แก้ปัญหาไฟฟ้าสถิตในร่างกายคุณอย่างไร

ramswaroop1

เคยหรือไม่…ที่คุณรู้สึกว่าเหมือนร่างกายถูกไฟฟ้าช็อตหรือดูดเมื่อสัมผัสโดนกับสิ่งของหรือคนรอบข้างทั้งที่ทุกสิ่งรอบตัวของคุณไม่ได้มีไฟฟ้าเลย แต่แท้จริงแล้วสิ่งของทุกอย่างในโลกล้วนแล้วแต่มีไฟฟ้าในตัวทั้งนั้น แม้แต่ตัวของเราเองก็มีไฟฟ้าสถิตอยู่ ซึ่งร่างกายมนุษย์จะมีทั้งไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบและมักจะเกิดการแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้ากับสิ่งของผ่านการเสียดสีหรือสัมผัสอยู่เสมอ แต่ในเมื่อจู่ ๆ กระแสไฟฟ้าสถิตในตัวของคุณขั้วใดขั้วหนึ่งมีพลังประจุมากเกินไปก็สามารถทำให้สิ่งของหรือตัวบุคคลต่าง ๆ ที่สัมผัสถูกคุณเกิดไฟฟ้าแรงสูงดูดเข้าหากันได้นะคะ ซึ่งแม้ปัญหาไฟฟ้าสถิตที่เกิดขึ้นจะไม่มีอันตรายให้เห็นชัดเจน แต่ก็สามารถสร้างความรำคาญและมักทำให้ร่างกายบริเวณที่สัมผัสไฟฟ้าสถิตเกิดการชาหรือปวดหน่วง ๆ ได้ซึ่งหลายคนคงไม่อยากให้เกิดปัญหานี้ในชีวิตประจำวัน วันนี้เราจึงมีวิธีแก้ปัญหาไฟฟ้าสถิตในร่างกายคุณมาฝากกัน การออกกำลังกายแก้ปัญหาไฟฟ้าสถิตในร่างกายได้             การออกกำลังกายสามารถทำให้ร่างกายของคุณแข็งแรง มีภูมิคุ้มกัน และสามารถสร้างความสมดุลกับขั้วประจุไฟฟ้าในตัวคุณได้เป็นอย่างดี เพราะการที่สุขภาพดีย่อมทำให้ระบบการไหลเวียนโลหิต สมอง กล้ามเนื้อ และระบบประสาททำงานประสานกันได้อย่างคล่องตัว เมื่อทุกอย่างในร่างกายของคุณเกิดความสมบูรณ์แบบไม่ได้รับผลกระทบกับส่วนใดส่วนหนึ่งก็จะทำให้ประจุไฟฟ้าในร่างกายคุณทั้งสองขั้วทำงานในระดับที่พอดีด้วย การออกกำลังกายแก้ปัญหาไฟฟ้าสถิตในร่างกายได้ ทาผิวด้วยครีมเพื่อความชุ่มชื้นทุกวันแก้ปัญหาไฟฟ้าสถิตในร่างกายได้             การที่ร่างกายคุณแห้งไม่ว่าจะเป็นมือ แขน ขาก็ตามจะทำให้ประจุไฟฟ้าสถิตในร่างกายเกิดความไม่สมดุลกันและส่งผลให้ไฟฟ้าสถิตในร่างกายคุณเกิดดูดเข้าหากับสิ่งของและผู้คนมากมาย เพราะเมื่อร่างกายที่แห้งไปสัมผัสถูกกับสิ่งของที่นำไฟฟ้าดีอย่างรองเท้า พื้นพรม รถยนต์ และสิ่งต่าง ๆ ก็จะทำให้ประจุไฟฟ้าที่แรงจัดในตัวคุณเกิดดูดออกมา การทาผิวด้วยครีมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นทุกวันจะไม่ทำให้ร่างกายของคุณแห้ง สามารถแก้ปัญหาไฟฟ้าสถิตในร่างกายได้ ยืนเท้าเปล่าบนดินเปียกแก้ปัญหาไฟฟ้าสถิตในร่างกายได้             อย่างที่บอกไปข้างต้นว่ารองเท้าเองก็เป็นหนึ่งในวัตถุที่นำไฟฟ้าดี และการที่คุณมีประจุไฟฟ้ามากเกินไปก็ควรจะได้รับการถ่ายเทออกมาเพื่อให้คงที่ ซึ่งการถ่ายเทไฟฟ้าในร่างกายออกไปด้วยวิธีที่ดีที่สุดก็คือ การยืนเท้าเปล่าบนดินเปียก ๆ เพราะดินเป็นสิ่งที่สามารถนำไฟฟ้าจากร่างกายมนุษย์ออกมาได้เป็นอย่างดี และน้ำก็สามารถเป็นตัวช่วยให้ประจุไฟฟ้าในร่างกายคุณถ่ายเทออกมาสู่ดินได้เร็วขึ้น การที่คุณยืนบนดินเปียก ๆ ด้วยเท้าเปล่าประมาณ […]

ไทยประท้วง: เจ้าหน้าที่สั่งแบนแอพ Telegram messaging app

ramswaroop1

ทางการไทยได้รับรายงานว่าได้สั่งให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบล็อกแอปส่งข้อความ Telegram ซึ่งผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลใช้ มีการแชร์เอกสารที่รั่วไหลออกมาซึ่งสรุปแผนการต่างๆ บนโซเชียลมีเดีย เช่น Telegram นอกจากนี้ตำรวจยังขู่ว่าจะปิดสำนักข่าว 4 แห่งเนื่องจากละเมิดพระราชกฤษฎีกาที่ออกเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อยุติการชุมนุมนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยได้จัดให้มีการประท้วงหลายเดือนเพื่อเรียกร้องให้มีการลาออกของนายกรัฐมนตรีและยับยั้งอำนาจของสถาบันกษัตริย์ สมาชิกของขบวนการที่นำนักศึกษาได้รวมตัวกันเพื่อต่อต้านคำสั่งห้ามการประท้วงและต้องการให้นายกรัฐมนตรีประยุทธจันทร์โอชาอดีตผู้บัญชาการทหารบกที่ยึดอำนาจในการรัฐประหาร 2557 ลาออก ข้อเรียกร้องในการปฏิรูปของพวกเขาเติบโตขึ้นโดยรวมถึงการตั้งคำถามต่อบทบาทของสถาบันกษัตริย์ซึ่งเป็นสถาบันที่ถูกมองว่าศักดิ์สิทธิ์มานานในประเทศไทยเจ้าหน้าที่ล้มเหลวในการระงับการชุมนุมเนื่องจากพวกเขาออกคำสั่งฉุกเฉินเมื่อวันพฤหัสบดีโดยผู้ประท้วงยังคงรวมตัวกันทุกวันอย่างสงบส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯและส่วนอื่น ๆ ของประเทศ มีผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 80 คนตั้งแต่วันอังคาร ผู้ที่ถูกควบคุมตัวมีความเสี่ยงหากพบว่าละเมิดกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่เข้มงวดของประเทศไทยซึ่งห้ามการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ ใครก็ตามที่พบว่าทำผิดกฎหมายอาจถูกจำคุกนานถึง 15 ปี เหตุใดประเทศไทยจึงพยายามห้าม Telegram? สื่อท้องถิ่นรายงานแผนการของรัฐบาลในการปิดกั้น Telegram เมื่อวันจันทร์หลังจากเอกสารที่ระบุว่า “เป็นความลับ” รั่วไหลและแชร์กันอย่างแพร่หลายบนโซเชียลมีเดีย Telegram เป็นแอปส่งข้อความที่ปลอดภัยยอดนิยมที่นักเคลื่อนไหวใช้เพื่อจัดการประท้วงโดยแจ้งให้ทราบสั้น ๆ  เอกสารซึ่งเห็นได้ชัดว่าจัดทำโดยกระทรวงเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยซึ่งมีอำนาจในการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย – ถูกส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกำลังขอความร่วมมือจากคุณเพื่อแจ้งให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือระงับการใช้งานแอป Telegram” กล่าว ตำรวจบอกกับผู้สื่อข่าวว่าพวกเขาสั่งให้กระทรวงดิจิทัล จำกัด กลุ่มของ Free Youth ใน Telegram กลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญในการจัดการประท้วงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ยังไม่มีความชัดเจนว่าคำสั่งดังกล่าวจะมีประสิทธิภาพเพียงใดในการกำจัดขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตย ในคำสั่งแยกต่างหากตำรวจไทยกล่าวว่าพวกเขากำลังสอบสวนองค์กรข่าวที่มีชื่อเสียงสี่แห่งเกี่ยวกับการรายงานสดเกี่ยวกับการประท้วง ประชาไทวอยซ์ทีวีผู้สื่อข่าวและเดอะสแตนดาร์ดได้รายงานอย่างกว้างขวางจากสถานที่ประท้วง […]

รู้หรือไม่…ประเทศไทยเคยมีกระทรวงแพทยาคมนะ!

ramswaroop1

            ไม่ใช่เพียงกัมพูชาที่ได้ชื่อเรื่องของไสยศาสตร์และมนต์ต่าง ๆ แต่ประเทศไทยก็โดดเด่นในเรื่องนี้ไม่แพ้กัน แม้ในปัจจุบันจะไม่ค่อยพบเห็นกันมากเท่าไหร่แล้ว แต่ก็ยังมีอยู่ แล้วคุณหรือไม่ว่าสมัยก่อนประเทศไทยเคยมีกระทรวงเวทมนตร์ด้วยนะ คล้าย ๆ กับเรื่องแฮรี่ พอตเตอร์เลย แต่กระทรวงของไทยเราจะเกี่ยวกับคุณไสยและมนต์ดำแบบพิธีกรรมซึ่งกระทรวงดังกล่าวก็คือ “กระทรวงแพทยาคม” นั่นเอง ที่มาของกระทรวงแพทยาคม             กระทรวงแพทยาคม มีคำเรียกรวมมาจาก “แพทย์” ซึ่งแปลว่า หมอรักษาโรค กับ “อาคม” แปลว่า เวทมนตร์และไสยศาสตร์ ซึ่งเป็นกระทรวงของหมอรักษาโรคคุณไสย เวทมนตร์นั่นเอง โดยกระทรงแพทยาคมมีบันทึกมาตั้งแต่สมัยของพระเจ้าอู่ทองจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ทำหน้าที่ดำเนินคดีความผู้กระทำผิดเกี่ยวกับคุณไสย เสน่ห์ยาแฝด ฝังรูป และมนต์ดำต่าง ๆ ด้วยสมัยก่อน การแพทย์ด้านไสยศาสตร์มีความนิยมในมากไม่ต่างจากการแพทย์แผนไทยที่ใช้ยาสมุนไพรปกติเลย ทุกคนอยู่คู่กับเรื่องเหนือธรรมชาติมานานจนไม่มีคำว่า “งมงาย” ซึ่งการใช้คุณไสยเป็นหนึ่งในการใช้ชีวิตที่มีความสำคัญและบทบาทในสังคมสมัยก่อนมากจึงต้องคุมให้อยู่ภายใต้กฎหมาย กระทรวงแพทยาคมจึงได้การจัดตั้งขึ้นมา จวบจนกระทรวงแพทยาคมได้ถูกลดบทบาทลงในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 และในช่วงการปฏิรูปสยามให้มีความเจริญทันสมัยขึ้นตามตะวันตกในช่วงรัชกาลที่ 5 สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีรับสั่งให้ยุบกระทรวงไป เป็นการปิดฉากกระทรวงแพทยาคมและทำให้ความเชื่อของผู้คนที่มีต่อสิ่งเหนือธรรมชาติเริ่มหายไปจนเหลือเป็นความทรงจำเท่านั้น บทบาทของกระทรวงแพทยาคม             กระทรวงแพทยาคม จะมีผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาคมด้านนี้เป็นตุลาการ คอยสอบสวนพิจารณาโทษผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการทำของ […]

ความศักดิ์สิทธิ์ของน้ำมนต์ที่คุณควรได้รู้

ramswaroop1

            นอกจากความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปและเครื่องรางต่าง ๆ ในทางพระพุทธศาสนาแล้ว หลายคนอาจรู้ว่าน้ำมนต์เองก็เป็นหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณนานนับกี่ศตวรรษก็ไม่อาจรู้จนคนยุคปัจจุบันอาจมองว่าน้ำมนต์ก็ไม่ต่างจากน้ำทั่วไป ดู ๆ แล้วก็เหมือนน้ำเปล่า แต่แท้จริงแล้วน้ำมนต์เป็นน้ำเปล่าที่ถูกนำมาบูชาด้วยการสวดและทำพิธีทางศาสนาจนกลายเป็นน้ำที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์ เราเองก็เคยเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่ไม่เชื่อในน้ำมนต์ แต่เมื่อได้ประสบเหตุด้วยตัวเองจึงเกิดความเชื่อในฤทธิ์ของน้ำมนต์นับตั้งแต่นั้น น้ำมนต์สามารถไล่ความชั่วร้ายจากภูตผี ได้ ในการสร้างบ้านใหม่หรือเวลาที่เราไปทำพิธีใด ๆ ในงานทางศาสนาพุทธ พระสงฆ์ท่านจะนำน้ำมนต์มาปัดและพรมวัตถุสิ่งของต่าง ๆ เพื่อพัดพาไล่ให้สิ่งชั่วร้ายอย่างภูตผีวิญญาณออกไปจากบริเวณสถานที่นั้น ๆ หรือแม้แต่ผู้ที่ถูกสิงสู่ตามพิธีก็จะมีการให้ดื่มหรือพรมน้ำมนต์ตามร่างในพิธีไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสานซึ่งฤทธิ์จากน้ำมนต์จะทำให้คนผู้นั้นนิ่งได้และหมดสติไปก่อนจะตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าสดใส ด้วยวิญญาณที่สิงสู่ได้ออกไปแล้ว น้ำมนต์สามารถทำให้เรามีสุขภาพดีได้             มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราเกิดปวดท้องไม่หยุด ซึ่งหมอก็บอกว่าลำไส้อักเสบ แม้จะรับประทานยาที่หมอให้มาก็ยังคงปวดท้องอยู่เช่นนั้นแบบดิ้นไปมาทั้งคืนจนกระทั่งคุณแม่ให้ดื่มน้ำมนต์เข้าไปครึ่งแก้วจึงเริ่มรู้สึกว่าแรงบีบเจ็บที่ลำไส้ค่อย ๆ คลายตัวจนภายใน 5 นาทีอาการปวดท้องก็หายไป และอีกกรณีหนึ่งคือหลานของเราที่รับประทานปลาและเกิดก้างติดคอ ลองปั้นข้าวแล้วกลืนก็ไม่หาย ครั้นจะพาไปหาหมอก็ใช้เวลาจึงลองดื่มน้ำมนต์ไปเพียงแค่นั้นล่ะ ทั้งก้างและเสมหะถูกขับออกมาหมดเลยจนหลายคนตกใจ จึงกล่าวได้ว่าน้ำมนต์ช่วยให้เรามีสุขภาพดีและบรรเทาโรคได้ น้ำมนต์สามารถช่วยให้เราโชคดีได้             เวลาที่เราไปทำบุญแล้วได้รับการพรมน้ำมนต์ก็มักจะรู้สึกว่าตัวเบาลงและหลังจากนั้นความทุกข์ต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นบ่อย ๆ ในชีวิตประจำวันก็เริ่มดีขึ้น แม้แต่อุบัติเหตุต่าง ๆ ที่มักพบเจอก็ไม่มีอีกเลยซึ่งเป็นเพราะฤทธิ์ความศักดิ์สิทธิ์จากน้ำมนต์ที่ช่วยให้เราโชคดี ไม่มีเคราะห์ร้ายหรือเภทภัยใด ๆ […]

ทำอย่างไรให้บ้านของคุณปลอดโปร่งอยู่ตลอดเวลา

ramswaroop1

            ทุกคนคงไม่มีใครอยากให้บ้านตัวเองต้องมีแต่ความมืดมิดและน่าอึดอัดกันหรอกใช่หรือไม่คะ เพราะถึงอย่างไรการที่เราจัดให้บ้านตัวเองมีแสงสว่างและปลอดโปร่งอยู่ตลอดเวลาก็สามารถช่วยให้เราไม่รู้สึกอุดอู้ หายใจไม่ออก และเสียสายตาเวลาทำงานต่าง ๆ ด้วย วันนี้เราก็มีวิธีจัดบ้านของคุณให้ปลอดโปร่งตลอดเวลามาฝากกัน จัดบ้านของคุณให้ปลอดโปร่งโดยการเปิดหน้าต่างและประตู             การที่คุณจัดบ้านของคุณให้ปรอดโปร่งโดยการเปิดหน้าต่างและประตูจะทำให้แสงสว่างยามเช้าสอดส่องเข้ามาถึงในตัวบ้านได้โดยไม่ต้องเปิดไฟ แถมยังมีลมเย็น ๆ พัดเข้ามาและมีการถ่ายเทอากาศ ลดกลิ่นอับจนไม่ต้องเปิดพัดลมก็ยังได้เลย นอกจากจะไม่ต้องเสียค่าไฟฟ้าจำนวนมากแล้ว ยังทำให้บ้านของคุณโปร่งสบาย ไม่น่ากลัวด้วย จัดบ้านของคุณให้ปลอดโปร่งโดยการจัดสิ่งของให้เป็นระเบียบ             การที่คุณจัดบ้านของคุณให้ปลอดโปร่งโดยการจัดสิ่งของให้เป็นระเบียบ นำเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านใหญ่ ๆ จัดหลบมุมในที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับห้องนั้น ๆ เช่น ห้องนอนก็ควรมีแต่โต๊ะเขียนหนังสือและตุ๊กตา ไม่ควรมีสิ่งของมาประดับมากนักเพราะอาจก่อให้เกิดฝุ่นละอองจนไม่สบายได้ และห้องนั่งเล่นก็มีการตั้งโทรทัศน์ติดผนังไว้ตรงกลาง จัดวางโซฟาให้เป็นระเบียบต่อกัน ไม่วางห่างจากกัน เป็นต้น หากจัดสิ่งของในบ้านให้เป็นระเบียบก็จะทำให้ง่ายต่อการที่คุณจะทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูและไม่วางระเกะระกะจนเดินเตะ ทำให้ดูรกและน่าอึดอัดด้วย จัดบ้านของคุณให้ปลอดโปร่งโดยการจัดช่อดอกไม้หอม ๆ หรือใช้น้ำหอมปรับอากาศ             การที่คุณจัดบ้านของคุณให้ปลอดโปร่งโดยการจัดช่อดอกไม้หอม ๆ เสมือนอยู่กับธรรมชาติ แม้บ้านคุณจะอยู่ในเมืองใหญ่ โดยมีการใช้ดอกไม้ผลัดเปลี่ยนกันบ่อย ๆ จะทำให้บ้านของคุณมีแต่ความหอมสดชื่น ลดกลิ่นอับ และดีต่อสุขภาพทำให้อากาศบริสุทธิ์เวลาสูดดมหรือหายใจได้ดีมาก แต่ต้องหมั่นขยันทำความสะอาดแจกัน เปลี่ยนน้ำ และเปลี่ยนดอกไม้ทุกครั้งที่พบว่าใกล้จะเฉาด้วยนะคะ […]

10 สัญญาณที่บ่งบอกอาการซึมเศร้า

ramswaroop1

มันไม่ง่ายเลยที่จะยอมรับตัวเองว่าเราเริ่มมีอาการซึมเศร้า บางครั้งสัญญาณต่างๆเริ่มฟ้อง หากแต่ความกลัวทำให้ปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้นหรือเลือกที่จะเมินเฉยอาการเหล่านี้และพยายามใช้ชีวิตต่อไปให้แบบเพียงขอให้ผ่านไปให้ได้ในแต่ละวัน แต่บางครั้งการทำความเข้าใจด้านเปราะบางของมนุษย์ การยอมรับตนเองและเริ่มมองหาความช่วยเหลือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี มนุษย์เราย่อมมีบางวันที่ไม่สวยงามเป็นธรรมดาของชีวิต ลองสำรวจตัวเองหรือคนใกล้ชิดเบื้องต้นว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี 1.ไม่ตอบไลน์ ไม่อ่านข้อความหรือไม่เปิดอ่านอีเมลล์  หากเริ่มมีอาการไม่อยากรับรู้เรื่องราวภายนอกใดๆทั้งสิ้น ไม่ต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับใคร หรือไม่ต้องการรับสื่อใดๆ ในขณะนี้  แสดงว่าจิตใจหนักอึ้งจนไม่สามารถรับอะไรได้มากกว่านี้อีกแล้ว 2.ปล่อยให้ห้องรกไม่จัดเก็บของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย  ห้องนอนสะท้อนภาวะภายในจิตใจได้เป็นอย่างดี หากวันไหนเริ่มไม่สนใจดูแลความสะอาดส่วนตัวหรือที่พักอาศัย หรือหมกตัวอยู่ในห้องรกไม่ลุกขึ้นมาจัดห้องให้เรียบร้อย เสื้อผ้าไปทาง กระเป๋าไปทาง สิ่งเหล่านี้สะท้อนสภาพยุ่งเหยิงภายในจิตใจ ต้องหมั่นคอยสังเกตตัวเองแล้ว 3.เริ่มมองโลกในแง่ร้ายและมีความคิดลบวนอยู่ในหัว หลายๆครั้งที่เจอเรื่องราวแย่ๆหรือมีประสบการณ์เลวร้ายทำให้ไม่สามารถมองโลกในแง่ดีได้อีก ภาพในวันเก่าๆหรือสิ่งที่เคยเจอทำให้กังวลใจว่าเรื่องราวเหล่านี้จะย้อนกลับมาอีกครั้งไม่หรือความคิดด้านลบวกวนอยู่ในใจจนไม่สามารถสลัดความคิดแย่ๆออกจากใจได้ ต้องหาทางช่วยเหลือตัวเองแบ้ว 4.หงุดหงิดง่ายและรู้สึกไม่มีความหวัง  ไม่ว่าจะเป็นเสียงเด็กร้อง เสียงแมว หรือบังเอิญมีใครเดินมาชนบนทางเท้าโดยไม่ได้ตั้งใจก็ทำให้รู้สึกหงิดหงิดใจได้มากๆ รู้สึกรำคาญทุกสิ่งรอบกาย หรือหากกำลังอยู่ในช่วงตกงานแต่กลับไม่อยากลุกขึ้นมาหางานใหม่หรือมองหาโอกาสใหม่ๆเพราะรู้สึกไม่มีความหวังเลย ต้องเช็คตัวเองหน่อยแล้ว 5.โลกภายในหม่นหมอง  เริ่มมองไม่เห็นท้องฟ้าสีฟ้าหรือความสวยงานของสายรุ้งหลังฝนอีกต่อไป บ่อยครั้งเริ่มรู้สึกว่าท้องฟ้าช่างมืดครึ้มมัวๆ บางครั้งอาจเกิดจากการขังตัวอยู่แต่ในห้องทำให้ร่างกายไม่ได้สัมผัสธรรมชาติโลกภายนอกเลย ลองพาตัวเองออกไปเดินเล่นรับแดดหรือพาร่างกายออกไปรับลมสัมผัสตัวบ้าง 6.ไม่มีความฝันอีกต่อไป  หากก่อนหน้านี้อาจมีความฝันมากมาย อยากแต่งงานก่อนอายุ 30 เคยอยากเก็บเงินไปเรียนต่อต่างประเทศ อยากสร้างบ้าน อยากมีรถของตัวเอง แต่ตอนนี้กลับไม่รู้สึกอย่างนั้นอีกแล้ว 7.ปวดเมื่อยตามร่างกายหรือมีอาการปวดหัวบ่อยครั้ง  หลายครั้งความรู้สึกที่เก็บกดไว้แสดงออกทางร่ายกายอย่างเห็นได้ชัด อาการเครียดจนปวดหัวเริ่มถามหาหรือรู้สึกหน่วงๆจนหนักอึ้งไปทั้งร่ายกาย 8.งานอดิเรกที่เคยชอบไม่ทำให้มีความสุขอีกต่อไป […]

วัตถุมงคล และความเชื่อ

ramswaroop1

วัตถุมงคล เป็นเครื่องรางที่ได้รับการปลุกเสกจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งที่เป็นพระ หรือฆารวาส มีความเชื่อว่าจะนำความสุขความเจริญมาให้ผู้ที่บูชา ใช้เพื่อการป้องกันอันตรายต่าง ๆ หรือเพื่อการค้าขายการทำมาหากิน เป็นต้น วัตถุมลคงเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล และมีการนำมาเกี่ยวโยงกับทางด้านศาสนา มีการสร้างวัตถุมงคลมาในครั้งอดีตตั้งแต่ 2,000 พันปีมาแล้ว วัตถุมงคลมีอยู่มากมายในสังคมบ้านเรา ที่มีผู้ให้ความเชื่อถือ และศรัทธา เช่น พระเครื่อง พระบูชา พระกริ่งของสำนักต่าง ๆ ปลัดขิก ผ้ายันต์ ตะกรุด และมีดหมอ  หรือองค์เทพในศาสนาพรามห์ เช่น พระพรหม พระตรีมูรติ พระราหู เป็นต้น ประวัติการสร้างวัตถุมงคล ตามประวัติมีการสร้างวัตถุมงคลก้นมาช้านานแล้ว และสร้างกันทั่วไปไม่เฉพาะในประเทศไทย ชนชาติอื่น ๆ ก็มีการสร้างเช่นกัน โดยต่างก็เชื่อกันว่าวัตถุมงคลนี้เมื่อบูชาแล้วจะทำให้สามารถปกป้องคุ้มครองไม่ให้เกิดภัยกับตนเองได้ รวมทั้งทำให้เกิดโชคลาภ และความเจริญรุ่งเรือง วัตถุมงคลและเครื่องรางของขลัง เป็นสิ่งที่เชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่งที่อยู่คู่กับคนเรามาช้านาน ตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ที่ยังไม่มีเทคโนโลยี จนมาถึงสมัยเทคโนโลยีผู้คนก็ยังเลื่อมใสศรัทธาอย่างไม่เสื่อมคลาย หรืออาจเป็นเพราะในสมัยใหม่นี้มีเรื่องของธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็เป็นได้ ตัวอย่างความเชื่อเรื่องวัตถุมงคลของคนไทย จะเห็นได้ในวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่มีการกล่าวถึงอยู่อย่างมากมายอาจเรียกได้ว่าทุกบททุกตอนก็ว่าได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับนักรบที่ต้องออกทำศึกสงคราม ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวและป้องกันอันตราย แม้แต่ในสมัยสงครามเวียตนามที่ทหารได้ต้องไปร่วมรบด้วยก็มีเครื่องวัตถุมงคลเข้ามาเกี่ยวด้วย […]

อาหารสบายพุงดีต่อใจด้วยอาหารไขมันต่ำ

ramswaroop1

หลายคนอยากมีหุ่นพี่สวยรูปร่างกระชับเฟิร์ม ซึ่งต้องเกิดจากความใส่ใจการมีระเบียบวินัยทั้งในด้านการกินและการออกกำลังกายปัจจัยหนึ่งที่หลายๆคนสามารถทำได้นั่นคือการรู้จักพี่จะรับประทานอาหาร โดยเลี่ยงอาหารที่มีไขมันต่ำเพราะจะทำให้เราสามารถควบคุมไขมันที่ควรบริโภคในแต่ละวันได้ส่งผลให้ช่วยลดน้ำหนักลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคต่าง ๆได้วันนี้จึงขอนำเสนออาหารที่มีไขมันต่ำและควรจะมีในแต่ละมื้อมาฝากค่ะ มะนาว มะนาวที่จะกล่าวถึงในวันนี้จะเป็นมะนาวลูกสีเหลืองที่ฝรั่งนิยมเรียกว่า เลมอน จะช่วยเบิร์นไขมันในร่างกายเราด้วยวิธีง่าย ๆแค่บีบลงในน้ำอุ่นแล้วดีตอนไหนก็ได้ที่สะดวกหรืออาจจะลองบีบน้ำมะนาว เลมอน นี้ลงในอาหารประเภทสลัดหรือยังเพื่อรับประทานก็ได้นะคะ โยเกิร์ต โยเกิร์ตที่หลายๆคนชื่นชอบด้วยรสชาติ ก็โยชน์ที่จะช่วยให้สามารถขับถ่ายได้ง่ายโยเกิร์ตจะช่วยรักษาสมดุลในลำไส้ระบบย่อยอาหารและช่วยลดอาการท้องผูกแถมช่วยสลายพุงไปในตัวได้ด้วยนะแต่จะให้ดีควรเป็นโยเกิร์ตที่ได้จากธรรมชาติและมีไขมันต่ำนะคะ มะเขือเทศ มะเขือเทศเป็นอีกอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสลายไขมันและพุงและหาไม่ยากสามารถใช้ประกอบอาหารได้ทั้งทอดและยำทานได้ทั้งสดและที่ทำสุกแล้วเป็นพืชที่มีประโยชน์ทั้งระบบขับถ่ายและบำรุงผิวพรรณค่ะ ธัญพืชธัญพืช ธัญพืชพิมมี่มีไขมันต่ำมีแต่สุขภาพและช่วยสลายไขมันจะเป็นธัญพืชที่ขัดสีน้อยเช่น ข้าวกล้อง  ข้าวโอ๊ต เมล็ดทานตะวัน งา ธัญพืชเหล่านี้จะมีแร่ธาตุและวิตามินในปริมาณที่สูงกว่าปกติ เช่น วิตามิน B แมกนีเซียมและสารอาหารอื่น ๆ หลังธัญพืชมีผลดีต่อสุขภาพที่จะช่วยลดน้ำตาลในเลือด ผักสีเขียว ผักสีเขียวนี้เป็นสุดยอดอาหารอีกชนิดหนึ่งที่มีไขมันต่ำและมีกากใยสูงทำให้ช่วยป้องกันอาการท้องผูก  มีผลทำให้ควบคุมน้ำหนักได้ดี แถมยังมีวิตามินเอ และแคลเซียม เช่น คะน้า ผักบุ้ง  บร็อคโคลี่ เนื้อปลา ในเนื้อปลาจะมีไขมันที่ต่ำ เป็นอาหารรายการแรก ๆที่ คนรักสุขภาพรักความสุขและคนที่กำลังคิดจะลดน้ำหนักเพื่อเป็นอาหารในแต่ละมื้อปลามีทั้งโปรตีนวิตามิน ฟอสฟอรัสมีแคลอรี่และย่อยง่ายจึงจะเป็นอาหารไขมันต่ำที่ได้รับความนิยมที่สุด กุ้ง กุ้งที่เปลือกของกุ้งมีสารชนิดหนึ่งที่สรรพคุณคล้ายกับไฟเบอร์ทำหน้าที่ดักจับไขมันในร่างกายและขับถ่ายออกมาในเนื้อกุ้งเมียมีโปรตีนที่สูงแถมไขมันต่ำ หอยนางรม หอยนางรมก็ติดชาร์ตสำหรับผู้ที่ต้องการสลายพุง วิธีรับประทานแม่ย่าแนะนำให้คุณลองบีบมะนาวลงไปเพียงเล็กน้อยและรับประทานทั้งสดๆแต่อย่าทานมากเกินไปเพราะหอยนางรมมีคลอเรสเตอรอลในระดับที่สูงอาจมีผลต่อร่างกายได้ค่ะ  จากที่เล่าสู่กันฟังด้านบนแล้วนั้น […]

นักจิตวิทยากับจิตแพทย์ทำงานแตกต่างกันอย่างไรในการรักษาคน?

ramswaroop1

            ในเวลาที่คุณเครียด ท้อแท้ และหาทางออกให้กับชีวิตไม่ได้จนส่งผลให้สุขภาพจิตของตัวเองเกิดปัญหาจนเรื้อรังก็ย่อมต้องควรหาใครสักคนที่จะช่วยแนะนำคุณได้ แต่มันก็น่าสับสนตรงนี้ล่ะ เราควรจะไปพบใครดี นักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์? บางคนก็ยังงงอยู่เลยว่าอ้าว? ทั้งสองอาชีพนี้ไม่เหมือนกันหรือ นักจิตวิทยากับจิตแพทย์มีวิธีการรักษาคนที่แตกต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะพาคุณไปไขข้อสงสัยกัน การรักษาของนักจิตวิทยา             นักจิตวิทยา เป็นบุคคลที่ทำงานรักษาและบำบัดสุขภาพจิตรวมถึงให้คำปรึกษาในเรื่องราวต่าง ๆ แก่ชีวิตของคนที่มาเข้ารับการรักษาเพื่อให้เขาสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพเหมือนคนทั่วไป ซึ่งเราจะไม่ขอเรียกผู้ที่เข้ารับการบำบัดรักษากับนักจิตวิทยาว่า “ผู้ป่วย” เพราะนักจิตวิทยาไม่ใช่แพทย์โดยตรง การรักษาก็จะมีความแตกต่างจากจิตแพทย์ตรงที่นักจิตวิทยาจะใช้วิธีการรักษาอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยวิธีการทางธรรมชาติผ่านการเล่า พูดคุย หรือทำกิจกรรมร่วมกับตัวนักจิตวิทยาเป็นการส่วนตัว หรืออาจมีนัดทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ แลกเปลี่ยนเรื่องราวความทุกข์ของกันและกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ระบาย และหาทางแก้ไขร่วมกัน หรือทำกิจกรรมผ่อนคลายเพื่อสุขภาพจิตจะได้รับการบำบัดไปพร้อมกับสุขภาพกาย ได้ออกข้างนอกรู้จักอยู่ร่วมกับผู้อื่น ใช้ชีวิตสนุกสนานตามกระบวนการรักษาจนจบขั้นตอนเมื่อผู้รับการบำบัดมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นด้วยตัวเอง ควบคุมอารมณ์ และสามารถเข้าใจตัวเองได้ดีแล้วก็ไม่ต้องมาพบนักจิตวิทยาอีก พูดง่าย ๆ ก็คือ นักจิตวิทยาจะไม่ใช้ยาในการรักษาใด ๆ เลย การรักษาของจิตแพทย์             นักจิตแพทย์มีหน้าที่รักษาและบำบัดสุขภาพจิตของคนเหมือนกับนักจิตวิทยา เพียงแต่จิตแพทย์มุ่งเน้นศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์เฉพาะทางมากกว่าและใช้ยาในการรักษาเพื่อให้กระบวนการบำบัดมีความคล่องตัวและรวดเร็ว มีการนัดพูดคุยผลการใช้ยาและอารมณ์จิตใจของผู้ป่วยเป็นระยะเพื่อบันทึกการพัฒนาสุขภาพจิต ดูว่าควรจะลดหรือเพิ่มตัวยาไหนให้เหมาะกับสารเคมีในสมองของผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งการรักษาและบำบัดของจิตแพทย์ก็มักจะทำให้ผู้ป่วยที่ใช้ยาสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้ดีจนเหมือนปกติ แต่เมื่อใดที่ขาดยา อาการก็อาจจะกลับมาได้อีกครั้ง             สำหรับเราคิดว่า การรักษาและบำบัดด้วยกิจกรรมดูจะปลอดภัยและทำให้ผู้ที่มีผลกระทบทางสุขภาพจิตสามารถเข้าใจตัวเอง […]

ขวัญเอยขวัญมา อยู่ที่ใดเจ้าจงกลับมา

ramswaroop1

                        ขวัญเอยขวัญมา อยู่ที่ใดเจ้าจงกลับมา อย่าลอยไปไกลเลยนะเออ                  ความเชื่อของคนเรานั้น มีหลายอย่างมากมาย โดยเฉพาะชนกลุ่มคนทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และความเชื่ออย่างหนึ่งที่อยู่คู่คนไทยมาเนิ่นนาน ซึ่งนั่นก็คือ เรื่อง ขวัญหนี จึงมีพิธีเรียกขวัญให้กลับมาอยู่กับเจ้าของ ขวัญเอยขวัญมา อยู่ที่ใดเจ้าจงกลับมา กลับมาอยู่กับเจ้าของ               ขวัญเอยขวัญมา อยู่ที่ใดเจ้าจงกลับมา หลายคนต้องคุ้นหูกับประโยคดังกล่าวเมื่ออยู่ในพิธีเรียกขวัญ ขวัญหนี เป็นความเชื่ออย่างหนึ่ง เป็นสิ่งสำคัญเปรียบเสมือนวิญญาณ เมื่อขวัญหนี เจ้าตัวจะไม่เป็นตัวของตัวเอง เหม่อซึม ตกใจบ่อย ที่หนักกว่านั้น หลายคนต้องเผชิญกับเรื่องของ ดวงตก เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายทั้งที่ระมัดระวังแล้ว  ว่าแต่ว่า เหตุใดขวัญจึงต้องหนี เหตุผลแรกก็น่าจะมาจาก การตกใจอะไรมากๆ ไม่ใช่แค่ว่า ขวัญหนีแล้วตกใจง่าย การตกใจอย่างหนัก ขวัญก็หนีได้เช่นกัน อย่างเช่นเวลาขับรถ อยู่ๆ ก็มีคนบีบแตรใส่ หรืออาจเป็นสาเหตุ มาจากความผิดหวังกับบางสิ่ง อย่าง เรื่องของอาการอกหักของหนุ่มสาว เรื่องขวัญหนี ไม่ใช่ความเชื่อของคนไทยเท่านั้น ทั้งลาว […]

รู้ก่อนใครได้ที่นี้

http://ramswaroop.me