ความเชื่อของวัฒนธรรมญี่ปุ่นเกี่ยวกับ “ตุ๊กตาไล่ฝน”

ramswaroop1
0 0
Read Time2 Minute, 56 Second

            เมื่อคุณเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นก็ย่อมต้องเคยเห็นตุ๊กตาไล่ฝนสีขาวบริสุทธิ์มากมายที่ชาวญี่ปุ่นห้อยไว้ที่หลังคาหน้าบ้านหรือหน้าร้านมากมายซึ่งถูกเขียนแต่งเติมหน้าด้วยรอยยิ้มน่ารัก จนคนไทยเองก็ประทับใจและนำแนวคิดตุ๊กตาไล่ฝนนี้มาใช้ตกแต่งบ้านและร้านอาหารของตัวเองเพื่อไม่ให้มีฝนตกและมีลูกค้าหรือผู้มาเยี่ยมเยียนตามบ้านน้อยทำให้เหงา แต่รู้หรือไม่ว่าในวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่คุณเห็นว่าตุ๊กตาไล่ฝนน่ารัก ๆ นั้นแท้จริงแล้วมันอาจเป็นเพียงแค่ฉากหน้าเท่านั้น

ตุ๊กตาไล่ฝนคืออะไร?

            ตุ๊กตาไล่ฝน หรือ เทะรุเทะรุโบซุ คือ ตุ๊กตาที่คนญี่ปุ่นนิยมนำมาห้อยไว้บริเวณชานบ้านหรือริมรั้วด้วยเป้าหมายสำคัญเพื่อไล่ฝนไม่ให้ตกบริเวณบ้านของตัวเอง เพราะหากฝนตกก็จะทำให้การไปทำงานหรือปฏิบัติกิจประจำวันต่าง ๆ เป็นไปด้วยความยากลำบาก คนญี่ปุ่นเชื่อว่าตุ๊กตาไล่ฝนจะสามารถพัดพาเอาเม็ดฝนที่ตกให้หายไปได้ด้วยชายผ้าของตุ๊กตาไล่ฝนซึ่งตุ๊กตาไล่ฝนจะใช้วัสดุกลม อาจเป็นลูกปิงปองหรือลูกบอลเล็ก ๆ นำมาห่อด้วยผ้าและมัดเป็นปมพร้อมปล่อยชายผ้าที่เหลือให้เหมือนกระโปรงปลิวไสวตามแรงลม ก่อนจะเขียนหน้าตาให้มีรอยยิ้มน่ารัก

ตำนานการกำเนิดของตุ๊กตาไล่ฝน

            การกำเนิดตุ๊กตาไล่ฝนตามความเชื่อของญี่ปุ่นอาจไม่ได้น่ารักเหมือนอย่างที่คุณคิด ตรงกันข้ามกับแฝงไปด้วยความน่ากลัว ซึ่งมีอยู่ 2 ตำนานด้วยกัน โดยตำนานแรกจะกล่าวถึงหมู่บ้านในยุคโบราณของญี่ปุ่นแห่งหนึ่งที่ฝนตกไม่หยุดหย่อนจนชาวบ้านไม่สามารถทำนาหาเลี้ยงชีพได้ ในหมู่บ้านนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งที่มีหน้าตาสะสวยเป็นที่พึงพอใจของชายหนุ่มทั้งหลาย จนกระทั่งมีเสียงจากเทพองค์หนึ่งได้ลงมาบอกเธอว่าหากเธอยอมพลีชีพตัวเองก็จะสามารถทำให้ฝนหยุดตกได้และผู้คนจะสามารถกลับมามีความสุขได้ดังเดิม ด้วยความที่มีจิตใจดีทำให้เธอผูกคอฆ่าตัวตายอยู่ภายในบ้าน หลังจากนั้นฝนก็หยุดตกจริงดังคำกล่าว และอีกเหตุการณ์หนึ่งที่คนญี่ปุ่นเชื่อกันเยอะก็คือ ในอดีตญี่ปุ่นฝนตกหนักมากและไม่มีทีท่าว่าจะหายจนกินระยะเวลายาวนานเกินไป โชกุนที่ได้ยินว่ามีพระสงฆ์รูปหนึ่งซึ่งมีอิทธิฤทธิ์แกร่งกล้าจึงเดินทางไปขอให้พระรูปนั้นทำให้ฝนหยุดตกซึ่งพระรูปนั้นก็ยอมและได้มีการกำหนดวันที่ฝนจะหยุดตกหลังจากทำพิธีแก่โชกุนซึ่งโชกุนก็ได้ตั้งเงื่อนไขไว้ว่าหากพระสงฆ์รูปนั้นไม่สามารถทำตามที่บอกภายในวันดังกล่าวได้จะต้องถูกประหาร ซึ่งพอถึงกำหนดจริงฝนก็ยังคงตกลงมาดังเดิม โชกุนจึงได้สั่งประหารโดยแขวนคอพระรูปนั้นถึงแก่ชีวิต ผ่านไปไม่นานฝนก็ได้หยุดตกลง จึงกลายเป็นความเชื่อเกี่ยวกับการพลีชีพพระรูปนั้นทำให้เกิดตุ๊กตาไล่ฝนที่ไม่มีผมเหมือนพระซึ่งใช้เป็นตัวแทนพระสงฆ์รูปนั้นที่สิ้นไปแล้วเพื่อปัดเป่าฝนให้ออกไปจากบ้าน

การนำตุ๊กตาไล่ฝนมาใช้ในปัจจุบัน

            ตุ๊กตาไล่ฝนที่ถูกนำมาใช้ในปัจจุบัน คนญี่ปุ่นยังคงนำมาห้อยไว้ตามนอกบ้านของตัวเองเพื่อปัดเป่าฝน แต่ก็เริ่มมีหลายคนที่นำเอาตุ๊กตาไล่ฝนมาทำใหม่โดยใช้ผ้าหลากหลายสีสันเพื่อตกแต่งร้านอาหารและบ้านของตัวเองตามสไตล์เพื่อความน่ารัก

            ทั้งนี้ แม้ว่าตุ๊กตาไล่ฝนจะน่ารักขนาดไหนแต่เมื่อเราได้รู้ถึงที่มาของตุ๊กตาไล่ฝนแล้วก็อาจจะทำให้คนไทยอย่างเราถือคติว่าเป็นสิ่งไม่เหมาะสมและรีบเอาออกกันเลยทีเดียว

รูปภาพประกอบ : Pixabay

#ตุ๊กตาไล่ฝน #กำเนิดตุ๊กตาไล่ฝน #เรื่องเล่ารอบโลก

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleppy
Sleppy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

ความสำคัญของขนมอินเดียที่คุณควรรู้

            คุณอาจจะเคยเห็นในซีรีย์บอลลีวู้ดหรือตามหนังอินเดียที่คู่พระนางมักจะป้อนขนมอินเดียให้แก่กันหรือมีการใช้ขนมอินเดียในโอกาสต่าง ๆ ซึ่งไม่สงสัยเลยว่าทำไมคนอินเดียส่วนใหญ่จึงมักมีรูปร่างใหญ่กว่าเรา เพราะประเทศอินเดียให้ความสำคัญต่อการทำขนมมาก และขนมอินเดียก็มีหลายชนิด แต่ละชนิดจะมีรูปร่างแปลก ๆ และมีหน้าตาน่ารับประทานแตกต่างกันไป ชักอยากรู้แล้วสิว่าขนมอินเดียมีความสำคัญต่อพวกเขามากขนาดไหนกันนะ ตามซีรีย์บอลลีวู้ดที่เราดูกันจึงต้องมีขนมอินเดียมาเข้าฉากด้วยตลอดเวลา วันนี้เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจกัน ขนมอินเดียกับบทบาททางศาสนา             ขนมอินเดียแต่ละชนิดเกิดจากความเชื่อของเหล่าเทพศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาพราหมณ์ – ฮินดูซึ่งเทพแต่ละองค์จะชอบรับประทานขนมของโปรดที่แตกต่างกันไป คนอินเดียจึงต้องมีการทำขนมเพื่อบูชาในโอกาสสำคัญของครอบครัวหรือตามเทศกาลต่าง ๆ เช่น ขนมโมทกะลาดูและจาเลบิ ใช้บูชาพระพิฆเนศ ,ขนมดอกบัวพระแม่ลักษมี พระแม่อุมา และพระแม่สรัสวตี เป็นต้น แทนการใช้เนื้อสัตว์หรืออาหารคาวแบบประเทศอื่น ๆ ในแถบเอเชีย เมื่อทำขนมและบูชาเสร็จแล้วจึงสามารถนำขนมอินเดียที่บูชามารับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคล ขนมอินเดียช่วยเสริมโชคลาภ             ขนมอินเดียมักจะทำออกมาด้วยจุดประสงค์เพื่อไหว้เทพเจ้าเป็นหลักตามโอกาสและค่อยรับประทานร่วมกันอย่างเอร็ดอร่อยซึ่งขนมทุกอย่างที่ถวายแก่เทพเรียบร้อยแล้ว พระองค์ก็จะมอบโชคลาภและความสำเร็จในชีวิตให้แก่ผู้ที่ถวายผ่านทาวขนมเหล่านั้น การนำขนมอินเดียมารับประทานหลังจากถวายเสร็จจึงช่วยเสริมโชคและทำให้ความทุกข์ต่าง ๆ ในชีวิตหมดสิ้นไป ยิ่งรับประทานมากก็ยิ่งโชคดีมาก ขนมอินเดียกับสุขภาพตามค่านิยมของคนอินเดีย             ขนมอินเดียถูกทำออกมาให้มีรสหวานจัดเป็นหลักและยิ่งมีแป้งและความมันก็ยิ่งทำให้ขนมอินเดียมีความเป็นเอกลักษณ์และอร่อยมากขึ้นเท่านั้นซึ่งวัตถุดิบส่วนผสมเหล่านี้มีการสืบทอดมาแต่โบราณแล้ว คุณสามารถซื้อขนมอินเดียมารับประทานโดยจะถวายเทพก่อนหรือจะไม่ถวายเทพก็ได้ รสชาติความหวานของขนมอินเดียจะทำให้ผู้ที่รับประทานเกิดความสุขและสดชื่นเวลาขนมละลายในปาก เมื่อเครียดกับเรื่องอะไรมา ขนมอินเดียจะสามารถเยียวยาทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่คุณได้ ทำให้มีสุขภาพจิตดี พร้อมจะเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ             ด้วยเหตุนี้ขนมอินเดียจึงมีความสำคัญกับชีวิตของคนอินเดียมากเป็นอย่างยิ่งชนิดที่ว่าหากขาดไปก็เหมือนกับขาดแขนของประเทศอินเดียเลยล่ะ หากใครได้ไปเที่ยวประเทศอินเดียก็อย่าลืมไปรับประทานขนมอินเดียให้ได้เลยนะ […]
ความสำคัญของขนมอินเดียที่คุณควรรู้ ข่าวรายวัน อัพเดทข่าวสด เรื่องเล่า ข่าวซุบซิบ

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me