะเรื่อง” กัน วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัย “มะเรื่อง” เป็นคำที่ดูโบราณเมื่อฟัง             คำว่า “มะเรื่อง” เป็นศัพท์ไทยที่นิยมใช้ในสมัยโบราณซึ่งเวลานี้หากไม่ใช่คนตามแถบชนบทในอำเภอเล็ก ๆ หรือคนที่มีอายุแปดสิบปีขึ้นไปก็มักจะไม่ใช้กัน แค่ “มะรืน” ก็ทำให้บางคนเริ่มสับสนกันบ้างแล้ว และมะเรื่องก็ไม่เหมาะสำหรับนำมาใช้ในการสื่อสารยุคใหม่ที่คนไม่ชอบการคิดหาความหมายโดยนัยกันมากด้วย ยิ่งคำทับศัพท์จากชาติตะวันตกเข้ามาในประเทศไทยก็ยิ่งทำให้คำเก่า ๆ เลิกใช้สื่อสารไปมากมาย มะเรื่องจึงกลายเป็นคำที่ไม่มีตัวตนไปจากระบบการสื่อสาร “มะเรื่อง” อาจสื่อความหมายให้เข้าใจผิดได้             ด้วยในยุคปัจจุบัน คำว่า “มะเรื่อง” ไม่ค่อยมีใครใช้กัน จะเห็นคนใช้ก็น้อยมาก คนรุ่นใหม่จึงไม่รู้จักคำนี้กันและหากคุณพูดคำว่า “มะเรื่อง” กับคนอื่นก็อาจทำให้พวกเขาสับสนหรือคิดว่าคุณกำลังชวนเขาคุยเรื่องผลไม้กันก็เป็นได้ เพราะมีคำว่า “มะ” เหมือนกัน […]
ทำไมคำว่า “มะเรื่อง” จึงไม่ค่อยมีคนพูด? ข่าวรายวัน อัพเดทข่าวสด เรื่องเล่า ข่าวซุบซิบ

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me